MOTOWISH | Kawasaki Ninja ZX-10R 2016 สปอร์ตคลาสพันคุ้มสุดของซีซั่นนี้
Reviews,Kawasaki, Ninja, ZX10R, 2016, คาวาซากิ, รีวิว, แซดเอ็กซ์, แซดเอ็กซ์สิบอาร์, นินจา,
Reviews,Kawasaki, Ninja, ZX10R, 2016, สปอร์ต, Kawasaki Racing Team, 1000, Launch control, Traction control, Engine braking, ABS , Jonathan Rea , Tom Sykes
66858
post-template-default,single,single-post,postid-66858,single-format-standard,qode-core-1.1,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-2.1, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.5,vc_responsive
Home  »  Reviews   »   Kawasaki Ninja ZX-10R 2016 สปอร์ตคลาสพันคุ้มสุดของซีซั่นนี้

Kawasaki Ninja ZX-10R 2016 สปอร์ตคลาสพันคุ้มสุดของซีซั่นนี้

ปีนี้นับเป็นปีทองของ Kawasaki Racing Team อย่างแท้จริง การเถลิงขึ้นบัลลังก์แชมป์ WSBK ของ Jonathan Rea ในการแข่งขันปี 2015 ร่วมกับทีมเมทที่เป็นถึงอดีตแชมป์โลกรายการนี้เมื่อปี 2013 อย่าง Tom Sykes โดยที่ ZX10-R เวอร์ชั่นนี้ว่ากันว่าเป็นรถที่ได้รับการต่อยอดมาจากสองแชมป์โลกและทีมแข่ง Kawasaki Racing Team แทบทุกดีเทลกันเลย

โดยจุดหลักๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น รูปลักษณ์หน้าตาที่เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด, ตำแหน่งของแฮนด์ที่ขยับเข้ามาใกล้ผู้ขับขี่มากขึ้น, สวิงอาร์มที่ยาวขึ้น, เพลาข้อเหวี่ยงที่เบาขึ้น ระบบอิเล็คทรอนิคส์ที่อัดแน่นใส่กันแบบคนซื้อไปมีงง ไม่ว่าจะเป็น (Launch control, Traction control, Engine braking, ABS etc.) ทำให้ Kawasaki ZX-10R เป็นรถที่ได้รับการถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งขันมาโดยตรงเลยทีเดียว

งานนี้คงต้องยกความดีความชอบให้ บจ.คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) ที่ทำการตลาดได้ตรงใจผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เรียกว่ารถเปิดตัวปุ๊บก็ประกาศราคาพร้อมส่งมอบรถในทันที

ทำให้ MotoWish ไม่รอช้ารีบสรรหารถมาทำรีวิวให้แฟนๆอย่างรวดเร็ว ด้วยสเปคบนหน้าโบรชัวร์ที่สวยหรูแถมราคา 679,000 บาท ก็เร้าใจม๊วกกกก ทำให้ ZX-10R น่าจะเป็นตัวเลือกที่มาแรงที่สุดในชั่วโมงนี้ แต่ๆๆด้วยแรงม้าที่ถูกทอนลงไปตามมาตรฐานไอเสียของบ้านเรา (Euro4) รถคันนี้จะตอบโจทย์ไบค์เกอร์อย่างเรา ๆได้หรือไม่เดี๊ยวรู้กัน….

สัมผัสแรกที่เราได้เจอกับเจ้า ZX-10R คันนี้ เรารับรู้ถึงมิติของตัวรถที่ดูเล็กลงจากเวอร์ชั่นก่อนๆ รถที่เรานำมาใช้ทดสอบในวันนี้เป็นรถโปรดักชั่นแท้ๆ ที่มีการ Setting มาจากโรงงาน สิ่งที่พวกเราทำเพียงอย่างเดียวคือการปรับความดันลมยางเพื่อให้สอดคล้องกับการขับขี่ในสนามแข่งขัน และใกล้เคียงกับผู้ซื้อใช้งานโดยทั่วไป

มาเริ่มการทดสอบกันเลยดีกว่า จุดแรกเลยที่เราอยากจะชื่นชมคือโช้คหน้าของ Showa ที่มาพร้อมซับแท๊งค์ตัวโช้ค ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมชนิดที่ไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆเพื่อเปลี่ยนของเทพกันอีกเลย ช่วงจังหวะที่แบนรถเข้าโค้งไปนั้นการทำงานของโช้คหน้าและโช้คหลัง Showa BFRC lite ตอบสนองสัมพันธ์กันได้อย่างยอดเยี่ยม

การพลิกรถเข้าโค้ง S ทำงานได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล เราตั้งค่าโช้คหน้าและหลังโดยปรับระดับความแข็งไว้กลางๆ และลองทดสอบโดยการกดคันเร่งช่วงสุดทางตรงในสนามความเร็วหน้าปัดโชว์อยู่ที่ 200+ ก่อนถึงโค้งเราเชนเกียร์พร้อมเบรคหน้าอย่างหนักหน่วง(ล้อหลังลอยขึ้นจากพื้น) เพื่อดูการทำงานของโช้คหน้า ลองสักเกตดูจากรูปภาพโช้คหน้ารองรับการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแบบเหลือเฟือ

ระบบเกียร์เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรารับรู้ได้ถึงการพัฒนาจากรุ่นก่อน คือระยะห่างของเกียร์ถูกปรับให้ชิดขึ้นตั้งแต่เกียร์ 2 ขึ้นไป ทำให้สามารถเตะเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วมากขึ้น ตำแหน่งของแฮนด์ และฐานล้อที่ยาวขึ้น(+15.8มิล) ช่วยให้เราสามารถพลิกรถได้อย่างง่าย และรู้สึกสนุกสนานกับการเข้าโค้ง S เป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับรถในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้

ระบบเพาเวอร์โหมดมีให้เลือกได้ 3 ระดับตั้งแต่ Full, Mid, Low ทำให้เราได้รู้เลยว่า แม้ในยามที่ต้องการประหยัด การขับขี่ด้วยโหมด Low ก็ยังสามารถส่งตัวรถให้ทะยานไปได้อย่างรวดเร็วโดยตั้งแต่ช่วง 1,000 รอบขึ้นไปถึง 7,000 รอบ จะดูสุภาพนุ่มนวลไม่ดุดันเท่าไร แต่พอรอบเครื่องเลย 7-8,000 รอบขึ้นไปแล้วเหมือนรถมีระบบซุปเปอร์ชาร์จพุ่งทะยานได้อย่างเมามันส์เลย 179 แรงม้า ที่มีให้ใช้….บอกเลยว่าเป็นม้าที่แข็งแรงทุกตัว และทำให้ลืมรถที่มีน้ำหนัก 204 กิโลกรัมไปเลย รวมทั้งการออกแบบเฟรมรถใหม่ทั้งหมดโดยลดจุดเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มความเสถียรมากขึ้น

ระบบเบรกก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทาง Kawasaki บรรจงอัพเกรดมาให้แบบถึงใจกับ Brembo M50 พร้อมจานเบรกแบรมโบ้ แต่เราไม่ค่อยชอบการทำงานของระบบ ABS มากนัก โดยที่รถเดิมๆไม่สามารถปิด ABS ได้ (ต้องติดตั้งชุด Race Kit ถึงจะปิดระบบ ABS ได้) แต่ก็เหมาะอย่างมากสำหรับมือใหม่ หรือการใช้งานบนท้องถนนที่รองรับทุกสภาวะสภาพอากาศ

โดยการทดสอบครั้งนี้กับรถที่วิ่งมายังไม่ถึง 100 km. ถือว่าสอบผ่านแบบสบายๆ ระบบเบรคแม้จะเดิมๆ มาจากโรงงานแต่ก็ใช้หยุดรถในสนามแข่งได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องพูดถึงการใช้ในชีวิตจริงครับ รับรองว่าเหลือๆ แน่นอน

ระบบอิเล็คทรอนิคส์ IMU อัจฉริยะตรวจจับองศาการเบี่ยงเบนของตัวรถ 6 แกน ทำงานผสมผสานกับ S-KTRC หรือ Traction control และ KIBS ระบบเบรกบอกเลยว่าอัจฉริยะจริงๆเพราะการตรวจจับนั้นใช้เวลาเพียงเศษเสี้ยว 5/1000 ของ 1 วินาที ระหว่างการทดสอบเราจงใจเปิดคันเร่งออกจากโค้งให้ท้ายรถสไลด์ เพื่อทดสอบการทำงานของระบบแทรคชั่นคอนโทรล ซึ่งระบบ IMU แก้อาการท้ายสไลด์ได้อย่างรวดเร็ว

กันสะบัดอิเล็คทรอนิคส์ Ohlins ที่พัฒนาร่วมกับทาง คาวาซากิ นั้นทำงานได้ดีมากไม่มีอาการหนืดไม่ทันแต่อย่างใด

บทสรุปกับสปอร์ตตั๊กแตนเขียวราคาค่าตัว 679,000 บาทนั้น ถือว่าเป็น “Best Buy Sport Bike 1000cc.” เลยทีเดียว

– ผู้ทดสอบ @Rider 69

– ขอขอบคุณ K.Pom Roengchai : เซ็งซิ้มอี๊ น้ำแข็งใสสะท้านโลกันต์ สาขาตรอกจันทร์ เอื้อเฟื้อรถ ZX10R ในการทดสอบครั้งนี้

– สนามไทยแลนด์ เซอร์กิต นครชัยศรี

อ่านข่าวสาร Kawasaki เพิ่มเติมได้ที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง