MOTOWISH | รีวิว New Kawasaki Ninja 400 : 2018 มีดีมากกว่าที่ตาเห็น ช่วงล่างจัดเต็มพิกัดความแรง
พูดถึงรถในพิกัด 300 ซีซี จะเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของไบค์เกอร์ที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายบิ๊กไบค์ก็ว่าได้ ด้วยราคาและพื้นฐานของรถที่ง่ายต่อการขับขี่ ทำให้รถในคลาสนี้มีการแข่งขันในตลาดค่อนข้างดุเดือด ซึ่งก็เป็นผลดีกับผู้บริโภคอย่างเราๆที่จะได้เลือกรถรุ่นที่คุ้มค่าถูกใจที่สุด สำหรับรถ Kawasaki New Ninja 400 โมเดลล่าสุดปี 2018 เรียกได้ว่า
ดันลอป สปอร์ตแมกซ์, ยางนินจา 400, นินจา 400 vs 300, นินจา 300 vs 400, Ninja 400 vs 300, Ninja 300 vs 400, Ninja 400 รีวิว, รีวิว Ninja 400, รีวิว นินจา 400, Ninja 400 ผ่อน, Ninja 400 ดาวน์, Ninja 400 Review, Ninja 400 ราคา, Ninja 400 แต่ง, Ninja 400 Top Speed, Ninja 400 ความเร็วสูงสุด, Ninja 400 แรงม้า, Ninja 300 vs 400, คาวาซากิ, นินจา 400 แต่งสวย, Dunlop, Sportmax GPR-300, Bigbike , superbike, motorcycle, ข่าวบิ๊กไบค์ 2017, ซุปเปอร์ไบค์, มอเตอร์ไซค์, จักรยานยนต์,
252891
single,single-post,postid-252891,single-format-standard,qode-core-1.0.3,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-1.5, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-4.6.2,vc_responsive

รีวิว New Kawasaki Ninja 400 : 2018 มีดีมากกว่าที่ตาเห็น ช่วงล่างจัดเต็มพิกัดความแรง

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-Cover-Page-Final

พูดถึงรถในพิกัด 300 ซีซี จะเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของไบค์เกอร์ที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายบิ๊กไบค์ก็ว่าได้ ด้วยราคาและพื้นฐานของรถที่ง่ายต่อการขับขี่ ทำให้รถในคลาสนี้มีการแข่งขันในตลาดค่อนข้างดุเดือด ซึ่งก็เป็นผลดีกับผู้บริโภคอย่างเราๆที่จะได้เลือกรถรุ่นที่คุ้มค่าถูกใจที่สุด สำหรับรถ Kawasaki New Ninja 400 โมเดลล่าสุดปี 2018 เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์สุดๆ

MotoWish-Motor-Expo-2017-Kawasaki-Ninja-400-Color-1

สิ่งหนึ่งที่ถูกใจบรรดาสาวกค่ายเขียว คือการเปิดตัวรถใหม่แต่ละครั้งไม่ต้องกำใบจองกันจนเปื่อยคามือ หลังจาก New Ninja 400 โมเดลปี 2018 โชว์ตัวที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถัดมาในเดือนพฤศจิกายนทาง บจ.คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จัดรถให้แฟนๆได้ยลโฉมกันในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 พร้อมให้สื่อมวลชนได้ทดสอบในทันที ณ สนาม อิมแพ็ค สปีด พาร์ค

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-21

โดยสนามแห่งนี้เป็นสนามโกคาร์ทไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี และเป็นครั้งแรกที่มีรถจักรยานยนต์ได้ลงทดสอบการขับขี่ในสนามแห่งนี้อีกด้วย ซึ่งทางคาวาซากิจัดให้สื่อมวลชลได้ลองแบบสุดพิเศษจริงๆ

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (5)

พื้นฐานการออกแบบ

Kawasaki ตั้งใจออกแบบออลนิว Ninja 400 ปี 2018 ใหม่หมดทุกจุดเพื่อให้มีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่น Ninja 300 ในทุกๆด้านอย่างแท้จริง ไล่กันตั้งแต่เฟรมรถ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบเบรค แฟริ่ง พูดว่าทั้งคันเลยจะง่ายกว่า

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-Frame

ถอดเปลือกเปลือยดูโครงสร้างตัวรถกันก่อน ทางคาวาซากิชูจุดเด่นที่เทคโนโลยีโครงรถใช้เฟรมแบบถักเช่นเดียวกับรถ Ninja H2 ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงและซับแรงกระทำได้เป็นอย่างดี

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (12)

รูปลักษณ์ภายนอก

กับโทนสีดำด้านดุดันตามเทรนด์สมัยนิยม สติกเกอร์ลวดลายกราฟฟิก ทำออกมาได้ดูสปอร์ตดีทีเดียว แต่น่าจะมีเลขรหัส 400 เพิ่มตรงด้านข้างแฟริ่งบริเวณไฟเลี้ยวจะได้ไม่ดูโล่งจนเกินไป

มองดูรูปทรงภายนอกมีลายเส้นคล้ายสปอร์ตท็อปเรคคอร์ดอย่าง Kawasaki Ninja H2 โดยเฉพาะช่วงหัวและช่วงท้ายเรียกว่าถอด DNA กันมาเลยก็ว่าได้

เรือนไมล์ยังคงใช้แบบเข็มผสมตัวเลขดิจิตอล โดยทางคาวาซากิอยากให้อารมณ์เดียวกับ Kawasaki H2 อีกเช่นกัน บริเวณแผงคอเจาะช่องว่างเพื่อลดน้ำหนักสไตล์รถสปอร์ต หนัาปัดบอกรายละเอียดการขับขี่ครบถ้วน เรดไลน์เริ่มต้นกันที่ 12,000 รอบ

สวิทช์ทั้งซ้ายและขวาจัดมาให้ใช้แบบพอดิบพอดี ส่วนแฮนด์จับโช้คอยู่ในตำแหน่งบนแผงคอ

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (11)

เครื่องยนต์

ซีซีเพิ่มมากขึ้นอีก 100 ซีซี แต่ขนาดมิติของเครื่องยนต์เล็กกว่าเครื่อง 300 ซีซี เพื่อความเบาและจุดศูนย์ถ่วงที่ดี รวมทั้งออกแบบวาล์วไอดีวาล์วไอเสีย เพื่อรองรับรอบเครื่องยนต์ในรอบต่ำถึงรอบสูงได้ดีขึ้น และยังใช้ Stick Coil แบบ Denso Stick Type ทำให้เกิดไฟแรงดันสูงในการจุดระเบิด ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้อย่างสูงสุด แถมยังใช้เพลาลูกเบี้ยวแบบอัดขึ้นรูปทำให้ลดน้ำหนักไปได้อีก 200 กรัม

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (18)

ชุดดุมคลัทช์เล็กลงจากชุดเดิมที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 139 มิล. เหลือเพียง 125 มิล. ทำให้แผ่นคลัทช์มีขนาดเล็กลงตามไปด้วย ซึ่งการออกแบบดังกล่าวทำให้ลดแรงในการบีบก้านคลัทช์ถึง 20% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์ให้ดีขึ้น และลดอาการเมื่อยล้าที่นิ้วในการกำคลัทช์เวลาเดินทางไกล

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (6)

ระบบกันสะเทือน 

โช้คอัพหน้าจากเดิมในรุ่น Ninja 300 ใช้ขนาด 37 มิล. ส่วนในรุ่น Ninja 400 ได้เพิ่มขนาดขึ้นเป็น 41 มิล. ซึ่งใช้แบบเดียวกับรุ่นพี่คลาสกลางอย่าง Ninja 650 ล้อแมกซ์ด้านหน้าสวมยาง Dunlop Sportmax GPR-300 ขนาด 110/70 R17

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (16)

โช้คอัพหลังจัดสเปคใหญ่อีกเช่นกัน พร้อมสามารถปรับตั้งพรีโหลดแบบเลื่อนข้อ ส่วนยางหลังขนาด 150/60 R17 ขนาดกว้างกว่า Ninja 300 (140/70 R17)

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (19)

ระบบเบรค

คาลิปเปอร์ยี่ห้อ Nissin 2 ลูกสูบ ประกบจานดิสก์เบรคขนาดใหญ่โตถึง 310 มิลลิเมตร (ขนาดเดียวกับรถ ZZR1400) แถมยังเป็นจานเบรคชนิด Semi Floating หรือที่เรียกกันภาษาคอรถว่า จากเบรคให้ตัวได้ เพื่อประสิทธิภาพในการเบรคที่ดีกว่า และเมื่อปล่อยเบรคแล้ว ระยะห่างของจานกับผ้าเบรคจะไม่ติดกันเหมือนจานเบรคแบบธรรมดา ทำให้ล้อหมุนได้แบบไม่มีแรงเสียดทานจากผ้าเบรค

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (17)

ส่วนระบบเบรคหลังเป็น คาลิปเปอร์ยี่ห้อ Nissin 2 ลูกสูบ ประกบจานดิสก์เบรคขนาดใหญ่ 220 มิลลิเมตร พร้อมระบบเบรค ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาเต็มระบบ

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (10)

ความจุถังน้ำมันได้ถูกออกแบบใหม่และปรับลดขนาดลงจากรุ่น 300 ที่เคยจุได้ 17 ลิตร ในรุ่น 400 นี้สามารถจุน้ำมันได้ 14 ลิตร แต่ทางคาวาซากิยังคงเคลมระยะทางในการวิ่งต่อ 1 ถัง ไว้ที่ 300 กว่ากิโลเมตร ซึ่งก็เพียงพอต่อการเดินทางออกทริปกัน

MotoWish Kawasaki-Ninja-400 (9)

ไหนๆเครื่องยนต์ก็ออกแบบใหม่แล้ว ท่อไอเสียจะเอาของเก่ามาใส่ได้ยังไง คาวาซากิจัดการลดน้ำหนักของท่อไอเสีย โดยรีดความหนาของเหล็กเหลือเพียง 0.8 มิลลิเมตร และขยายขนาดคอท่อจากเดิม 28.6 มิลลิเมตร เพิ่มเป็น 31.8 มิลลิเมตร ทำให้การคายไอเสียเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-8-1

TEST TEST 2 สนาม แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

การคอนโทรล

ด้วยทีมผู้ออกแบบรถคาวาซากิตั้งใจดีไซน์ให้รถ New Ninja 400 ปี 2018 เป็นสปอร์ตคอมแพคในทุกสัดส่วน ตั้งแต่มิติตัวรถและโพซิชั่นของท่านั่งในการขับขี่ พร้อมด้วยการควบคุมรถที่ง่ายดาย สำหรับมือใหม่ First Entry ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวระหว่างรถ 250 , 300 ซีซี และ 400 ซีซี เลือกข้ามรุ่นมาหวด 400 ซีซี ถ้างบถึงพอจัดทีเดียวจบ !!!

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-41

ตำแหน่งเบาะนั่งมีความสูงที่ระดับกลางๆจากพื้นถึงเบาะที่ระยะ 785 มิลลิเมตร ซึ่งความสูงเท่ากับนินจา 300 เทสไรเดอร์ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 62 กิโลกรัม วางได้เต็มฝ่าเท้า เบาะผู้ขับขี่อาจจะดูหลอกตาหน่อยๆ เพราะด้วยการออกแบบถังน้ำมันและเบาะคนนั่งซ้อนที่ดูสูงขึ้น ทำให้เบาะนั่งของผู้ขับขี่มีลักษณะดูเว้าลึกลงไป

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-15-1

หลังจากที่เทสไรเดอร์ขึ้นคร่อมรถ ตำแหน่งแฮนด์ให้ความรู้สึกไปในทางกึ่งสปอร์ตทัวร์ริ่ง การวางมือนั้นเป็นแบบในลักษณะสบายๆ ไม่ต้องก้มตัวมากนัก

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-7-1

ทดสอบการเข้าโค้งแคบๆในสนามโกคาร์ท รถสามารถแบนโค้งแบบเข่าเช็ดพื้นได้ทุกเกียร์ตั้งแต่เกียร์ 1 2 และ 3 รถนินจา 400 พาเลี้ยวเข้าโค้งไปได้อย่างง่ายดาย ให้ความรู้สึกว่ารถเบากว่า Ninja 300 ตัวเก่าพอสมควร แต่ความเบาในที่นี้คือตัวรถยังคงให้ความรู้สึกที่มั่นคงจากช่วงล่างเป็นอย่างดี

โค้งเอสความเร็วต่ำ ในสนามโกคาร์ทแสดงให้เห็นว่ารถ Ninja 400 ให้การคอนโทรลที่ง่ายและเบา จังหวะการผลิกรถซ้ายขวาทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อารมณ์เหมือนขี่รถพิกัด 150 ซีซี

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-24

ส่วนการทดสอบที่ สนามพีระฯ เซอร์กิต พัทยา Ninja 400 ก็ให้ความบันเทิงเพลิดเพลินกับเทสไรเดอร์ได้อย่างมันส์มือทีเดียว โค้งไฮสปีดที่ขึ้นชื่ออย่าง โค้ง 100R รถนินจาพาเทโค้งขวายาวๆขึ้นเนินเขาไปอย่างเนียนๆ แบบไม่ต้องจัดท่าทางการขี่อะไรมากนัก คำจำกัดความแบบสั้นๆของ Ninja 400 คือ รถเบาคอนโทรลง่าย

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-26

ทดสอบช่วงทางตรงที่ความเร็วสูงในสนามพีระฯ ขี่แบบหมอบหัวติดถังน้ำมันเลยนะ บังลมหน้ารถตัดอากาศข้ามหัวไปได้ดี แฟริ่งด้านข้างให้ความรู้สึกกระชับคอมแพคกับตัวผู้ขับขี่มากๆ การขับขี่ให้ความรู้สึกเหมือนจะลู่ลมได้ดีขึ้นกว่ารุ่น 300 เอ๊ะรึว่าเพราะรถมันเบาหว่า… ส่วนในภาพนี้เป็นจังหวะยกคันเร่งลงเนินก่อนเข้าโค้งที่ 1 แล้ว

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-32

การตอบสนองของเครื่องยนต์

ด้วยความจุของเครื่องยนต์ที่มีเพิ่มมากกว่ารุ่นนินจา 300 อีก 100 cc. และแรงม้าที่มากขึ้นถึง 45 แรงม้า พร้อมทั้งแรงบิดที่มากขึ้นจากเดิม 27 นิวตันเมตร เป็น 38 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าเยอะเอาเรื่องเหมือนกัน ทำให้การขับขี่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าคันเร่งเบาไปในทันที เพราะด้วยแรงบิดและแรงม้าที่มีเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว การเดินคันเร่งในทุกจังหวะของการขับขี่จึงมีความมันส์ผสมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ Ninja 400 ให้การตอบสนองของคันเร่งได้รวดเร็วทันใจ บวกกับน้ำหนักตัวรถที่เบาขึ้น แรงบิดมีมาให้เรียกใช้ได้ตั้งแต่รอบต่ำๆต่อเนื่องยันรอบสูงสุดถึงเรดไลน์

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-12-1

ในสนามโกคาร์ท เทสไรเดอร์ทดสอบกดคันเร่งออกจากโค้งด้วยเกียร์ 3 ที่รอบเครื่องยนต์ค่อนข้างต่ำ คิดในใจว่ารถคงไม่พุ่งออกจากโค้งอย่างแน่นอน แต่ผิดคาดรถกลับวิ่งออกจากโค้งไปได้แบบเนียนๆ แรงบิดมีให้เรียกใช้ได้ทุกช็อตเลย

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-34

ส่วนการทดสอบที่ สนามพีระฯ เซอร์กิต เทสไรเดอร์ได้มีโอกาสใส่คันเร่งแบบไม่ต้องยั้งมือเหมือนที่สนามโกคาร์ท รอบเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่ในระดับรอบกลางถึงปลายๆแตะเรดไลน์ คันเร่งบิดได้ติดมือมากๆ แรงบิดมีมาให้ใช่อย่างต่อเนื่องแบบไม่มีขาดตอน กดคันเร่งสับเกียร์ กดคันเร่งสับเกียร์ สุดทางตรงของสนาม เกียร์ 5 ทำความเร็วได้ถึง 170 กว่า กม./ชม.

 

คือถ้าคาวาซากิจัดเรซแทรคเดย์รุ่น Ninja 400 นะ จะเป็นรถรุ่นที่ไม่ต้องลงทุนแต่งอะไรมากเลย ใส่พักเท้าแต่ง ใส่ท่อ เปลี่ยนสายถัก ลงแข่งได้ทันที !!!

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-6-1

การออกแบบชุดชามคลัทช์ใหม่ทำให้การบีบคลัทช์นั้นง่าย และนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมอย่างที่คาวาซากิคุยไว้ แค่นิ้วเดียวก็สามารถบีบคลัทช์ได้เอานิ้วที่เหลือไปจับแฮนด์สบายๆ รู้เลยว่าถ้าขี่ออกทริปทางไกลจะไม่มีอาการปวดนิ้วเพราะบีบคลัชท์แน่นอน

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-17-1

ส่วนที่ต้องชมเชยคือ ชุดสลิปเปอร์คลัทช์ เทสไรเดอร์ลองเชนเกียร์อารมณ์ประหนึ่งกำลังแข่งรถอยู่ ทดสอบเชนเกียร์แบบหนักๆให้รถเสียอาการ ล้อหลังออกอาการน้อยมากๆ ทั้งในขณะทางตรงและทางโค้งที่รถกำลังเอียงอยู่ ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเป็นกังวลกับการเปลี่ยนเกียร์ในทุกสถานะการณ์

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-25

ระบบกันสะเทือนและช่วงล่าง

การเข้าโค้งไฮสปีดใน สนามพีระฯ เซอร์กิต โช้คหน้าให้ฟิลลิ่งติดไปทางนุ่มนวลแต่ยังคงเกาะผิวแทรคได้มั่นคงดีมาก ช่วงสุดทางตรงจุ่มรถลงเขาไปที่โค้ง 1 ทดสอบเบรคหน้าแบบเต็มที่ การซับแรงของโช้คหน้าทำงานได้มีประสิทธิภาพอย่างน่าแปลกใจ คือถ้ามองโช้คจากภายนอก “ก็ธรรมดานะไม่มีอะไร” หากไบค์เกอร์ที่คิดจะดูถูกโช้คหน้าแบบนี้หรือคิดว่าทำไมไม่ใส่โช้คหัวกลับมา คิดผิดคิดใหม่ได้ โช้คหน้าดีเกินพิกัดรถเลย #ขี่ก่อนค่อยคุยทีหลัง

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-37

ทางคาวาซากิเซ็ทโช้คหลังให้กับ Ninja 400 มาเป็นอย่างดี หากใครที่ได้ขี่สนามพีระ เซอร์กิตฯ เป็นประจำจะรู้ว่า โค้งที่ 10 ต่อเนื่องไปโค้งที่ 11 ถ้าโช้คหลังเซ็ทมาไม่ดี เวลากดคันเร่งออกจากโค้งที่ 10 ท้ายรถจะแสดงอาการสะบัดดีดดิ้นให้คนขี่ได้ทดสอบความแข็งแรงของลำแขนทุกรอบ ซึ่งจุดนี้ Ninja 400 ทำได้ดีสอบผ่านแบบ 8.5/10 เลยทีเดียว ซึ่งถ้าขี่รถใช้งานแบบปกติคือเพียงพอแล้ว

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-11-1

ระบบเบรค

ชุดคาลิปเปอร์และดิสก์เบรคที่ยกมาจาก Ninja 650 ให้ฟิลลิ่งในการเบรคได้นุ่มนวล ละเมียดมือดีทีเดียว การหยุดรถแบบหนักหน่วงก็ทำได้ในระยะสั้นๆ หรือจังหวะที่ต้องเลียเบรคในการเข้าโค้งก็ทำได้ดี จนคิดว่าไม่น่าจะต้องใส่ปั้มแต่งกันแล้วนะหากใช้งานแบบปกติทั่วไป เบรคหลังก็อารมณ์เช่นเดียวกันกับเบรคหน้าเหมือนกัน ส่วนระบบเบรค ABS ให้ประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาตราฐาน

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-4-1

ยางติดรถ

ยางหลังของ Ninja 300 ขนาดความกว้าง 140 ส่วน Ninja 400 คาวาซากิก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจในความแรงที่มากขึ้น เพิ่มขนาดหน้ายางเป็น 150 ซึ่งยาง Dunlop Sportmax GPR-300 เทสไรเดอร์ได้เคยทำการทดสอบมาแล้วหลายร้อยกิโลเมตร ยางให้ฟิลลิ่งไปในทางสปอร์ตเรซซิ่ง ในสนามโกคาร์ทซึ่งแอสฟัลท์เป็นแบบละเอียดจะมีความลื่นมากกว่าแอสฟัลท์ในสนามแข่งรถ ยางยังคงเกาะผิวแทรคได้อย่างดีเยี่ยม ในจังหวะที่เทสไรเดอร์ตั้งใจทำรถเสียอาการ ยางดันลอป สปอร์ตแมกซ์ ก็ยังเอาอยู่ !!!

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-36

ข้อดี

  • น้ำหนักรถเบาคอนโทรลง่าย โพซิชั่นท่านั่งในการขับขี่สบาย
  • ช่วงล่างและระบบเบรคเซ็ทมาดีเกินพิกัดรถ
  • เครื่องยนต์มีแรงม้าและแรงบิดอยู่ในระดับที่ดีมาก

 

ข้อแนะนำ

  • ลวดลายล้อแมกซ์ควรออกแบบใหม่ คือเข้าใจว่าก้านเล็กที่มาค้ำก้านใหญ่เพื่อเพิ่มความแข็งแรง แต่ดูแล้วไม่สวยเลย เปลี่ยนเป็นเพิ่มขนาดก้านแมกซ์ให้ใหญ่อีกเล็กน้อย แล้วตัดก้านเล็กทิ้งไปเลยจะสวยกว่า ส่วนดีไซน์ต้องปรับอีกเล็กน้อย
  • รถสีน้ำเงิน และ สีดำ เพิ่มสติกเกอร์รุ่น 400 ที่ด้านข้างแฟริ่งจะได้ไม่ดูเรียบเกินไป
  • สายเบรคถ้าให้สายถักมาจากโรงงานเลยจะได้ใจคนซื้อมาก
  • รุ่นต่อไปถ้าขอ เดย์ไลท์ , ชิฟไลท์ ด้วยจะพีคมาก
MotoWish-Review-Ninja-400-2018-18-1

Kawasaki Ninja 400 : 2018 มีให้เลือก 2 รุ่น 4 สี

  • ราคาวางจำหน่าย ณ เดือนพฤศจิกายน 2017
  • Ninja 400 Standard มี 2 สี ได้แก่ สีดำ (Metallic Spark Black) , สีฟ้า (Candy Plasma Blue) ราคา 196,000 บาท
  • Ninja 400 Special Colours (KRT EDITION) มี 2 สี ได้แก่ สีเขียว (Lime Green / Ebony) , สีแดง Passion Red / Metallic Flat Spark Black ราคา 205,000 บาท

 

  • ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นตัวแทนจำหน่าย
  • ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

 

อ่านรายละเอียด Kawasaki Ninja 400 เพิ่มที่นี่

ค้นหาตัวแทนจำหน่าย Kawasaki เพิ่มที่นี่

MotoWish-Review-Ninja-400-2018-27

MotoWish ขอขอบคุณ

บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด
2499 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 ติดต่อ 02-018-4999

NITEK-LOGO-2

> Nitek Helmet 2 Power

146/2  ซ.ศูนย์วิจัย 14  ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม  แขวงบางกะปิ  เขตห้วยขวาง  กรุงเทพฯ 10310  โทร.081-823-0181 , 099-640-0592

 

ผู้ทดสอบ : @Rider 69

อ่าน Reviews เพิ่มที่นี่

อ่านรีวิว Kawasaki รุ่นอื่นๆ เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish