MOTOWISH | Review : Yamaha YZF-R1M VS R1 60th Anniversary Edition ครั้งแรกในไทย
2015, 2016, Yamaha, YZF-R1M, YZF-R1, 60th, Anniversary Edition, Review, Yamaha Thailand, Crossplane, Traction, Slide, Front Lift , Launch, Communication, Control, Quick Shift, System, IMU, TCS, SCS, LIF, LCS, QSS, CCU, SCU, ERS, Ohlins, Electronic, Racing Suspension, Street Mode, Track Mode, Upward-Truss, รีวิว R1M, ราคา R1M, ทดสอบ R1M, R1 vs R1M, สเปค R1M, R1M ราคา, R1M ผ่อน, R1M รีวิว
2015, 2016, Yamaha, YZF-R1M, YZF-R1, 60th, Anniversary Edition, Review, Yamaha Thailand, Crossplane, Traction, Slide, Front Lift , Launch, Communication, Control, Quick Shift, System, IMU, TCS, SCS, LIF, LCS, QSS, CCU, SCU, ERS, Ohlins, Electronic, Racing Suspension, Street Mode, Track Mode, Upward-Truss, รีวิว R1M, ราคา R1M, ทดสอบ R1M, R1 vs R1M, สเปค R1M, R1M ราคา, R1M ผ่อน, R1M รีวิว
110809
post-template-default,single,single-post,postid-110809,single-format-standard,qode-core-1.1,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-2.1, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.5,vc_responsive
Home  »  Reviews   »   Review : Yamaha YZF-R1M VS R1 60th Anniversary Edition ครั้งแรกในไทย

Review : Yamaha YZF-R1M VS R1 60th Anniversary Edition ครั้งแรกในไทย

“Review” แบบฉบับทีมงาน MotoWish เรายึดถือจากการใช้งานจริง ขี่ทดสอบกันจริงๆ และเขียนจากความรู้สึกจริง ประเภทเอารูปจากเมืองนอกมาลง แล้วบอกว่าเป็นการรีวิวโดยเขียนจากสเปค แบบนั้นเราไม่กล้าเรียกว่าเป็นการ “Review”

สำหรับ Yamaha YZF-R1 ใหม่นั้น ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง MotoGP หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในนาม Yamaha M1 จนหลายๆคนกล่าวขานว่าเป็นรถโมโตจีพีในรูปแบบรถโปรดักส์ชั่นไบค์ดีๆนี่เอง นอกจากนี้ยังได้นักแข่งสุดเก๋าของ Yamaha Factory อย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ มาช่วยพัฒนารถคันนี้ให้เป็นสุดยอดรถซุปเปอร์ไบค์คลาส 1,000 ซีซี อีกด้วย

ย้อนกลับไปสักนิดสำหรับ Yamaha R1M และ R1 60th Anniversary Edition นั้นเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ทางทีมงาน MotoWish อยากจะเทสเป็นอย่างยิ่ง และก็เฝ้ารอคอยที่จะได้ทำการทดสอบรถจากบริษัท Yamaha Thailand มาอย่างเนินนาน เดิมทีทางทีมงานแจ้งขอทำการทดสอบไปยังบริษัทยามาฮ่า แต่ทางบริษัทให้ทำการทดสอบได้แค่ในสนาม YRA Riding Academy ที่โรงงานบางนา ซึ่งสนามสอนไรดิ้งแบบนั้นคงจะกดคันเร่งเจ้า R1 ได้แค่ 1 เกียร์ เท่านั้น แล้วจะเทสรู้เรื่องได้อย่างไรกัน….???

หลังจากผ่านการรอๆๆๆๆมาถึงครึ่งค่อนปี ทีมงาน MotoWish อดรนทนไม่ไหวเพราะเทสรถคลาสพันค่ายอื่นๆที่ทยอยเปิดตัวกันไปแล้ว ทำยังไงละทีนี้ มือนี่สั่นยิ๊กๆๆอยากจะหวดคันเร่งซะเหลือเกิน ก็ซื้อเองเลยซิครัชชช รออัลไลลล !!! 5555 หัวเราะปนน้ำตาแพ๊บ !!! จ่ายเต็มๆไม่มีพิเศษเพิ่มเส้นแต่อย่างใด ฉะนั้นอะไรดีว่าดีอะไรต้องปรับปรุงก็ว่ากันไป #เต็มที่ทุกเม็ด

 

อารัมภบทกันมาเยอะแล้วเข้าเรื่องเทสเลยดีกว่านะ….

รูปร่าง หน้าตา

จะบอกว่าพลิกโฉมวงการรถซุปเปอร์ไบค์ในปี 2015 เลยก็ว่าได้สำหรับเจ้า Yamaha R1 ใหม่ ที่มาพร้อมกับไฟหน้า LED ขาวนวล 2 เส้นด้านหน้าคล้ายหนวดซามูไร เอ.. หรือว่าหนวดปลาดุกหว่า พร้อมด้วยโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ที่สว่างสุดๆ หลบใต้แฟริ่งหน้าจนได้รับฉายาว่า “ปลากระเบน”

อย่างที่บอก… Yamaha R1 ใหม่ หลายๆคนยกย่องว่ามันเหมือน Yamaha M1 เวอร์ชั่นถนนซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นแฟริ่งหน้า แรมแอร์ ถังน้ำมันอันแบนราบ นี่มันรถแข่งชัดๆ พูดอีกก็ถูกอีก ก็มันแกะ และถอดแบบมาจากรถแข่งโมโตจีพีจริงๆนี่นา

ส่วน Yamaha R1M ท็อปไลน์สายสปอร์ตของค่าย มาทั้งทีจะธรรมดาได้ไง เพิ่มความพิเศษมาด้วยชุดแฟริ่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ถังน้ำมันอลูมิเนียมขัดเงาสวยงามดูดีมาก เสริมความหรูเคียงคู่ความน่าเกรงขามแบบสุดๆ โช้คหน้าและหลังยัด Ohlins แบบปรับไฟฟ้ามาให้เสร็จสรรพ

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ Crossplane 4 สูบแถวเรียง ของ Yamaha R1 มีความเฉพาะตัว ต่างจากรถค่ายอื่นเป็นอย่างมาก เรื่องของระบบจุดระเบิด กำลังอัด ทำรอบต้นได้จัดจ้านอย่าบอกใคร เครื่อง Crossplane ตัวใหม่ ปรับปรุงชิ้นส่วนภายในให้เจ๋งขึ้นกว่าเดิมด้วย ลูกสูบอลูมิเนียมฟอร์จ, ก้านสูบ และเพลาข้อเหวี่ยงไทเทเนี่ยม, แครงชาฟท์ และกระเดื่องกดวาล์วแบบใหม่

 

รวมทั้งเทคโนโลยีที่แกะมาจาก Yamaha M1 คือ แรมแอร์ และหม้อกรองอากาศขนาดใหญ่ 10.5 ลิตร ทำให้รีดกำลังได้ถึง 200 แรงม้า

ความรู้สึกที่ได้จากการทดสอบเครื่อง Crossplane รุ่นใหม่ จะทำให้คุณลืมความกระโชกโฮกฮากของ Crossplane เจอเนอร์เรชั่นเก่าไปเลย เครื่องตัวนี้เดินเรียบ สมูทและนุ่มนวลดูผู้ดีขึ้น จึงทำให้การขับขี่ควบคุมได้ง่าย แต่ในความเรียบร้อยดุจคุณหนูนั้นแฝงไปด้วยความดุดัน พลันที่จะทยานไปได้ทุกเมื่อที่เปิดคันเร่งแบบแรงๆ และยังไม่ทิ้งสไตส์ Crossplane ที่แรงบิดช่วงรอบต้นๆนั้นทรงพลังหากเปิดคันเร่งไม่ดีอาจจะเงิบตกรถได้

สำหรับไบค์เกอร์ที่มีทักษะมากพอตัวแล้ว คุณสามารถจะควบมันเหาะออกจากกลางโค้งได้เลยทีเดียว ระหว่างช่วงกลางโค้งถึงปลายโค้งนั้นแรงบิดและเอกลักษณ์ของ Crossplane ตัวนี้ให้ความรู้สึกไปได้เร็วกว่ารถสูบเรียงพิกัดเดียวกันบางยี่ห้อเสียอีก ความรู้สึกที่ตอบสนองและ “ตัวเลขความเร็ว” บนหน้าปัดที่โชว์นั้น “ขึ้นเร็วอย่างน่าตกใจ” และอีกสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือ รถไม่ค่อยมีเอ็นจิ้นเบรค เป็นเพราะลักษณะของเครื่อง Crossplane หากใครเคยชินกับสี่สูบเรียงคงต้องปรับตัวกันเล็กน้อย

ความแตกต่างจากการทดสอบเครื่องยนต์ 2 พี่น้อง R1 VS R1M

 

เป็นใครๆก็ต้องคิดว่า “แรงม้าต้องต่างกันเป็นสิบตัวแน่ๆ” แต่เปล่าเลยด้วยสเปคแรงม้าที่มีเท่ากัน จากทดสอบสลับคันเปรียบเทียบโดยเลือกเซทค่า Mode ที่เหมือนๆกันแล้ว R1M ให้ความรู้สึกว่ารถขึ้นได้เร็วกว่าเพียงเล็กน้อยมาก ช่วงหมอบทางตรงเสียงเครื่องยนต์เสียงท่อ คำรามดังกว่า R1 แค่นั้นเอง

ระบอิเล็คทรอนิกส์

พลิกโฉมไปเลยดีกว่า Yamaha R1 ใหม่ มีระบบอิเลคทรอนิกส์มาให้แบบล้นเหลือ  เรียกว่าถ้าใช้งานจริงใช้ไม่ครบแน่นอน เอาเป็นว่าเราลิสรายการมาให้เห็นก่อนดีกว่าว่า Yamaha ใส่อะไรมาให้บ้าง

– ระบบ Inertial Measurement Unit (IMU)  วัดการเคลื่อนไหว 6 แกน โดยใช้ Gyro และเซ็นเซอร์วัดข้อมูลส่งไปที่ ECU ระบบนี้ปัจจุบันมีใน Kawasaki Ninja ZX-10R และที่จะออกตามมาคือ Honda CBR1000RR 2017 และ Suzuki GSX-R 2017

– ระบบควบคุมการลื่นไถล Traction Control System (TCS)

– ระบบควบคุมการสไลด์ของรถ Slide Control System (SCS)

– ระบบควบคุมล้อหน้ายกลอย Front Lift Control System (LIF)

– ระบบควบคุมการออกตัว Launch Control System  (LCS)

– ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบไม่ต้องกำคลัทช์ Quick Shift System (QSS) ควิกชิฟตัวนี้ตอบสนองได้เฉพาะการขึ้นเกียร์เท่านั้น หากต้องการลดเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ ต้องอาศัยการแฟลชกล่อง หรือไม่ก็หาของแต่ง After Market มาใส่แทน

จุดเด่นอีกสิ่งที่ “ไม่พูดถึง” ไม่ได้ คือระบบควบคุมการสไลด์ของรถ Slide Control System (SCS) ทำงานควบคู่สอดคล้องกับระบบ Traction Control อีกที ทีมงานทดสอบกดคันเร่งแรงๆออกจากกลางโค้ง ล้อหลังให้การตอบสนองได้ดีมาก สไลด์ไปแบบสมูทๆเนียนๆเลยทีเดียว คือสามารถจะเปิดได้เต็มคันเร่งออกจากโค้งแบบไม่ต้องกลัวสไลด์คว่ำ แต่ในที่นี้หมายความว่ายังอยู่ในไลน์และผิวแทรคสนามนะ

ซึ่งระบบที่ทาง Yamaha ออกแบบมานับเป็นผลดีกับผู้ขับขี่ เนื่องจากเวลาใช้งานจริงในท้องถนนตัวแปรที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุมีค่อนข้างมาก ระบบ SCS นี้จะช่วยลดโอกาสที่จะสูญเสียการคอนโทรลรถให้น้อยลง หรืออาจจะทำให้ไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ในบางสถานะการณ์

ในส่วนของ Yamaha R1M มีสิ่งที่เหนือกว่าคือ ระบบ Communication Control Unit (CCU) ทำงานเชื่อมต่อกับ GPS (กล่องเหลี่ยมๆด้านหลัง) ใช้บันทึกข้อมูลการขับขี่ เช่น บันทึกความเร็ว, เวลาต่อรอบ , GPS tracking เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถดูข้อมูลเหล่านี้จากการเชื่อมต่อผ่านแอพลิเคชั่น Y-TRAC เพื่อแสดงผลไปยังมือถือหรือแทปเล็ตได้อีกด้วย แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าไม่ล้ำเหลือได้ไงกันเล่า App นี้สุดม๊วกกก บอกเลออ !!!

ช่วงล่าง และระบบกันสะเทือน

Yamaha R1 ใช้โช้คอัพของ Kayaba Upside Down ขนาด 43 มม.มีระยะยุบ 120 มม. ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Link-Type Monocross ปรับพรีโหลด และรีบาวด์ได้เต็มระบบทั้งหน้า และหลัง ต้องบอกเลยว่าโช้คตัวนี้รองรับการขับขี่ในแทรคได้อย่างลงตัว

สำหรับการขี่ทดสอบในสนาม โดยปกตินั้นจำเป็นที่จะต้องปรับเซ็ทโช้คให้แข็งขึ้นกว่าการขี่บนถนนพอประมาณ เนื่องจากโช้คหน้าและหลังจะต้องรับแรงกดในขณะเบรค และการคืนตัวและยุบตัวอย่างรวดเร็วในขณะรถเอียงอยู่ในโค้งเกือบตลอดเวลา ซึ่งต่างจากขับขี่บนท้องถนน

มาถึง Yamaha R1M สีเหลืองทองมาแต่ไกล ไม่ผิดแน่นอน Ohlins สิครับ แต่ตัวนี้เป็นแบบไฟฟ้าเรียกว่า Ohlins Electronic Racing Suspension (ERS) ตัวโช้คด้านหลังใช้รุ่น TTX (ERS) ทั้งคู่ทำงานร่วมกับระบบ IMU และระบบ Suspension Control Unit (SCU) ทำให้มันคำนวณสภาพการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ ไม่ว่าในรูปแบบไหนก็ปรับเข้ากับสถานการณ์ได้ลงตัว

การปรับโช้คไฟฟ้าของ R1M ทำได้ง่ายดายเพียงใช้ปุ่ม Menu ที่ปะกับฝั่งขวา เลื่อนขึ้น เลื่อนลง เลือกสิ่งที่ต้องการ ทีมงานเลื่อนปุ่มปรับไปกดไปให้ความรู้สึกยังกับเลือกออฟชั่นก่อนเล่นเกมแข่งรถเลยอ่ะ หรือถ้าต้องการที่จะปรับแบบแมนนวลให้ถูกใจคนขี่ก็สามารถทำได้อีกเช่นกัน

 

ข้อติในส่วนนี้คือ สายไฟฟ้าที่อยู่บนหัวโช้คยาวไปหน่อย ทำให้ดูไม่เรียบร้อยน่าจะทำแบบฝาปิดมีสายแบนๆเหมือนของ S1000RR

ความแตกต่างจากการทดสอบช่วงล่าง 2 พี่น้อง R1 VS R1M

 

ทีมงานเซ็ทค่าโช้คอัพแบบกลางๆเพื่อหาความแตกต่างในการตอบสนอง สิ่งที่สัมผัสได้ใน R1 คือฟิลลิ่งจากช่วงล่างให้ความนุ่มนวลมั่นคงเป็นอย่างดี ไม่มีออกอาการย้วยหรือนิ่มเกินไปแต่อย่างใด การปรับตั้งค่าทำได้ครอบคลุมสำหรับรถสปอร์ตที่ดีควรจะมี ให้ความรู้สึกมั่นใจได้ระดับ “เรสซิ่งปกติ”

 

ส่วนในรุ่น R1M โช้คอัพหน้าหลังจะให้ความรู้สึกที่แข็งกว่าและหนึบกว่า รับการประเคนคันเร่งแบบหนักหน่วงได้ดีกว่า ให้ความแม่นยำในการเข้าโค้งและออกจากโค้งแบบรุนแรงได้อย่างมั่นใจ และก็สะดวกในการปรับด้วยไฟฟ้าเพียงแค่ใช้ “นิ้วโป้งขวา” จอด-ปรับ-จบ โดยไม่ต้องลงจากรถเลยง่ายๆเท่านั้นเป็นอันเสร็จการปรับ เครื่องมือช่างเป็นหมันไปในทันที แต่ไม่ใช่ว่ารุ่น R1 จะไม่ดีนะเพียงแต่คุณ “พร้อมที่จะจ่าย” เพื่อประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นหรือไม่ แค่นั้นเอง…

ระบบเบรค

เบรคคู่หน้าใช้คาลิปเปอร์โมโนบล็อก 4 สูบ จับคู่กับจานเบรคขนาด 320 มม. และยังให้สายถักมาด้วย มาในครั้งนี้ขอแสดงความดีใจกับคนที่ชอบแต่งรถด้วย หูคาลิปเปอร์เปลี่ยนขนาดใหม่เป็น 108 มม. จากรุ่นเดิมใช้ขนาด 130 มม. จะหาปั๊มเบรคใส่ทียากแสนย๊ากสส์ ต้องเฉพาะรุ่นเท่านั้น

เบรคหลัง 1 ลูกสูบ จากค่าย Nissin จับคู่จานเบรคขนาด 220 มม. แต่สายเบรคยังเป็นแบบสายอ่อนอยู่ คืองงอ๊ะ ราคารถขายขนาดนี้แล้วใส่ Brembo พร้อมสายถักมาให้เลยได้ไหม๊ หรือว่ากลัวคนซื้อไม่ได้ฟิลแต่งรถ…555

ระบบเบรคของ Yamaha R1 มาพร้อมระบบ เอบีเอส (ABS) แบบเรชซิ่ง ทำงานคู่กับระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง (Unified Brake System) เรียกว่า กดเบรคหน้าก็ลิ้งค์ไปเบรคที่ล้อหลังด้วย ซึ่งจากการขี่ทดสอบให้ความรู้สึกตอบสนองได้ค่อนข้างราบรื่นดีทีเดียว ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่ออกอาการจนรู้สึกรำคาญอยากจะถอด ABS ทิ้งเลย

แต่หลังจากได้ทดสอบระบบเบรค รู้สึกว่ายังทำได้ไม่ประทับใจเท่าที่ควรเนื่องจากของติดรถที่มีมาให้นั้น ไม่สามารถจะห้ามม้าระดับ 200 ตัว ที่พร้อมจะกระโดดออกจากคอกได้ทุกเมื่อ หากคุณเรียกใช้มันซะหมดปลอก คือดีในระดับหนึ่งแบบใช้งานทั่วไป แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแนะนำเปลี่ยนแค่ปั้มแต่งตัวบนก็เพียงพอแล้ว

ตัวถัง ซับเฟรม และสวิงอาร์ม

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ Deltabox มันคือเฟรมตัวถังที่โดดเด่นของค่าย Yamaha ทำจาก Aluminum Alloy รุ่นใหม่นี้ผ่านการออกแบบใหม่หมดให้มีน้ำหนักเบาขึ้น

บั้นท้ายของ R1 เป็นรถที่มีดีไซน์เลิศเลอมาก ส่วนประกอบหนึ่งคือ ซับเฟรมท้ายใช้วัสดุ Magnesium ให้ความแข็งแรงและเบาจะทำให้การตอบสนองดีขึ้น ขอชมฝ่าย R&D ที่ออกแบบท้าย R1 รุ่นนี้ได้สวยงามอีกรุ่นหนึ่ง

เวลาเปลี่ยนรูปแบบเปลี่ยน สวิงอาร์มถูกวางใหม่เป็นแบบ Upward-Truss Swinging Arm ซึ่งเป็นแบบทั่วไปของรถสมัยใหม่ หลังจากที่ใช้สวิงอาร์มแบบ Lower Bracing มาตั้งนาน จากภาพรวมของการออกแบบตัวถังและสวิงอาร์มใหม่  ส่งผลให้ระยะฐานลดลงจากเดิม 10 มม. เหลือเพียง 1,405 มม. เท่านั้น

การทำงานประสานกันของสวิงอาร์มใหม่ กับโช้คอัพ รองรับการส่งกำลังของเครื่องยนต์ลงพื้นได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนการเบรค การเข้าโค้ง ก็เพิ่มอรรถรสในการขับขี่ให้สนุกขึ้น

แต่ถ้าจะบอกถึงสวิงอาร์มให้ความแตกต่างจากรุ่นเก่าอย่างไรนั้นคงยาก เพราะไม่ได้เป็นการเทสแบบ AB คือจับสวิงอาร์มรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่สลับใส่ในรถคันเดิมแล้วเทส แบบนั้นบอกได้แน่นอน แต่นี้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างเลยแต่โดยรวมระบบช่วงล่าง ให้การตอบสนองได้ดีกว่ารุ่นเก่าเยอะพอสมควร พร้อมทั้งปรับตั้งได้อย่างสนุกสำหรับพวกมือซนมือซิ่งเลยทีเดียว

ล้อแมกซ์

ล้อ R1 ใหม่ เห็นอย่างนี้แต่มีของดีซ่อนไว้ข้างใน ตัวล้อแมกซ์ 10 ก้าน รูปดาว เป็นแบบแม็กนีเซียมหล่อ (Cast Magnesium) ทำให้น้ำหนักเบากว่าล้ออัลลอยทั่วไป แต่ขอกระชิบดังๆไปถึงโรงงานที่ญี่ปุ่นหน่อยว่า งานล้อแมกซ์หล่อ เก็บงานไม่ค่อยเนียนเท่าที่ควร หรือจะต้องให้เปลี่ยนใส่ของแต่งอีกแล้วใช่ไหม๊ 5555

ท่อไอเสีย

ท่อของ Yamaha R1 และ Yamaha R1M ใหม่ ใช้วัสดุไทเทเนียม ใครที่ชอบเบิร์นท่อให้คอม่วง R1 ใหม่นี้ทำให้ม่วงได้สมใจ แต่อาจไม่เข้มเท่าท่อไทเทเนี่ยมของ Aftermarket แน่นอน รูปแบบการเดินท่อไอเสียแบบ 4 ออก 1 (4-2-1) มีเซอร์โวช่วยคุมการเปิด-ปิดไอเสีย ให้ทำงานสัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์

แต่จะบอกว่าท่อไอเสียรถ 1000 ซีซี สมัยใหม่เงียบขึ้นมาก เป็นผลมากจากแคทตาไลติกอันใหญ่โต แต่ก็อีกนั่นแหละ ทางเมืองนอกเขาควบคุมเรื่องสิ่งแวดล้อม และปริมาณค่าไอเสียที่เป็นมลพิษ  รวมทั้งเมืองไทยที่ปรับระดับมาตราฐานเป็น Euro 4 จนทำให้ค่ายผู้ผลิตรถต่างๆต้องสะดุดและปรับตัวกันเป็นแถว เลยเถิดทำให้มีปัญหาในการส่งมอบรถถึงผู้บริโภคช้ากันไปอีก

หน้าจอแสดงผล

เป็นจอสี ขนาด 4.2 นิ้ว อัดแน่นด้วยมาตรวัดระดับอากาศยานยังไงยังงั้น ที่พูดอย่างนี้ เพราะมีการแสดงผล และปรับฟังก์ชั่นต่างๆได้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลแรงกดเบรคหน้า วัดการถ่ายน้ำหนักของตัวรถ นอกจากนั้นยังมีการแสดงค่าอีกสารพัด

 

ไหนจะปรับเป็นแบบ Street Mode หรือ Track Mode ก็ได้ คือเย๊อะอ๊ะ แบบว่างๆต้องจอดรถอยู่บ้านซ้อมกดฟังค์ชั่นการ Setting ระบบต่างๆให้คุ้นเคย ถ้ามัวไปปรับกลางทางมีหวังเพื่อนไปถึงจุดหมายกันพอดี

โหมดการขับขี่ และออฟชั่น

ทีเด็ดอีกตัวอยู่ที่นี่ โหมดการขับขี่ใน Yamaha R1 ใหม่ เรียกว่า Yamaha Ride Control (YRC) แบ่งการขับขี่หลักๆออกเป็น 4 โหมด ได้แก่ Mode A-B-C-D

โดยในแต่ละโหมดสามารถปรับค่าของ Power , TCS , SCS , LCS , QSS , LIF และ ERS (ใน R1M) ได้อีก อยากให้โหมดไหนเป็นแบบไหนจัดได้ตามใจเราล่ะทีนี้ ขี่ไปเซ็ทไปเอาที่พอใจในแต่ละโหมดได้เลย ตัวเลขตรงนี้ยิ่งน้อย ยิ่งโหด ยิ่งดิบ ยิ่งเข้าถึงจุดสุดยอดผลงานตัวกลั่นจาก Yamaha นะจะบอกให้

นอกจากนี้ยังมีเมนูต่างๆให้ปรับเลือกได้อีกเพียบ

Display Mode ใช้ปรับหน้าจอแสดงผลให้เป็นโหมด Street หรือ Track
YRC Setting ปรับโหมดการขับขี่ และปรับระบบ ERS ใน R1M
Lap Time ดูเวลาต่อรอบในการวิ่งใน Track
Logging ดูข้อมูลต่างๆของรถ
Maintenance ดูข้อมูลด้านการเซอร์วิส
Unit ปรับหน่วยวัดอัตราการกินน้ำมัน  และระยะทาง
Wallpaper เซ็ทสีแบคกราวด์จอแสดงผล
Shift Indicator ปรับการแสดงผลของวัดรอบ
Display Setting ตั้งค่าให้แสดงข้อมูลบนหน้าจอแสดงผล เช่น เช่น ระยะทาง, ทริป, อุณหภูมิ เป็นต้น
Brightness ปรับความสว่างหน้าจอ
Clock ปรับนาฬิกา
All Reset เซ็ททุกอย่างเป็นค่าโรงงาน

TEST TEST !!!

เริ่มกันที่ตำแหน่งแฮนด์ ความรู้สึกเมื่อได้จับแล้วเหมือนแฮนด์ค่อนข้างเอียงเข้าหาตัวรถมากกว่าปกติ และทำให้รู้สึกว่าความยาวของแฮนด์สั้นไปโดยอัตโนมัติ ถ้ายาวกว่านี้อีกสัก 1 นิ้ว จะเพอร์เฟคเลยสงสัยได้เสียเงินเปลี่ยนแฮนด์อีก ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่ง  R1 – 855 มิลลิเมตร และ R1M – 860 มิลลิเมตร ถือว่าสูงทีเดียว เทสไรเดอร์ของทีมงานความสูง 170 ซม. ขึ้นคร่อมรถแล้วตำแหน่งท่านั่งเป็นแบบ แฮนด์หุบ ตูดโด่ง พักเท้าสูง ก้มลงหมอบปุ๊บ…นี้มันโพซิชั่นรถแข่งชัดๆ !!! ช่วงจังหวะจัดท่าแต่งตัวเพื่อเข้าโค้ง เหมือนรถบังคับให้คนขี่ต้องขยับก้นถอยหลังไปสักคืบนึงโดยอัตโนมัติ

Yamaha R1 , R1M  พื้นฐานตัวรถให้ความรู้สึก DNA แบบ Racing เป็นอย่างมาก เครื่องยนต์เดินเรียบสมูทแต่แฝงไปด้วยความแรงทุกๆย่านของรอบเครื่อง โดยเฉพาะรอบต่ำถึงรอบกลางทำได้อย่างน่าประทับใจ ส่วนรอบกลางถึงปลายนั้นขึ้นแบบไม่มีท่าทีจะหยุด เกียร์ 1 กดคันเร่งได้ 150 กว่ากิโลเมตร/ชม.

เกียร์บ็อกซ์ของ New R1 นั้นช่วงเกียร์ต่อเกียร์ลากได้ยาวมาก ยาวจนรู้สึกว่าแต่ละโค้งต่อโค้งสนามสั้นลงไปทันที ช่วงเกียร์ยาวในที่นี้ไม่ใช้ว่ารถจะขึ้นช้านะ รถยังคงพุ่งได้เร็วแต่เหมือนแบนด์วิทช์มันกว้าง อ๊ะเกี่ยวกันไหม๊นี่ (ภาพมุมนี้เห็นความใหญ่ของแคทฯชัดเจน) เปลี่ยนท่อด๊วนนน !!!

การคอนโทรลตัวรถให้ผลิกในโค้ง S ทำได้อย่างง่ายดายเลย ง่ายกว่ารุ่นเก่าบวกกับเครื่องยนต์ที่สมูทและมีแรงบิดในรอบต่ำ จึงทำให้เป็นรถที่ “ออกจากโค้ง” ได้เร็วอย่างน่าประทับใจทีมงานมาก ส่วนกันสะบัดของเดิมติดรถ…เปลี่ยนใส่ Ohlins เถอะครับ

ข้อดี

  • ระบบอิเล็คทรอนิกส์เยอะมาก หากเรียนรู้และใช้ให้เป็นก็จะมีประโยชน์แก่ผู้ขับขี่เอง และเซฟตี้ด้วย
  • เครื่องยนต์รอบเครื่องเดินได้สมูทมากสั่นน้อยกว่ารุ่นเก่า และตอบสนองได้เร้าใจสุดๆในโหมด A
  • Position Racing คือ ท่านั่ง ระยะแฮนด์ เรสซิ่งมากกก หากใครเป็นสายสปอร์ตคงถูกใจ
  • Handling ดีกว่ารุ่นเก่า เลี้ยวง่ายขึ้น ผลิกรถได้เร็วขึ้น ออกจากโค้งได้เร็วกว่าเดิม
  • ตัวรถหนักแค่ 199 กก. น้ำหนักเบาขึ้นจากภาพรวมของวัสดุอุปกรณ์แบบใหม่ที่ใช้ในการผลิต

 

ข้อแนะนำ

  • ปรับราคาลงเพื่อสู้กับคู่แข่งยี่ห้ออื่น หรือมีโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า
  • ผู้ซื้อรถไปแล้วควรเปลี่ยนปั้มเบรคบนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเพื่อลดระยะการเบรค
  • เปลี่ยนท่อแต่งด้วยนะ ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความไพเราะจากเสียงเครื่อง Crossplane
  • เปลี่ยนแฮนด์แต่ง เพื่อเพิ่มระยะปลายแฮนด์ออกไปอีกเล็กน้อย จะช่วยในเรื่องการคอนโทรลรถได้ดีและง่ายขึ้น
  • ที่เติมลมน่าจะเป็นแบบข้องอสแตนเลสติดรถมาให้เลย

ทั้งหมดนี่คือเทคโนโลยีจาก Yamaha M1 ที่คุณสัมผัสได้จริงใน Yamaha R1 ใหม่

ลองเถอะ แล้วคุณจะหลงรัก!!

สุดท้ายนี้ MotoWish ขอขอบคุณ

> Yamaha R1M : คุณวิชิตพงศ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ZEP Product

> Yamaha R1 60th Anniversary Edition : MotoWish

> Test Rider : @Rider 69  / คุณวิชิตพงศ์ (Shark 24)

> สถานที่ : พี่แท่น (ไกรทส วงษ์สวรรค์) และสนามแข่งรถ ไทยแลนด์เซอร์กิต “ ชีวิตนักแข่งเริ่มต้นที่นี่ ”

อ่านข่าว Reviews เพิ่มเติมได้ที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish