MOTOWISH | รีวิว Ducati Supersport S 2017 สปอร์ตไบค์ฟังก์ชั่นทัวร์ริ่ง ฟิลลิ่งสุดเร้าใจ
คุณเป็นใคร คุณทำงานอะไร คุณใช้ชีวิตอย่างไร ผมเชื่อว่าต้องมีบางครั้ง หรือหลายๆคราวในช่วงชีวิตของคนที่ชื่นชอบรถบิ๊กไบค์ อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง จากโต๊ะทำงาน จากสิ่งเดิมๆ พาร่างกายพร้อมรถคู่ใจออกไปปะทะกับสิ่งธรรมชาติ สายลมและแสงแดด
Ducati Supersport vs, Ducati Supersport S รีวิว, รีวิว Ducati Supersport S, Ducati Supersport ราคาผ่อนดาวน์, Review, Ducati Supersport S, Ducati Supersport ราคา, Ducati Supersport S แต่ง, Ducati Supersport Top Speed, Ducati Supersport ความเร็วสูงสุด, Ducati Supersport แรงม้า, วีธีการปรับ Riding Mode, Ducati Quick Shift, DQS Race, ดูคาติ ซุปเปอร์สปอร์ต เอส, Bigbike , superbike, motorcycle, ข่าวบิ๊กไบค์, ซุปเปอร์ไบค์, มอเตอร์ไซค์, จักรยานยนต์, รถบิ๊กไบค์, เสียงท่อห้ามดังเกิน, 95 เดซิเบล, ท่อดังเกิน, Bigbike , superbike, motorcycle, ข่าวบิ๊กไบค์ 2017, ซุปเปอร์ไบค์, มอเตอร์ไซค์, จักรยานยนต์,
250912
post-template-default,single,single-post,postid-250912,single-format-standard,qode-core-1.1,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-2.1, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.5,vc_responsive
Home  »  Reviews   »   รีวิว Ducati Supersport S 2017 สปอร์ตไบค์ฟังก์ชั่นทัวร์ริ่ง ฟิลลิ่งสุดเร้าใจ

รีวิว Ducati Supersport S 2017 สปอร์ตไบค์ฟังก์ชั่นทัวร์ริ่ง ฟิลลิ่งสุดเร้าใจ

คุณเป็นใคร คุณทำงานอะไร คุณใช้ชีวิตอย่างไร ผมเชื่อว่าต้องมีบางครั้ง หรือหลายๆคราวในช่วงชีวิตของคนที่ชื่นชอบรถบิ๊กไบค์ อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง จากโต๊ะทำงาน จากสิ่งเดิมๆ พาร่างกายพร้อมรถคู่ใจออกไปปะทะกับสิ่งธรรมชาติ สายลมและแสงแดด อยากสูดกลิ่นไอหมอกควันแทรคซึมผ่านตัวเวลาเดินทางด้วยสองล้อคู่ใจ

Work Hard, Play Hard, Ride Harder

ว่าแล้วก็เตรียมอุปกรณ์พร้อมออกเดินทางกันเลยดีกว่า จุดหมายปลายทางสู่แหล่งธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ส่วนรถที่จะใช้ในการเดินทางครั้งนี้ Ducati Supersport S 2017 รถสปอร์ตไบค์ที่มีทัวร์ริ่งฟังก์ชั่น

จากกรุงเทพฯ เราใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินทางมาถึงถนนเส้นที่จะนำไปสู่จุดหมาย ซึ่งรถจักรยานยนต์ที่มีความต้องการขึ้นไปขี่รถเที่ยวบน “เขาใหญ่” ทางอุทยานจะมีมาตราการป้องกันเรื่องของ “มลพิษทางเสียง” โดยมีเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ “วัดระดับเสียง” เครื่องยนต์หรือท่อไอเสียหน้าด่านทางเข้าอุทยาน

พอมาถึงก็จะมี พี่ๆเจ้าหน้าที่รอต้อนรับพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือวัดเสียงไว้รอเลย ทำการตั้งวัดระดับเสียงห่างจากท่อไอเสียประมาณ 50 ซม. และทำมุมทะแยง 45 องศา จากปลายท่อไอเสีย ซึ่งจำกัดระดับเสียงไว้ “ไม่เกิน 95 เดซิเบล” หากเสียงดังเกินกว่าที่กำหนดก็ “กลับรถ” บัยยสสส์ กลับบ้านนะแจ๊ะ

ถึงแม้เจ้า Ducati Superspor S เวอร์ชั่นนี้จะใส่ท่อแต่ง Akrapovic มาจากโรงงาน แต่ก็มีระดับเสียงตามมาตราฐานอยู่ที่ 94 เดซิเบล ที่รอบเครื่องยนต์ 3,500 รอบต่อนาที ตอนเจ้าหน้าที่สั่งให้บิดคันเร่ง เทสไรเดอร์ก็ทุ้มอยู่ในใจว่าจะผ่านไม่ผ่านว้าาา ถ้าไม่ผ่านมีได้เถียงกันคอเป็นเอ็นแน่นอน เพราะมีสติกเกอร์ติดอยู่ที่เฟรมรถใต้เรือนไมล์แสดงถึงระดับเสียงของรถรุ่นนี้

แล้วเลขที่ออกก็คืออออ 93.6 เดซิเบล ถือได้ว่าเครื่องมือวัดเสียงของเจ้าหน้าได้มาตราฐานอยู่นะ ผ่างๆๆๆโดยสวัสดิภาพ หลังจากนั้นก็ชำระค่าธรรมเนียมในการขึ้นอุทยาน จอดแวะนมัสการศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่สักครู่พร้อมออกเดินขึ้นเขาใหญ่กันได้เลย

การขับขี่รถบิ๊กไบค์บนเขาใหญ่สิ่งหนึ่งที่ชาวไบค์เกอร์ควรพึงระลึกไว้อยู่เสมอคือ เขาใหญ่ เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นผืนป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์นาๆชนิด “เรา” คือผู้มาเยือน ฉะนั้นควรขับขี่กันด้วยความระมัดระวัง ใช้ความเร็วแค่พอประมาณและไม่ควรขี่ตัดไลน์ถนน เนื่องจากถนนแคบแค่สองเลนแบบสวนกัน เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บ้างจะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทัน และปลอดภัยสำหรับผู้ร่วมใช้ถนนทุกๆคน

 

 

DRL

จากภาพมุมนี้จะเห็นได้ว่าระบบ LED Day Light ของรถ SuperSport ให้ลำแสงที่สว่างชัดเจนแบบไม่เหมือนใคร โดยสามารถที่จะเลือกปิด-เปิด หรือ จะตั้งเป็นระบบออโต้ก็ได้เหมือนกัน ให้ทั้งความสวยงามและความปลอดภัยที่เด่นชัด

ห๊ะะะ… Ducati Supersport S ขึ้นเขาใหญ่ได้ !!!  เราแวะทานอาหารเที่ยงกันที่ทำการอุทยาน พร้อมบรรดาน้องกวางและน้องลิงคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบเพื่อนสนิท

TEST TEST

 

การคอนโทรล

สัมผัสแรกที่ขึ้นคร่อม Ducati Supersport โพซิชั่นท่านั่ง ผิดไปจากตระกูลสายสปอร์ตอย่าง Panigale ที่เคยได้ขี่และทดสอบมา เบาะนั่งที่ต่ำลงกว่าปกติเป็นลักษณะที่เรียกว่า “Low Seat” เวลานั่งจะให้ความรู้สึกเหมือนสไตล์ปาดเบาะ ให้ความรู้สึกเหมือนตัวคนขี่แทรกซึมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรถเลย แต่เบาะก็กระชับรับกับแก้มก้นอยู่นะ และเบาะก็ไม่ได้มีขนาดบางเกินไปอย่างที่คิด สำหรับการเดินทางออกทริปยาวๆไม่มีอาการปวดเมื่อยให้รู้สึกแต่อย่างใด ส่วนความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่งก็ 810 มิลลิเมตร

จากภาพมุมบน จะสังเกตุได้ว่าระยะช่วงแฮนด์ถึงตัวผู้ขับขี่จะยาวกว่าปกติ และตำแหน่งของแฮนด์จับโช้คจะอยู่บนแผงคอ ซึ่งเป็นระยะโพซิชั่นแบบรถทัวร์ริ่ง ที่ให้ความสบายและลดอาการเมื่อยล้าในการขับขี่เดินทางไกลมากกว่ารถแนวสปอร์ต แตกต่างจาก Panigale 959 ที่แฮนด์จับโช้คอยู่ใต้แผงคอแบบแนวเรสซิ่ง ส่วนคันเร่งแบบ Ride-by-Wire ที่เราเคยคุ้นเคยกับ Panigale 959 ในรุ่น Supersport ก็ทำได้สมูทดีเช่นเดียวกัน

น้ำหนักตัวของ Ducati Supersport จะมีน้ำหนักรวมของเหลวอยู่ที่ 210 กิโลกรัม แต่กลับให้ความรู้สึกในการคอนโทรลเหมือนตัวรถอยู่ในพิกัด 190 กก. การพลิกรถในโค้งต่อเนื่องซ้ายขวาสลับกันแบบไม่หยุด ก็ทำได้อย่างง่ายดายแทบไม่ต่างจากรถสปอร์ตในค่ายเดียวกันเอง ไม่ต้องจัดท่าทางมากเพียงแค่ถ่ายน้ำหนักและเอียงตัวเล็กน้อยก็เข้าโค้งไปได้แบบสบายๆ อาจมีบางจังหวะที่ไม่เร็วเท่าแต่ก็ไม่ได้ช้ากว่ามากนัก ต้องเข้าใจพื้นฐานก่อนว่านี้คือรถสปอร์ตทัวร์ริ่ง จังหวะโค้งขึ้นเขาหรือลงเขาแบบโค้งหักศอก การถ่ายเทน้ำหนักของตัวรถก็ทำบาลานซ์ได้ในระดับที่ดี ไม่มีอาการให้ได้รู้สึกว่าช่วงตัวรถ ในด้านหน้าหรือด้านหลังหนักกว่ากัน

อ่างเก็บน้ำสายศร

โลเคชั่นใหม่ยอดฮิตของเขาใหญ่ ที่ใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะลงไปเซลฟี่ขึ้นเฟสบุ๊ค สำหรับบิ๊กไบค์มือใหม่สายสปอร์ตจะรู้ดีว่า เวลาขี่รถเลยเป้าหมายแล้วต้องเลี้ยวรถยูเทิร์นกลับมาอีกครั้ง ความลำบากจะมาเยือนในทันที ต้องเก้ๆกังๆเดินหน้าถอยหลังตีวงกันยังกับรถสิบล้อ

 

แต่กับ Ducati Supersport ในช่วงจังหวะที่ต้องเลี้ยวยูเทิร์นแบบกลับรถนั้น วงเลี้ยวของรถค่อนข้างแคบทำให้ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการกลับรถเหมือนรถสปอร์ตบางรุ่น เพียงแต่มีข้อควรระวังคือ เมื่อเลี้ยวสุดวงเลี้ยวมืออาจจะใกล้ถังน้ำมันได้ในบางครั้ง ก็ใช้เทคนิคในการเอียงรถ หรือเอียงตัวช่วยเพื่อทำให้วงเลี้ยวแคบลงได้อีก ถนนสองเลนกลับลำได้แบบขนมเลยยย !!!

ลงจากอุทยานเขาใหญ่แล้วก็ “แวะพักดื่มกาแฟ และขนมกันก่อนค่อยเดินทางต่อ” 

“กาแฟรสชาติดี ขนมอร่อย” 

“บรรยากาศสุดยอดความฟิน นั่งลงและปล่อยให้เวลาเดินผ่านไป” 

การตอบสนองของเครื่องยนต์

พักเติมพลังแล้วมาขี่กันต่อ…ตามสไตล์เครื่องยนต์แบบ L-Twin 2 ลูกสูบ Testastretta 11° ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำๆต้องใช้ความคุ้นเคยในการเดินคันเร่งสักเล็กน้อย แต่ด้วยแรงบิดที่มีมากจนเกือบจะเท่าแรงม้า ทำให้รอบเครื่องตั้งแต่ 3,000 รอบขึ้นไปจนถึงรอบเครื่องเรดไลน์ แหม๋มม!!! มันช่างได้ใจได้ความดุดันมีพลังไม่แพ้สูบเรียงเหมือนกัน เรียกว่ากดเป็นมากดเป็นมา

 

โดยเฉพาะไรด์ดิ้งโหมดแบบ Sport ให้ความแรงชนิดที่เรียกได้ว่าแรงม้าเกิน 113 แรงม้า บวกไปอีก 30 ตัว ได้เลยทีเดียว กับถนนแบบขึ้นเนินแรงบิดของรถทำให้นึกว่าขี่อยู่ทางราบก็ไม่ปาน และสำหรับสายลากรอบนั้น เมื่อกดคันเร่งไปจนเกือบสุดเรดไลน์ต้องรีบสับเกียร์ในทันที เพราะด้วยลักษณะเครื่องยนต์แบบนี้จะมีอาการดึงรถในทันทีเมื่อรอบเข้าถึงเรดไลน์ ฉะนั้นสับเกียร์ก่อนเรดไลน์แล้วความมันส์จะต่อเนื่องสุดๆ

การตอบสนองช่วงล่าง

ทุกครั้งที่เทสไรเดอร์ได้ขี่รถแบรนด์ Ducati เข้าโค้งทีไรจะมีความรู้สึกนี้เข้ามาในหัวทุกครั้งไป “นั่งโซฟาเข้าโค้ง” 10 ปี ผ่านมา คำๆนี้ก็ยังใช้ได้อยู่ไม่เสื่อมคลาย ยกเว้นรุ่น 999R FILA ที่เคยขี่นะคันนั้นเรสซิ่งดิบๆเลย อ๊ะวกกลับมารุ่น Supersport S กันต่อดีกว่า โดยในรุ่นรหัส ต่อท้ายนี้ทางดูคาติจับใส่โช้ค Ohlins แบบปรับตั้งได้เต็มระบบมาให้ทั้งโช้คหน้า และโช้คหลังเพื่อเพิ่มความ S = Sport ตอบโจทย์ตรงใจสายซิ่งเข้าไปอีกขั้นจากรุ่นปกติ

 

การสาดโค้งแบบลงเนินในภาพนี้เนื่องจากพื้นผิวถนนมีความลื่นอยู่พอสมควร เทสไรเดอร์เลยถือโอกาสทดสอบช่วงล่างและระบบแทรคชั่นไปในตัว ช่วงล่างให้ความรู้สึกในการเข้าโค้งอย่างมั่นคงฟิลแบบแน่นๆ เกาะหนึบไม่มีอาการแข็งกระด้างแต่อย่างใด การรีบาวให้ความพอเหมาะไม่เร็วไม่ช้าจนทำให้เสียการคอนโทรล ฟิลลิ่งมั่นใจสไตล์ Ohlins ที่เคยๆได้ขี่กันมา คือพอเป็นโช้ค Aftermarket แบรนด์นี้แล้วไม่ต้องพูดเยอะ “ดีมาก” เป็นอันจบ ถ้าใครขี่แล้วยังมีปัญหาอีกแสดงว่า 1.Setting 2.คนขี่ 5555+

 

ลักษณะการสาดโค้งลงเนินเขาเร็วๆแบบนี้ ทางกายภาพของตัวรถแล้วล้อหลังมีอาการจะลอยจากพื้นนิดๆ เพราะน้ำหนักโดยส่วนมาจะถูกเทไปรวมอยู่ด้านหน้าทำให้ล้อหลังไม่มีแรงกดลงที่พื้นถนน ระบบแทรคชั่นของ Supersport ทำงานในทันที ตัดอาการล้อหลังที่ลื่นเป็นจังหวะได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเข้าโค้งมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าขับขี่ด้วยความไม่ประมาทกันนะ

การตอบสนองของระบบเบรค

ตลอดระยะการเดินทางทดสอบนั้น การใช้เบรคเรียกได้ว่ามีเกือบทุกรูปแบบ ซึ่งระบบเบรคติดรถของ Supersport ให้การตอบสนองได้ดีมาก ขนาดเทสไรเดอร์ได้เจอกับรถยนต์ประเภทเปลี่ยนเลนกระทันหันแบบไม่เปิดไฟเลี้ยว ต้องใช้เบรคแบบฉับพลัน ABS ก็ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสลิปเปอร์คลัชท์ก็ช่วยลดอาการรอบเครื่องได้เป็นอย่างดี คือรถสมัยนี้ช่วยผู้ขับขี่ให้เสพความมันส์พร้อมความปลอดภัยไปในตัวเลย

ยางติดรถ 

Ducati Supersport เลือกใช้ยาง Pirelli รุ่น Diablo Rosso III ยางแบบเรเดียลเวอร์ชั่นล่าสุด ที่ให้การตอบสนองได้หลากหลายพื้นผิวถนนและตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ ยางหน้าขนาด 120/70/ZR17 รุ่นนี้เป็นแบบ 1 คอมพาวด์ ใช้ส่วนผสมของซิลิก้า 100% ส่วนยางหลังขนาด 180/55/ZR17 รุ่นนี้จะเป็นแบบ 2 คอมพาวด์ ซึ่งแบ่งคอมพาวด์ที่หน้ายางเป็น 3 ส่วนได้แก่ แก้มยางด้านซ้าย 40% – ตรงกลาง 20% – แก้มยางด้านขวา 40% โดยในส่วนของแก้มยางทั้งซ้ายและขวาจะใช้ส่วนผสมของซิลิก้ามากกว่าหน้ายางตรงกลาง เพื่อการเข้าโค้งที่ดีกว่า ส่วนหน้ายางช่วงตรงกลางนั้นจะผสมซิลิก้าน้อยกว่า เพื่อเพิ่มความทนทานในการเบรคที่หนักหน่วงและเพิ่มระยทางการขับขี่ได้มากขึ้นนั้นเอง

 

จากการทดสอบระยะทางร่วม 300 กิโลเมตร เดินทางกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ (คือแวะกินบ่อยนะไม่ใช่อะไรหรอก 555) ยางรุ่น Diablo Rosso III ให้ฟิลลิ่งกึ่งยางแข่งขันเลยทีเดียว เกาะในทุกสภาพถนนแบบไว้ใจได้ รวมทั้งอุณหภูมิที่ปรับเปลี่ยนตลอดช่วงการเดินทาง ยางก็ยังคงความเสถียรในการเกาะถนนแบบเสมอต้นเสมอปลาย จากรูปภาพยางแสดงให้เห็นว่าการเข้าโค้งบนถนนในระดับนี้ถือว่าดีเกินพอแล้ว ส่วนระยะการเบรคดก็หยุดรถได้อย่างมั่นใจ

ระบบอิเล็คทรอนิกส์ 

Ducati Supersport มีโหมดการขับขี่มาให้ผู้ใช้เลือกทั้งสิ้น 3 โหมด คือ Sport , Touring และ Urban ซึ่งในทุกครั้งที่ผู้ขับขี่เลือกเปลี่ยน Riding Mode นั้น การตอบสนองของตัวรถก็จะปรับเปลี่ยนไปตามที่ผู้ขับขี่ได้เลือกไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพถนนหรือสภาพการจราจรในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นกำลังของเครื่องยนต์ (แรงม้า) ระดับของ Traction Control (ระบบป้องการล้อหมุนฟรี) รวมถึงระดับการทำงานของระบบเบรก ABS ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เพลิดเพลินกับ SuperSport ในทุกๆสถานการณ์โดยที่ยังคงได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุดตลอดเวลา ใช้ได้ทั้งมือใหม่ยันมือเก๋าเลยทีเดียว

วีธีการปรับ Riding Mode

กดที่ปุ่ม Enter ประกับฝั่งซ้ายมือ จากนั้นเลื่อนปุ่มขึ้นหรือลงเพื่อเลือกโหมดการขับขี่ที่ต้องการ โดยด้านบนสุดจะเป็นโหมด Sport ตรงกลาง Touring และด้านล่าง Urban ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว โดยในโหมด Touring เครื่องยนต์จะถูกปรับลดแรงม้า และแรงบิดลง พร้อมทั้งเพิ่มระดับ Traction Control มากขี้น เพื่อให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องพะวงกับการใช้คันเร่งและความแรงของรถจนเกินไป ส่วนในโหมด Urban การปรับลดก็เช่นเดียวกับโหมดทัวริ่ง แต่โหมดนี้จะเหมาะสมกับการใช้รถแบบในเมือง

DQS : Race – Derived technology (เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น S เท่านั้น)

“Ducati Quick Shift” ระบบที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นมาตรฐานสำหรับรถสปอร์ตไปแล้ว ซึ่งรถบางรุ่นเปลี่ยนเกียร์ขึ้นโดยไม่ต้องกำคลัชท์ แต่พอจะเปลี่ยนเกียร์ลงไม่ต้องกำคลัชท์กลับทำไม่ได้ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปแบบไม่ต้องกั๊กๆเมื่อ Supersport S นั้นสามารถปลี่ยนเกียร์ได้ทั้งขึ้นและลงโดยไม่ต้องกำคลัชท์ให้เมื่อยมือ แต่จะต้องใช้ครัชท์อีกครั้งก็ต่อเมื่อจะเข้าเกียร์ว่างเพื่อให้รถจอดสนิทเท่านั้นเอง

Technical specification

 

เครื่องยนต์

Ducati Supersport ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์แบบ L-Twin 2 ลูกสูบ Testastretta 11° จำนวน 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดความจุ 937 ซีซี ให้กำลังแรงม้า 113 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และแรงบิด 93 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที ระบายความร้อนด้วยของเหลว

โครงสร้างตัวรถ

ลักษณะเฟรม Ducati Supersport เป็นแบบ Tubular Steel Trellis Frame อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ โดยตัวเฟรมปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ตรงความต้องการสไตล์สปอร์ตทัวร์ริ่ง

ระบบช่วงล่าง

  • รุ่น Supersport จะใช้โช้คหน้ายี่ห้อ Marzocchi ขนาด 43 มิลลิเมตร แบบปรับตั้งค่าได้เต็มระบบ ส่วนด้านหลังจะเป็นแบบโมโนโช้คยี่ห้อ Sachs
  • รุ่น Supersport S จะใช้โช้คหน้ายี่ห้อ Ohlins ขนาด 48 มิลลิเมตร แบบปรับตั้งค่าได้เต็มระบบ ส่วนด้านหลังจะเป็นแบบโมโนโช้คยี่ห้อ Ohlins แบบปรับตั้งค่าได้เต็มระบบเช่นกัน

ระบบเบรค

Ducati Supersport จัดชุดเบรคแบบโมโนบล็อคยี่ห้อคู่บุญอย่าง Brembo M4 – 32 แบบ 4 ลูกสูบ ประกบจานเบรคขนาด 320 มิลลิเมตร Semi – Floating กึ่งให้ตัวได้ในด้านหน้า ส่วนด้านหลังยี่ห้อเดียวกันขนาด 2 ลูกสูบ ประกบจานเบรคขนาด 245 มิลลิเมตร พร้อมระบบเบรค ABS รับหน้าที่โดยกล่อง ECU ยี่ห้อ Bosch 9MP ซึ่งมีใช้กันในรถสปอร์ตอิตาลีหลายยี่ห้อ มั่นใจได้ว่าตอบสนองความปลอดภัยทั้งมือใหม่และมือเก๋าอย่างแน่นอน

Touring attitude

กระจกบังลมด้านหน้าสามารถปรับได้ 2 ระดับ ให้ความสูงเพิ่มขึ้นอีกถึง 50 มม. สำหรับการเดินทางไกลด้วยความเร็วสูงนั้นจะป้องกันลมปะทะตัวผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี เพื่อลดอาการเมื่อยล้าได้ และเมื่อกลับมาสู่ชีวิตประจำวันก็สามารถปรับตำแหน่งให้เป็นแนวสปอร์ตได้อย่างง่ายดาย

ตำแหน่งแฮนด์แบบจับหัวโช้คด้านบน และสวิทช์ประกับทั้งด้านซ้ายและขวา จัดมาให้ตามมาตราฐานใช้งานคุ้นเคยได้อย่างง่ายดาย

ข้อดี

  • เครื่องยนต์ Testastretta ให้แรงบิดได้ดีเยี่ยม
  • ดีไซน์ยังคงความสปอร์ตหรูหรา
  • ท่านั่งให้ความสบายในการขับขี่
  • ช่วงล่างและระบบเบรค รวมทั้งระบบอิเล็คทรอนิกส์อยู่ในระดับมาตราฐาน
  • ค่าเซอร์วิสใหม่ ประหยัดกว่าเดิม

 

ข้อแนะนำ

  • เลือกซื้อรุ่น S ไปเลย จบๆไม่ค้างคาใจ
  • กระจกมองข้างมีอาการสั่นจนบางครั้งมองไม่ชัดเจน
  • แฟรริ่งด้านซ้าย ชิดกับคันเกียร์เกินไป
  • เรื่องความร้อนจากเครื่องยนต์ยังพอมีอยู่บ้าง

Ducati Supersport 2017 มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ RedStar White Silk                  

  • SuperSport ราคา 559,000 บาท
  • SuperSport S สีแดง ราคา 699,000 บาท
  • SuperSport S สีขาว ราคา 709,000 บาท
  • ราคาวางจำหน่าย ณ พฤศจิกายน 2560
  • ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นผู้แทนจำหน่าย
  • ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

 

ค่าเซอร์วิสหลังจากที่คุณตกลงปลงใจเป็นเจ้าของ Ducati Supersport

1,000 km. = 1,990 บาท
15,000 km. = 5,990 บาท
30,000 km. = 17,900 บาท

MotoWish ขอขอบคุณ

คลิกที่รูปเพื่อลงทะเบียนทดสอบรถ

Ducati Supersport

Ducati Vibhavadi

12 Soi Vibhavadi Rangsit 22, Vibhavadi Rangsit Road, Chomphon, Chatuchak, Bangkok, Thailand 10900
Tel : 02 513 3333

อ่าน Reviews เพิ่มที่นี่

อ่าน Reviews Ducati รุ่นอื่นๆ เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Ducati เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง