MOTOWISH | ที่สุดของการรีวิว BMW S1000RR 2015 ประกอบไทย กับการท้าชนรุ่นพี่ HP4
53923
single,single-post,postid-53923,single-format-standard,qode-core-1.0.3,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-1.5, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-4.6.2,vc_responsive

ที่สุดของการรีวิว BMW S1000RR 2015 ประกอบไทย กับการท้าชนรุ่นพี่ HP4

S1000RR-HP4

ถ้าพูดถึงที่สุดของสปอร์ตไบค์คลาส 1000 ซีซี ต้องมีชื่อ BMW S1000RR ติดโผแน่นอน ด้วยสมรรถนะของเทคโนโลยี และออฟชั่นที่ใส่มาแบบล้นๆ จนหลายคนอยากสัมผัสตัวจริงของมันซะเหลือเกิน

ในที่สุดข่าวดีของสาวกไบค์เกอร์ในสยามประเทศก็มาถึง เมื่อ BMW Motorrad Thailand ประกาศเปิดสายการผลิต BMW S1000R , BMW S1000RR ในประเทศไทย (CKD) พร้อมเปิดราคาโดนใจ ที่สร้างดราม่าในโลกโซเชียลของคอมอเตอร์ไซค์ ให้พูดกันถึงแต่ S1000RR ไปเป็นอาทิตย์

ถึงวันนี้คงมีหลายคนอยากรู้ว่า S1000RR ประกอบไทยมันดีจริงรึ MotoWish ไม่รอช้ารับอาสาคว้า S1000RR รุ่นประกอบไทย มาทดสอบให้ชมแบบเต็มๆ ก่อนใคร โดยได้รับการสนับสนุนจาก BMW MF Motorrad ที่ให้เรานำรถมาทดสอบกันในครั้งนี้ หากพร้อมแล้วเริ่มกันเลย !!

รูปร่าง หน้าตา ทรวดทรง องค์เอว

แน่นอนว่าเมื่อตอนที่ BMW เปิดตัว BMW S1000RR เวอร์ชั่นปี 2015 ออกมาเรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร เพราะหน้าตานั้นเปลี่ยนไปจากเดิมมาก โดยเฉพาะไฟหน้าที่แฟนๆ เปรียบเวอร์ชั่นเก่าเป็นเอเลี่ยน แต่เวอร์ชั่นนี้ยังไม่ได้ยินฉายาอย่างเป็นทางการ

อย่างที่บอกจุดที่เปลี่ยนชัดเจนคือ บริเวณชุดแฟริ่ง และไฟหน้าพลิกโฉมให้โฉบเฉี่ยวเพิ่มอารมณ์สปอร์ตขึ้น, เหงือกฉลามทั้งสองข้างที่ดูเปลี่ยนไป แต่ก็น่าจะเป็นการปรับปรุงเพื่อให้ใช้งานได้ดีกว่าเดิม โดยเพื่อนๆ ที่ใช้ S1000RR เวอร์ชั่นเก่า (2009-2014) เวลาติดตั้งกันล้มบางยี่ห้อ จุดยึดจะถูกแฟริ่งเหงือกปลาบังอยู่ ตัวกันล้มจึงต้องมีขาหลบออกมา ทำให้กันล้มไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ส่วนบริเวณท้ายรถมีการปรับปรุงเส้นสายใหม่ให้ดูแปลกตาขึ้น โดยรายละเอียดภาพรวมหลักๆ ที่เห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าก็มีเพียงเท่านี้

เครื่องยนต์ BMW S1000RR

S1000RR

เครื่องยนต์ 4 สูบ แถวเรียง ความจุ 999 ซีซี ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมออยคลูเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุดที่ 199 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตรที่ 10,500 รอบ/นาที ถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์บล็อคเก่าแต่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทีเด็ดของการสั่งการเครื่องยนต์รูปแบบใหม่คือ ระบบคันเร่งแบบไฟฟ้า ทำให้เรียกพละกำลังจากเครื่องยนต์ได้เร็วกว่าเดิม

ระบบช่วงล่างอิเล็คทรอนิกส์เต็มลำ

ช่วงล่างหน้า-หลังควบคุมการทำงานด้วยระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ซึ่งเป็นช่วงล่างแบบไฟฟ้า ที่หยิบยกมาจากรุ่นพี่ HP 4 ความพิเศษของ DDC คือควบคุมการขับขี่ และปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพถนนในการขับขี่ และโหมดที่เลือกใช้แบบอัตโมมัติ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งค่า Compression และ Rebound ได้จากหน้าจอง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

พร้อมทำงานร่วมกับ Dynamic traction control (DCT) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ควบคุมล้อหน้า-หลังให้ทำงานสัมพันธ์กัน, Automatic Stability Control (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถลของรถ และ BMW Motorrad Race ABS ระบบป้องกันล้อล็อค พร้อมสวิตซ์ควบคุมการเปิด-ปิด เพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถขึ้นไปอีกสเต็ป

ระบบกันสะเทือน

โช๊คอัพหน้าเทเลสโคปแบบหัวกลับ ของ SACHS ขนาด 46 มิลลิเมตร มีระยะยุบตัว 120 มิลลิเมตร สวิงอาร์มอลูมิเนียมด้านหลังพร้อมโช๊คอัพเดี่ยวของ SACHS ที่สามารถปรับระดับสปริง และพรีโหลดได้

ระบบเบรค

ปั๊มบนของ Nissin พร้อมด้วยก้านเบรคแบบเซาะร่องเหมือนของรถแข่ง MotoGP, ด้านล่างเป็นดิสก์เบรคคู่ ขนาด 320 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ เรเดียลเมาท์ จาก Brembo แบบ 4 พอท, เบรกหลัง ดิสก์เบรคเดี่ยวขนาด 220 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ จาก Brembo แบบ 1 พอท พร้อม ABS หน้า-หลัง

ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์

S1000Rr-Shifter-pro

Gear Shift Assistant Pro หรือที่รู้จักกันในนาม ควิกซิป (Quick Shift) เรียกว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถสมัยใหม่ไปซะแล้ว แต่ Gear Shift Assistant Pro จะให้มาแบบธรรมดาได้ยังไง ระบบนี้สามารถเข้าเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์ทั้งขึ้น และลง ช่วยให้เข้าถึงสไตส์การขับขี่แบบ MotoGP มากขึ้น

ท่อไอเสีย

ปลายท่อดีไซน์ได้เพรียวลม ระบายไอเสียแบบคู่ พร้อมวาล์วปรับสมดุล ควบคุมการเปิด-ปิดด้วยอิเล็คทรอนิกส์ ช่วยเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำ และทำให้น้ำหนักท่อเบาขึ้นถึง 3 กิโลกรัม

หน้าจอแสดงผล

S1000RR22

หน้าจอแบบมัลติฟังก์ชั่น ปรับความสว่างได้ มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมโชว์รายละเอียดของข้อมูล และฟังก์ชั่นต่างๆได้ครบครัน เช่น มาตรวัดความเร็ว, วัดรอบความเร็ว, ตัวจับเวลาต่อรอบ, แสดงตำแหน่งเกียร์, มาตรวัดระยะเดินทาง, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน และตัวแสดงระยะทางก่อนน้ำมันหมด เป็นต้น รวมถึงใช้เซ็ตอัพระบบ DDC, DTC ได้อีกด้วย

โหมดการขับขี่ และออฟชั่นมาตรฐาน

S1000RR30

โหมดการขับขี่ มีมาให้ครบเครื่อง โหมด Rain, Sport, Race ส่วนโหมด Slick ต้องใช้ให้พ้น 1,000 กิโลก่อน ถึงจะปลดล็อคได้ โดยเปิดเบาะแล้วต่อปลั๊กสีแดงเข้ากับระบบเพียงเท่านั้น แถมยังมีโหมด User เพิ่มขึ้นมาให้ผู้ขับขี่ได้ปรับเองแบบตามใจชอบ

โหมดขี่แบบเทพๆ ยังไม่หมด BMW ได้ยัด Riding Mode Pro มาให้ด้วย Launch Control ใช้ล็อครอบออกตัวได้แบบรถแข่ง และ Pit lane limiter ควบคุมความเร็วขณะเข้าพิท เอาไว้ใช้ในสนามได้เท่ห์ๆ

S1000RR ประกอบใน กับ ประกอบนอก มีอะไรที่ต่างกันบ้าง

ถามกันมามากมายอะไรคือความแตกต่างระหว่างตัวประกอบไทย กับตัวประกอบนอกที่เคยนำเข้ามาขาย ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของออฟชั่นที่ใส่มาเต็มกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น

+ ชุดครอบเบาะท้าย หรือที่เรียกกันว่าตูดมด ให้แทนเบาะนั่ง เสริมความเป็นสปอร์ตเต็มตัว

 

+ พักเท้าคนซ้อนไม่มี เพราะไม่ได้ให้เบาะคนซ้อนมาแต่แรก แต่ถ้าใครต้องมีสาวซ้อนท้ายสามารถหาซื้อเพิ่มได้จากโชว์รูม โดยชุดเบาะท้าย และพักเท้าครบชุด สนนราคาอยู่ที่ 28,630 บาท

 

+ Cruise Control หรือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หลายคนอาจสงสัยรถสปอร์ตจะให้มาทำไม แต่เชื่อเถอะมันเพิ่มความสบายตอนขี่ทางไกลได้มาก และช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย

 

+ Heated Grip หรือฮีตเตอร์ที่ปลอกแฮนด์ งงสิ!! อยู่เมืองไทยให้มาทำไม อยากบอกว่าหน้าร้อนอาจไม่เห็นความจำเป็น แต่ถ้าหน้าฝน หรือหน้าหนาวเมื่อไรมันจะช่วยสร้างความอุ่นให้กับมือเราได้อย่างดีเยี่ยม

 

+ ไฟเลี้ยวแบบ LED (จากเดิมที่เป็นไฟเลี้ยวแบบหลอด) ออฟชั่นนี้หลายคนมองว่าธรรมดา แต่รู้ไหมว่าถ้าเป็น BMW ของชิ้นนี้ถือว่าเป็นออฟชั่นที่ต้องเพิ่มตังค์อีกหลายบาทเลยเชียวนะ

นี่คือรายการที่ BMW Thailand บรรจงจัดหนักให้กับ S1000RR ประกอบไทย (CKD) ทำทั้งทีจัดให้ดีแบบสุดๆ

วัสดุ และการประกอบ

S1000RR36

ถามกันมามากสำหรับเรื่องวัสดุ และการประกอบในประเทศไทย จากการสังเกตุด้วยตาเปล่าเรื่องวัสดุ และอุปกรณ์ ไม่เห็นถึงความต่างจากตัวประกอบนอก เนื่องจากอุปกรณ์หลักๆส่วนมากนำเข้ามาจากประเทศเยอรมัน อาจมีเพียงอุปกรณ์ส่วนควบบางชิ้นที่ต้องใช้ภายในประเทศตามมาตรฐานกำหนด ถ้าจะวัดผลจริงๆแล้วคงต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์นานกว่านี้ แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้ คือประสบการณ์ และมาตรฐานการผลิตที่มีมายาวนานกว่า 15 ปีในประเทศไทย ผสานกับการควบคุมการผลิตโดยวิศวกรจากเยอรมัน ทำให้เรามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นแน่นอน

และแล้ว ก็ถึงเวลาที่ศึก 2 พี่น้องบังเกิด เมื่อ S1000RR 2015 ท้าชนรุ่นพี่ HP4

S1000RR9

หากเรายังจำกันได้ ในปี2013 ในวันที่ BMW MOTORRAD ประกาศเปิดตัว BMW HP4 ที่มาพร้อมระบบ DDC (Dynamic Damping Control) หรือระบบโช๊คอัพไฟฟ้า ที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการขับขี่ให้มีสมรรถภาพมากขึ้น จนมาถึงทุกวันนี้ที่ BMW นำระบบ DDC มาใส่ในรถมอเตอร์ไซค์ในคลาสไฮ-เอนด์ทุกรุ่น เราเลยจับเอารถทั้งสอง Gen มารีวิวเพื่อให้รู้ว่า BMW ได้พัฒนาตัวรถไปอย่างไรบ้าง

ฟีลลิ่งการขับขี่ ของ S1000RR 2015 เมื่อจับชนกับรุ่นพี่ HP4

S1000RR-ride4

จากการที่ได้ทดสอบรถ BMW HP4 มีความรู้สึกได้เลยว่าเวลาลงไปขี่ในแทร็ค ตัวรถมีส่วนช่วยผู้ขับขี่เป็นอย่างมาก BMW HP4 แทบจะนอนมาในการทดสอบกับรถในคลาสเดียวกันทุกยี่ห้อ ณ เวลานั้น แต่วันนี้ S1000RR 2015 ทำแบบรุ่นพี่มันได้ทุกอย่าง และทำได้ดีกว่าเสียด้วย S1000RR 2015 มาพร้อมกับน้ำหนักตัว 204 กิโลกรัม (พร้อมของเหลวภายใน) ที่หนักกว่า HP4 อยู่เกือบ 7 กิโล แต่ในการขับขี่จริงนั้นการคอนโทรลเจ้า BMW S1000RR 2015 กลับทำได้ง่ายกว่า และรู้สึกเบาอย่างเหลือเชื่อ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมวิศวกรของ BMW ที่พัฒนาตัวเฟรมให้เบาขึ้น ฐานล้อ และสวิงอาร์มที่ได้รับการปรับปรุงมาจากโฉมเก่า การทำงานร่วมกับคันเร่งไฟฟ้าที่ให้มาใน S1000RR 2015 ทำให้การควบคุมรถง่ายกว่าแบบลืม  HP4 กันไปเลย

ระบบ Gear Shift Assistant Pro ก็ตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่า Quickshifter ที่ติดตั้งมากับรถ HP4 อย่างมาก ทำงานสมูทกว่า และสามารถช่วยนักแข่งลดเวลาต่อรอบได้อย่างแน่นอน สิ่งที่เราเคยเห็นในรายการแข่งขัน MotoGP ที่นักแข่งเชนเกียร์ดังตึ้งๆๆ โดยที่ไม่กำคลัชต์ วันนี้เราได้ลองใช้มันแล้วในรถโปรดักชั่นนี่แหละ ตอนแรกก็แอบหวั่นๆ ว่ารถจะมีอาการดึงหรือไม่เวลาเชนเกียร์ ปรากฎว่ารถสามารถวิ่งไปต่อได้อย่างสมูทมาก แทบไม่มีอาการกระตุกให้รู้สึกเลย

ระบบเบรค Brembo แบบ 4 พอทที่ให้มา ถือว่าพอเพียงในการขับขี่แบบทั่วไป ถึงแม้ในการทดสอบครั้งนี้เราทำในสนามแข่งรถ ระบบเบรคที่ติดรถมาก็ถือว่าเพียงพอ ในระดับที่ปลอดภัยเลยทีเดียว

ยางติดรถ Bridgestone BATTLAX Hypersport S20R ถ่ายทอดแรงม้าแรงบิดสู่พื้นแทร็คได้ดีเยี่ยมให้ความมั่นใจได้ดีในขณะเข้าโค้ง เปิดคันเร่งออกจากโค้งแรงๆก็ยังควบคุมรถได้อยู่

บทสรุป BMW S1000RR 2015

S1000RR16

BMW S1000RR 2015 ในความคิดเห็นของผู้ทดสอบ เป็นรถที่ควบคุมได้ง่ายดายในทุกท่วงท่า ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยว การเดินคันเร่งขณะอยู่ในโค้ง การเอียงรถให้ความรู้สึกที่ง่ายดายมาก ระบบต่างๆที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ ให้การตอบสนองได้ดีเยี่ยม มันพร้อมที่จะแสดงพละกำลังดีดคุณตกรถได้เสมอ หากเผลอไปลองซัดมันในโหมด Slick ตำแหน่งท่านั่ง, พักเท้าอยู่ในระยะเหมาะสมทั้งการขี่เที่ยว และหวดเล่นที่สนามในวันหยุด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ราคาประกอบภายในประเทศ ถือว่ายั่วยวนใจมากๆ ทำเอาผู้ผลิตค่ายอื่นต้องรีบปรับกลยุทธ์การขายด้วยโปรโมชั่นต่างๆกันเป็นแถว

“หากคุณมีงบ 8 แสนบาท สำหรับรถ Sport คันแรก….. รถคันนี้จะเป็นรถคันแรก และคันสุดท้าย….. สำหรับคุณ”

คำแนะนำ

  • กันสะบัดติดรถ ถ้าขี่ไม่โหดก็ไม่ใช่ปัญหา แต่หากต้องการแบบสายโหด จัด Ohlins ใส่เข้าไปแทนของเดิมเป็นอันจบปัญหาที่เล็กน้อย
  • ความร้อนช่วงเฟรม เป็นธรรมดาของรถสปอร์ต อาจจะหา Parts Carbon มาใส่เพิ่มได้ ทั้งหล่อ และเย็นด้วย

BMW S1000RR 2015 ระดับความคุ้มค่าให้ 9.5 เต็ม 10

S1000RR15

BMW HP4 ถือว่าเคยเป็นรถแห่งอนาคต เคยฉีกรถทุกค่ายในการรีวิว ณ วันนี้คงเป็นแค่อดีตไปแล้วเมื่อรุ่นน้องของมันได้ก้าวขึ้นมาท้าทายรุ่นพี่ และยังทำได้ดีกว่าในทุกๆ ด้าน สิ่งเดียวที่ HP4 เหนือกว่าก็คือพาร์ทของแต่งต่างๆ ที่ติดมากับตัวรถ แต่เชื่อว่าคงไม่เหนือความสามารถของบรรดาไบค์เกอร์ในการปรับแต่งรถของตัวเองให้สวย หรู เหมือนดั่ง HP4 หรอก

“สุดท้ายจึงมาเป็นบทสรุปที่ว่า “S1000RR 2015 รถรุ่นน้องที่มาครองบัลลังก์แทนรุ่นพี่ HP4”

MotoWish ขอขอบคุณผู้สนับสนุนในครั้งนี้

 

> BMW S1000RR (CKD) ประกอบไทย : MF Motorrad Rama II  “No. 1 Choice for your BMW Motorrad”

บริษัท เอ็มเอฟ มอเตอร์ราด จำกัด  ที่อยู่  118/56 หมู่ 1 ถ.พระราม 2  ต.ท่าจีน  อ.เมือง  จ.สมุทรสาคร 74000 โทร. 034-425-891

 

>BMW HP4 : คุณวิชิตพงศ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ZEP Product

 

> ผู้ทดสอบ : @Rider 69  / Ome SKR Proshop (@Ome Skr Srimitrungrote)

 

> สถานที่ : พี่แท่น (ไกรทส วงษ์สวรรค์) และสนามแข่งรถ ไทยแลนด์เซอร์กิต “ ชีวิตนักแข่งเริ่มต้นที่นี่ ”


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง