MOTOWISH | รีวิว Yamaha YZF-R6 2017 ซุปเปอร์สปอร์ตสุดพีค ที่ทุกคนรอคอย
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับการทดสอบ รีวิว Yamaha YZF-R6 2017 Super Sport 600 ซีซี ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรุ่นพี่ YZF-R1 หลังจากที่แฟนๆสายสปอร์ตได้ยลโฉมตัวจริงกันไปบ้างแล้ว พร้อมทั้ง Yamaha Riders' Club เปิดราคาขาย 5.49 แสนบาท เอาใจสายซิ่งให้ต้องเทใจวางเงินจองกันแบบยอดทะลุเกินความคาดหมาย จะดีจะสุดจะลั่นแค่ไหน...ตามมา
sport replica, สปอร์ต เรพลิก้า คือ, Yamaha YZF-R6 2017, R6 2017 รีวิว, รีวิว R6 2017, R6 2017 ราคาดาวน์ผ่อน, Review YZF-R6 2017, All New YZF-R6, ราคา R6 2017 549000, ตารางผ่อนดาวน์ R6, R6 ตัวใหม่, R6 2017 Top Speed, R6 2017 ความเร็วสูงสุด, R6 2017 แรงม้า, R6 2017 วางจำหน่าย, 299 กม./ชม., Bigbike , superbike, motorcycle, ข่าวบิ๊กไบค์, ซุปเปอร์ไบค์, มอเตอร์ไซค์, จักรยานยนต์,
207220
post-template-default,single,single-post,postid-207220,single-format-standard,qode-core-1.1,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-2.1, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.5,vc_responsive
Home  »  Reviews   »   รีวิว Yamaha YZF-R6 2017 ซุปเปอร์สปอร์ตสุดพีค ที่ทุกคนรอคอย

รีวิว Yamaha YZF-R6 2017 ซุปเปอร์สปอร์ตสุดพีค ที่ทุกคนรอคอย

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับการทดสอบ รีวิว Yamaha YZF-R6 2017 Super Sport 600 ซีซี ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรุ่นพี่ YZF-R1 หลังจากที่แฟนๆสายสปอร์ตได้ยลโฉมตัวจริงกันไปบ้างแล้ว พร้อมทั้ง Yamaha Riders’ Club เปิดราคาขาย 5.49 แสนบาท เอาใจสายซิ่งให้ต้องเทใจวางเงินจองกันแบบยอดทะลุเกินความคาดหมาย จะดี จะสุด จะลั่นแค่ไหน…ตามมา

ก่อนอื่นว่ากันด้วยรูปโฉม!! นานมากแล้วที่ Yamaha YZF-R6 ไม่ได้เปลี่ยนโฉมมาตั้งแต่ปี 2006 ในครั้งนี้ Yamaha จัดหนักปรับดีไซน์ใหม่ให้สปอร์ตเร้าใจมากกว่าเดิม

 

เริ่มตั้งแต่ด้านหน้ามาแบบ All New กับชุดไฟหน้า และไฟหรี่แบบ LED, รูปทรงช่องแรมแอร์โหดๆได้รับอิทธิพลจาก YZR-M1 ตลอดจนชุดแฟริ่งด้านข้างที่ออกแบบให้แอโร่กว่าเดิม และลดค่าแรงสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานได้มากกว่ารุ่นก่อนถึง 8% ส่วนบั้นท้ายมีช่องคล้ายดิฟฟิวเซอร์ดักลมที่แกะแบบรุ่นพี่ R1 ได้งามมาก

เครื่องยนต์ขนาด 599 ซีซี 4 สูบเรียง DOHC 16 วาลว์ ใช้วาลว์แบบไทเทเนียม 124 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ  พื้นฐานจากเครื่องยนต์บล็อคเดิมแต่ปรับปรุงภายในใหม่ โดยกำลังอัดอยู่ที่ 13.1:1 หัวฉีดแบบ YCC-T และ YCC-I เกียร์แบบ 6 สปีด พร้อมชุดสลิปเปอร์คลัชต์

รถสมัยนี้เห็นทีจะขาดไม่ได้กับระบบอิเล็คทรอนิกส์

 

Yamaha YZF-R6 จัดเต็มด้วยระบบแทรคชั่นคอนโทรล (Traction Control) ถึง 6 ระดับ (สวิทช์ปรับอยู่ฝั่งซ้ายมือ) ทำงานควบคู่กับคันเร่งไฟฟ้า พร้อมปรับโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด (A/ STD/B) (สวิทช์ปรับอยู่ทางขวามือ) สำหรับเลือกให้เหมาะสมกับทุกสภาพการใช้งาน

  • โหมด A : หากต้องการความโหด ดิบ สปอร์ตเต็มขั้น เลือกมันส์กับโหมดนี้ได้เลย ตอบสนองฉับไวในทุกย่านการขับขี่
  • โหมด STD : โหมดปกติที่ส่วนมากจะเลือกใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ดิบกระชากจนเกินไป ให้อารมณ์เร้าใจไม่แพ้กัน
  • โหมด B : ลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลง เพื่อให้ควบคุมง่าย เหมาะกับใช้ถนนลื่น หรือต้องการการขับขี่แบบนุ่มนวล

 

อีกหนึ่งอุปกรณ์ชิ้นเอกของรถคันนี้ ที่จะช่วยสับลื่นได้ดั่งใจ นั่นคือ ควิกซิฟเตอร์ (Quickshifter) เข้าเกียร์ไม่ต้องกำครัชท์ สับไหลต่อเนื่องเลยทีนี้

ชุดแผงหน้าปัดใส่รายละเอียดมาเต็ม

 

จอแสดงผลรูปแบบดิจิตอลผสานกับมาตรวัดรอบแบบอนาล็อค พร้อมไฟชิฟไลท์ไว้แจ้งเตือนรอบการขับขี่ หน้าจอถึงแม้จะไม่ใหญ่แต่ใส่ข้อมูลที่จะแสดงไว้ได้อย่างครบครัน ถ้าหากใครเคยใช้ R1 2012-2014 จะคุ้นเคยกับหน้าจอรูปแบบนี้เป็นอย่างมาก

หน้าจอทางด้านขวามือเพื่อนๆจะสังเกตุเห็นคำว่า TCS ย่อมาจาก Traction Control System ระบบป้องการหมุนสไลด์ของล้อหลังนั้นเอง สามารถปรับตั้งได้ตั้งแต่ 1 – 6 ระดับ  แล้วแต่ความเก๋าของผู้ขับขี่ ส่วนคำว่า Mode ก็ปรับได้ A , STD , B ตามที่แจ้งไว้ข้างบน

ช่วงล่างเปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ

 

รุ่นพี่ R1 ที่ว่าแน่ R6 ยอมแพ้ซะที่ไหน!! ช่วงล่างด้านหน้ายกช๊อคอัพ KYB ขนาด 43 มม. แบบเดียวกับ R1 มาใส่กันเลย (ซึ่งของเดิมเคยใช้แค่ 41 มม.) ปรับพรีโหลด รีบาวด์ได้เต็มระบบ ส่วนด้านหลังเป็นช๊อคอัพเดี่ยวจาก KYB เซ็ทค่าพรีโหลดและรีบาวด์ ได้เช่นกัน

 

ระบบเบรคอุ่นใจหายห่วงด้วย ABS เต็มระบบ ชุดบั๊มบน, คาลิเปอร์เบรคจาก Nissin และจานเบรกก็ได้รับชุดหน้าของรุ่นพี่ R1 มาใส่ไว้เช่นกัน

เลิศเลอด้วยส่วนประกอบทรงคุณค่า

 

ถังน้ำมันทำจากอลูมิเนียมเบากว่ารุ่นเก่าถึงกิโลเศษ พร้อมการ์ดครอบถังน้ำมันฉลุช่องลมอย่างกับรถ MotoGP  ซับเฟรมท้ายเป็น Cast Magnesium ช่วยให้บั้นท้ายของเจ้า R6 มีความแข็งแรง และไล่เบาไปในตัว

ระยะความสูงของ R6 จากพื้นถึงเบาะนั่ง 850 มิลลิเมตร จากภาพเทสไรเดอร์ความสูง 170 ซม. ขาแตะพื้นได้ครึ่งเท้า ความสูงเปรียบเทียบกับ R1 – 855 มิลลิเมตร และ R1M – 860 มิลลิเมตร

ตำแหน่งท่านั่ง R6 บอกได้เลยว่า Sport Compact สุดๆ ฟิลไม่ต่างจาก R1 ที่ท่านั่งบังคับเรสซิ่ง แต่ R6 ท่านั่งบังคับ “ซุกหมอบ” ขึ้นไปอีก

คันที่เห็นในรูปนี้ได้เปลี่ยนใส่พักเท้าแต่งมาแล้วซึ่งให้ฟิลเรสซิ่งสุดติ่ง โดยรถที่ทดสอบพักเท้าเป็นแบบของเดิมติดรถ ก็จะต่ำลงกว่าที่เห็นนี้เล็กน้อย

TEST  TEST

การตอบสนองของเครื่องยนต์

เทสไรเดอร์เคยเป็นเจ้าของ R6 ตั้งแต่บอดี้แรกเริ่มคือปี 1998 และก็ได้ขี่มาแทบจะทุกโมเดล ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ลักษณะนิสัยเครื่องยนต์คลาส 600 ซีซี ที่มีรอบเครื่องและเรดไลน์ถึง 18,000 รอบต่อนาทีนั้น ช่วงรอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,000 ถึง 10,000 รอบ แรงบิด หรือทอร์คจะไม่ได้เยอะมาก อารมณ์แบบท่อดังแต่รถไม่เดิน แต่หลังจากเข็มวัดรอบเครื่องตวัดผ่านตัวเลข 10,000 รอบขึ้นไปแล้ว อันนี้แหละคือฟิลลิ่งของรถพิกัด 600 ซีซี อย่างแท้จริง ความเร็วของรถคือเร็วแบบสมูทแรงบิดมาแบบต่อเนื่องตลอดทุกย่านความเร็วรอบ ไม่ใช่แบบทอร์คเยอะกระโชกโฮกฮากทำให้คนขี่ต้องคอยพะวงกับการเปิดคันเร่ง

 

รถแบบซุปเปอร์สปอร์ตคลาส 600 ซีซี นั้นเหมาะกับคนขี่ประเภท “บ้าพลัง ชอบลากรอบ” (อันนี้ความเห็นส่วนตัว 5555) เพราะคุณต้องเลี้ยงรอบเครื่องไม่ให้ต่ำกว่า 10,000 อยู่ตลอดเวลา แล้วรถก็สามารถหวดเต็มคันเร่งไปได้ถึงเรดไลน์ที่ 16,000 รอบต่อนาที หรือจะโหดไปกว่านั้นด้วยการเปลี่ยนเกียร์ที่ 16,500 รอบต่อนาที เพื่อให้มีแก๊ปรอบเครื่องตวัดไปถึง 16,700-16,800 รอบต่อนาที โดยเรดไลน์ของรถจะไปสุดที่ 18,000 รอบ คันเร่งไฟฟ้าของรถ YZF-R6 2017 ให้การตอบสนองได้สมูทอย่างใจสั่ง ไม่มีช่องว่างให้รู้สึกสะดุดรำคาญใจเหมือนแบบคันเร่งสายทั่วไป

เสียงท่อเดิมๆติดรถของ Yamaha YZF-R6 2017 นั้นคำรามแบบ “โหด ลั่น หวานมันส์” ตั้งแต่ 6,000 รอบ ยิ่งขึ้นรอบสูงเท่าไรเสียงที่แพดออกมายิ่งเสนาะเพราะหูสายซิ่งยิ่งนัก เทสไรเดอร์ชอบๆบอกเลยยย!!! ไม่อยากจะนึกว่าถ้าใส่ท่อแต่งแล้ว เสียงจะลั่นมันส์ร้าวรานขนาดไหนกับรอบเครื่องระดับ 17 -18,000 รอบ

ระบบเบรค และ ระบบกันสะเทือน

ทีมงานยามาฮ่าได้ปรับเซทช๊อคอัพไว้ให้แล้วทั้งหน้าและหลัง ความรู้สึกการตอบสนองเป็นไปอย่างเรสซิ่งเต็มฟิลลิ่ง นุ่มหนึบ แข็ง แต่ไม่กระด้าง การเปิดคันเร่งออกจากโค้งแรงๆ โช้คหลังก็ทำงานสอดคล้องกับระบบแทรคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดทางตรงสนามช้างฯ เทสไรเดอร์กดคันเร่งไปแบบเกรงใจประมาณ 260 กว่า กม./ชม. เชนเกียร์พร้อมเบรคหน้าในระดับที่ไบค์เกอร์ทั่วไปพึงจะขับขี่กัน โช้คหน้ารับแรงได้อย่างดีเยี่ยมอีกเช่นกัน

ระบบเบรคถือได้ว่าดีพอตัวสามารถสยบแรงม้าที่มีอยู่ได้ แต่ถ้าหากเจ้าของต้องการเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปอีกขึ้น ก็เพียงแค่เปลี่ยนปั้มเบรคตัวบนและใช้สายถักแต่งทั้งหน้าและหลัง ส่วนการทำงานของสลิปเปอร์คลัชต์ YZF-R6 ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง เทสไรเดอร์ได้ลองทำการเชนเกียร์ลงแบบ 4 เกียร์ รวดเดียวต่อเนื่องที่สุดทางตรงของ สนามช้างฯ เซอร์กิต รถมีอาการดีดดิ้นที่ล้อหลังเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

การคอนโทรลรถ 

อย่างที่บอกว่าท่านั่งสไตล์แบบเรสซิ่งเต็มพิกัด ก้ม หมอบ ซุก ถ้าชอบแนวนี้ก็มาไม่ผิดทางหล่ะ ถึงแม้น้ำหนักรถจะอยู่ที่ 190 กิโลกรัม เมื่อรวมของเหลว แต่การพลิกรถในโค้ง S ก็ทำได้อย่างง่ายดายให้ความรู้สึกว่ารถเบากว่าน้ำหนักที่แจ้งไว้ ขนาดตอนเข็นก็ยังรู้สึกเบา ซึ่งเป็นเพราะการถ่ายน้ำหนักตัวรถทั้งหน้าหลังทำมาอย่างดี ช่วงหมอบเวลาวิ่งทางตรง รู้สึกได้ว่ารถเล็กกว่าตัวพันอยู่พอประมาณ

 

ควิกชิฟเตอร์ ระบบการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัชต์ แทบจะเป็นออฟชั่นติดรถสมัยใหม่ไปแล้ว เพิ่มอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ยามที่ต้องออกทริปเดินทางไกล

 

*** เนื่องจากเป็นการทดสอบในสนามแข่งซึ่งมีเวลาอันจำกัด รอติดตามกันต่อ ภาค 2 ***

 

สรุปแบบคร่าวๆ

ถ้าคุณชอบรถสปอร์ต ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ขยับมาจากรถบิ๊กไบค์พิกัด 300-500 ซีซี แล้วต้องการรถที่เป็น Sport Replica ฟิลลิ่งรถแข่งจริงๆ Yamaha YZF-R6 2017 จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ความแรงคงไม่เท่าตัวพัน แต่มีฟิลลิ่งบางอย่างที่รถคลาสพันไม่มี พร้อมจ่ายไหม๊ถามใจคุณดู…

MotoWish ขอขอบคุณ

 

Thai Yamaha Motor Co.,Ltd.

Yamaha Riders’ Club Thailand

ที่อยู่ : 258 ถนน ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

โทร : 02 509 1577

อ่านข่าว Reviews เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Yamaha เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง