MOTOWISH | มารู้จักรถแข่ง MotoGP ให้มากขึ้นกันดีกว่า!!
หลายคนที่ได้ดูการแข่งขันรายการมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือที่เรียกกันว่า MotoGP ซึ่งดูแล้วอาจคิดว่า รถที่ใช้แข่งทำไมมันแรงได้ใจขนาดนี้ วันนี้ทีมงาน MotoWish จึงนำข้อมูลของรถแข่ง MotoGP มาบอกเพื่อนๆให้รู้จักมันมากขึ้น เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้มันส์ และสนุกกว่าเดิม
Bigbike , superbike, motorcycle, ข่าวบิ๊กไบค์ 2017, ซุปเปอร์ไบค์, มอเตอร์ไซค์, จักรยานยนต์, รถแข่ง MotoGP, รถแข่ง, MotoGP, รถแข่งโมโตจีพี, motogp bike
185993
post-template-default,single,single-post,postid-185993,single-format-standard,qode-core-1.1,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-2.1, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.5,vc_responsive
Home  »  General Tips   »   มารู้จักรถแข่ง MotoGP ให้มากขึ้นกันดีกว่า!!

มารู้จักรถแข่ง MotoGP ให้มากขึ้นกันดีกว่า!!

หลายคนที่ได้ดูการแข่งขันรายการมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือที่เรียกกันว่า MotoGP ซึ่งดูแล้วอาจคิดว่า รถที่ใช้แข่งทำไมมันแรงได้ใจขนาดนี้ วันนี้ทีมงาน MotoWish จึงนำข้อมูลของรถแข่ง MotoGP มาบอกเพื่อนๆให้รู้จักมันมากขึ้น เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้มันส์ และสนุกกว่าเดิม

ก่อนอื่นต้องบอกว่ารถแข่ง MotoGP ถือว่าเป็นที่สุดของรถแข่งในวงการสองล้อทางเรียบ ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นก็คงเหมือนรถแข่ง Formula 1 ซึ่งเป็นที่สุดของรถแข่งสี่ล้อ อย่างไรอย่างนั้น โดยมันเป็นรถต้นแบบ (Prototype โปรโตไทป์) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันเท่านั้น

รถพวกนี้ถูกสร้างและประกอบขึ้นแบบ Handmade และมีมูลค่าหลายล้านดอลล่าร์ (โดยว่ากันว่ามันมีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทเลยทีเดียว) และยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่สุดยอด เรียกว่าเป็นความพยายามของมนุษย์ที่จะต่อสู้กับเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาให้มันเป็นรถแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด

คราวนี้มารู้จักรถแข่ง MotoGP ให้มากขึ้นอีก ปัจจุบันรถแข่งที่ใช้ในการแข่ง MotoGP ต้องมีซีซีไม่เกินกว่า 1000 ซีซี และต้องเป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ลูกสูบจำกัดให้มีได้สูงสุด 4 ลูกสูบเท่านั้น และขนาดของกระบอกสูบต้องไม่เกินกว่า 81 มม.

 

ลูกสูบของเครื่องยนต์ต้องเป็นลูกสูบแบบปกติ ไม่สามารถใช้เป็นลูกสูบหัวแหลม หรือเป็นเครื่องยนต์แบบโรตารี่ และห้ามมีเทอร์โบ หรือซุปเปอร์ชาร์จ ในการแข่งขัน 1 ฤดูกาลนักแข่งแต่ละคนมีเครื่องยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันได้คนละ 7 เครื่องเท่านั้น และไม่อนุญาตให้พัฒนาเครื่องยนต์ในระหว่างปีการแข่งขันอีกด้วย

น้ำมันเชื้อเพลิงใช้ได้สูงสุดไม่เกิน 22 ลิตร ในการแข่งขันแต่ละสนาม ซึ่งทีมต้องคำนวณแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ใช้น้ำมันได้อย่างเพียงพอ และมีประสิทธิภาพต่อการแข่งขันแต่ละสนามมากที่สุด โดยแต่ละสนามจะมีระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร

ส่วนของจานเบรกเป็นแบบคาร์บอนโดยจะใช้ในกรณีสภาพสนามแห้งๆ ซึ่งจานเบรกคาร์บอนสามารถทนความร้อนได้ถึง 800 องศา ส่วนในสนามเปียกนิยมแบบสแตนเลสสตีล ด้านยางรถแข่งทุกคันใช้ยางยี่ห้อเดียวกันหมด (ซึ่งในปัจจุบัน มิชลินเป็นผู้สนับสนุน) ส่วนการเลือกใช้ยางประเภทใดก็ขึ้นอยู่กับทีมแข่ง, นักแข่ง,สภาพอากาศ และสนามแข่งที่ทำการแข่งขัน

รถแข่งทั้งหมดใช้ ECU กลางซึ่งเป็นเหมือนสมองที่ควบคุม และสั่งการรถ ไม่ว่าจะเป็นกาควบคุมอัตราการจ่ายน้ำมัน, ระบบแทรคชั่น คอนโทรล, ระบบป้องกันล้อหน้ายกลอย หรือแม้แต่คุณสมบัติอื่นๆเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในการแข่งขัน และยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาอีกด้วย

รถแข่ง MotoGP มีน้ำหนักอย่างน้อยที่สุด 157 กิโลกรัม (ตามข้อกำหนดของ FIM) และให้พละกำลังไม่ต่ำกว่า 240 แรงม้า หากจำกันได้สนามมูเจลโล่ ประเทศอิตาลีที่ทางตรงของสนามยาว 1.141 กิโลเมตร รถแข่ง MotoGP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 355 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นสถิติของทีมดูคาติเมื่อปี 2016

ในปัจจุบันการพัฒนารถ MotoGP ไม่เพียงแต่จะให้ประโยชน์ต่อการแข่งขัน แต่ค่ายผู้ผลิตต่างๆได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใส่ในรถโปรดักส์ชั่นที่ขายในตลาดอย่างเช่น Honda Rc213V-s หรือ ซุปเปอร์ไบค์คลาส 1000 ซีซี อย่าง Yamaha YZF-R1 หรือ Suzuki GSX-R1000 2017 เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคอย่างเราก็เข้าถึงเทคโนโลยี MotoGP ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม และเทคโนโลยีพวกนี้แหละจะทำเราได้รับความปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย แต่.. คันเร่งไม่ได้มีไว้กดเสมอไป…ยกบ้างก็ได้

ขอให้เพื่อนๆชมการแข่งขัน MotoGP ให้สนุกมากยิ่งขึ้นนะครัช

Source & Image Cr.: bennetts, asphaltandrubber

อ่านข่าว General Tips เพิ่มเติมที่นี่

อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish