MOTOWISH | 5 เหตุผลที่ต้องไปดู MotoGP ที่สนามช้างฯ ให้ได้ในปีนี้!!!
5 เหตุผล, ดู MotoGP, ดู MotoGP สนามช้าง, MotoGP Thailand, ThaiGP, PTT Thailand Grand Prix, ThaiGP 2019, PTT Thailand Grand Prix 2019, ชม MotoGP, ราคาบัตร MotoGP,
5 เหตุผล, ดู MotoGP, ดู MotoGP สนามช้าง, MotoGP Thailand, ThaiGP, PTT Thailand Grand Prix, ThaiGP 2019, PTT Thailand Grand Prix 2019, ชม MotoGP, ราคาบัตร MotoGP,
276294
post-template-default,single,single-post,postid-276294,single-format-standard,qode-core-1.1,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-2.1, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.5,vc_responsive
Home  »  Motorsport   »   5 เหตุผลที่ต้องไปดู MotoGP ที่สนามช้างฯ ให้ได้ในปีนี้!!!

5 เหตุผลที่ต้องไปดู MotoGP ที่สนามช้างฯ ให้ได้ในปีนี้!!!

ย้อนเวลากลับไปปีที่แล้ว ภาพการแข่งที่ดุเดือดเลือดพล่านยังตราตรึงไม่ลืมเลือน มาร์เกซ, โดวิซิโอโซ่, บีญาเลส ขับเคี่ยวสูสีตลอดการแข่งขันกว่า 40 นาที และสุดท้าย “มาร์เกซ” ชิงเหลี่ยมโค้งสุดท้ายของสนามเฉือนชนะ “โดวี่” เข้าเส้นชัยด้วยเวลาห่างกันเพียง 0.115 วินาที เรียกได้ว่า การแข่งขัน MotoGP ที่เมืองไทยเป็นสนามที่ “มันส์” ไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างแน่นอน

 

ปี 2019 เป็นอีกปีที่ประเทศไทยได้จัด MotoGP โอกาสดีๆ แบบนี้ยังคงมีไม่บ่อย การไปสนามช้างฯ นอกจากได้ชมการแข่งขันแบบติดขอบสนาม สัมผัสอรรถรสเสียงเครื่องยนต์ดังลั่นสนั่นหู และดูรถที่วิ่งด้วยความเร็วระดับ 300 กม./ชม. ซึ่งแฟนมอเตอร์สปอร์ตสองล้อตัวจริงจะได้เปิดประสบการณ์มากกว่าที่คิด และนี่คือ 5 เหตุผลที่ “ต้อง” ไปดู MotoGP ที่สนามช้างฯ ให้ได้ในปีนี้!!!

1. งานระดับโลก เพื่อคนไทย “บัตรไม่แพง ใช้แรงไม่เยอะ”

สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงในการเข้าชม MotoGP ที่สนามช้างฯ นั่นคือ “บัตรเข้าชมการแข่งขัน” แม้ทางผู้จัดจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถึง 300 ล้านบาทต่อปี แต่กลับไม่ได้มุ่งหวังรายได้ค่าขายบัตรเป็นสำคัญ ขอเพียงให้คนไทยได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ได้ชมการแข่งขันระดับโลกในบ้านตนเอง ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไปด้วย ดังนั้นหากพูดถึงราคาบัตรเข้าชม “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ต้องบอกว่า ถูกแสนถูก ราคาคุ้มค่า น่าคบ!!

 

ราคาบัตร Side Stand เพียง 2,000 บาท ส่วน Grand Stand, Rossi Stand และ Marquez Stand ราคา 4,000 บาท เท่านี้ว่าถูกแล้ว แต่เดี๋ยวก่อนยังมีสิทธิพิเศษและส่วนลดจากผู้สนับสนุนมากมาย อย่างสิทธิ์ที่คุ้มสุดจะเป็นของ “พีทีที บลู การ์ด” ที่ให้ส่วนลดค่าซื้อบัตรถึง 25% ทำให้บัตรราคา 2,000 บาท ลดแล้วเหลือแค่ 1,500 บาท ส่วนบัตรราคา 4,000 บาท ลดเหลือเพียง 3,000 บาทเท่านั้น

 

ถึงตอนนี้ฝ่ายจัดก็แย้มออกมาแล้วว่า บัตรเหลืออีกไม่มาก ตอนนี้ที่ยังพอจับจองกันได้เป็นไซด์แสตนที่ปีนี้ผู้จัดปรับมาตรฐานทั้งเรื่องความแข็งแรง, ที่นั่งชมที่สบายยิ่งขึ้น รวมทั้งปรับความสูงของแสตนด์ให้สูงขึ้น เพื่อทัศนวิสัยการชมที่ดียิ่งขึ้น

ด้านการเดินทางมาสนามช้างฯ สะดวก ง่ายแสนง่าย ด้วยระยะทางจากใจกลางกรุงเทพฯ เพียง 395 กิโลเมตร ถนนหลักจากกรุงเทพขับขี่สะดวก เดินทางด้วยรถยนต์ขับแบบสบายๆ 110-120 กม./ชม. ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 5 ชั่วโมง เติมน้ำมัน 2,000  บาท ขับไป-กลับแล้ว ยังมีน้ำมันเหลือให้ใช้ต่อได้อีก

 

สำหรับคนที่ใช้รถจักรยานยนต์ ยิ่งประหยัดค่าน้ำมันลงอีก 500-800 บาท และถึงเร็วกว่าแน่นอน ด้วยถนนสภาพโล่งๆ ยาวๆ ทำให้ขี่สบายจนอยากหลับ ยังไงต้องระวังกันให้มากๆ เพราะอาจเผลอบิดหมดไมล์ไม่รู้ตัว เดินทางต้องให้ปลอดภัย เหนื่อยก็พัก ขับขี่อย่างมีสติกันด้วยนะ

 

สรุปแล้ว ได้ชมการแข่งขันติดขอบสนามในราคาไม่แพง และยังประหยัดแรง ประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงเมืองนอกเมืองนา

2. สนามแข่งไทย ยิ่งใหญ่ระดับโลก

สำหรับปีที่ผ่านมา น้องใหม่อย่างเราได้รับการโหวตให้เป็น “โมโตจีพี กรังด์ปรีซ์ ออฟ เดอะ เยียร์” (MotoGP Grand Prix of the Year) หรือ เป็น “โมโตจีพีที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2018 จากสมาคมทีมแข่งรถจักรยานยนต์นานาชาติ หรือ ไออาร์ทีเอ  มีผู้เข้าชมมากที่สุดในฤดูกาล ด้วยยอดผู้ชมกว่า 220,000 คน โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และที่เด็ดไปกว่านั้น แม้จะเป็นการจัดงานปีแรก งานระดับโลกดีๆจัดให้ดูในเมืองไทย ไม่ต้องบินไปดูไกลถึงต่างประเทศแบบนี้ จะพลาดได้ไง

 

สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นสนามแข่งรถที่ดีที่สุดในประเทศไทย เป็นผลงานการออกแบบของ “แฮร์มัน ทิลเคอ” วิศวกร และนักแข่งรถชาวเยอรมัน ผู้มีประสบการณ์มากมายในการออกแบบสนาม รวมถึงยังเป็นนักแข่งรถอาชีพมาก่อน นั่นจึงทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกในฐานะผู้แข่งขัน และสามารถออกแบบสนามได้อย่างลงตัวที่สุด

 

สนามนี้ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM) ให้เป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ็ม เกรด เอ (FIM Grade A) ใช้แข่งขัน “โมโตจีพี” ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับการรับรองจาก สมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ให้เป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ เกรด 1 (FIA Grade 1) ใช้จัดแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ “ฟอร์มูล่า วัน” ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องคุณภาพบอกเลยว่าหายห่วง

รายละเอียดสนามช้างฯ มีระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร แบ่งเป็นโค้งขวา 7 โค้ง และโค้งซ้าย 5 โค้ง รวมทั้งหมด 12 โค้ง โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ แทร็กทางตรงจากโค้ง #1 ไปโค้ง #3 ที่ยาวถึง 1 กิโลเมตร ทำให้สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 330 กม./ชม. รวมถึงยังมีโค้งซิกเนเจอร์อย่างโค้ง #12 ที่เป็นโค้งปราบเซียน ปีที่แล้ว “โดวี่” กับ “มาร์เกซ” ก็มาเฉือนแชมป์กันในโค้งนี้แหล่ะ

 

อีกหนึ่งความพิเศษของสนาม คือ ผู้เข้าชมสามารถชมการแข่งขันได้แบบ 180 องศาจาก Grand Stand เรียกว่าเห็นทุกโค้งแบบไม่พลาดสายตา ส่วนเพื่อนๆ คนไหนอยากชมแบบใกล้ชิด ก็สามารถเลือกชมได้จากบริเวณ Side Stand ซึ่งจะได้เห็นรถแข่งวิ่งทำท็อปสปีดแบบถึงใจ หรือใครเป็นแฟนนักแข่งชื่อดังอย่าง “รอสซี่” หรือ “มาร์เกซ” ก็มีทั้ง “Rossi Stand” และ “Marquez Stand” ให้เลือกเชียร์พร้อมๆ กับแฟนคลับคอเดียวกันแบบไม่มีเหงา ลองมาชมสักครั้งแล้วจะรู้เลยว่าระดับโลกเป็นยังไง

3. รถแข่ง นักแข่ง และการแข่งขันสุดมันส์

ข้อนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ถือว่าเป็นไฮไลท์หลักที่สำคัญที่สุด เพราะในการแข่งขัน MotoGP เราจะเห็นความสุดทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น รถแข่งที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลกจักรยานยนต์, นักแข่งตัวท็อประดับโลกกับทีมแข่งระดับสุดยอด และอรรถรสในการชมการแข่งขันแบบสดๆ ที่มันส์กันแบบสุดๆ

 

ด้วยรถแข่งมูลค่ากว่า 50 ล้านต่อคัน เต็มเปี่ยมไปด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีสุดล้ำเท่าที่จะผลิตได้บนโลกใบนี้ แถมไม่ได้มาแค่คันเดียวแต่ขนมากันเพียบ ถ้าได้ลองไปส่องดูใกล้ๆ จะเห็นถึงความอลังการที่พาให้หัวใจสั่นไหวแบบไม่เป็นจังหวะ เราอยากแนะนำว่าต้องไปดู 5 อุปกรณ์สุดล้ำบนรถ MotoGP ให้ได้สักครั้งในชีวิต >> อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ถัดจากรถแข่งสุดอลัง ยังไม่สาแก่ใจ เราสามารถไปตามส่องนักแข่งสุดปัง หรือนักแข่งดาวดังที่เดินไปเดินมาระหว่างห้องพัก และพิทด้านหลัง การได้พบนักแข่งระดับโลกด้วยตาตัวเอง และได้เฝ้ารอขอลายเซ็นสดๆ จากมือนี่แหล่ะ คือประสบการณ์สุดพิเศษที่จะได้รับจากการมาชมสดที่สนาม ไม่ว่าจะชมอยู่ห่างๆ หรือพบกันจังๆ กลางงานกิจกรรม รับรองว่าอิ่มเอมใจ เติมเต็มความสุขไม่รู้ลืมแน่นอน

 

การแข่งขัน MotoGP เห็นในจอทีวีมาก็บ่อย แต่ยังไงก็ไม่สู้มาเห็นจะๆ ด้วยตาตัวเองซักครั้ง เสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม, ความแรงสุดติ่งระดับ 300 กม./ชม. แทบเหลียวมองไม่ทัน, ลีลาการขี่ศอกเช็ดพื้นสู้แรงโน้มถ่วงโลก, การแซงคืน และขับเคี่ยวแบบเอาเป็นเอาตายเพื่อแย่งตำแหน่งแชมป์ในสนาม ทั้งหมดนี้รอให้สัมผัสและให้ลุ้นแบบสดๆ จะดีกว่าไหมถ้าครั้งหนึ่งในชีวิตได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง และครื้นเครงไปกับการเชียร์แบบมันส์ๆ อยู่ข้างสนาม

4. กิจกรรมครึกครื้น และสีสันคึกคัก

การจัด MotoGP เป็นเหมือนงานเฟสติวัลของคนรักความเร็วในโลกสองล้อ และเป็นโอกาสพบปะสังสรรค์สนุกสนานไปด้วยกัน สำหรับงานที่สนามช้างฯ บอกเลยว่ามีกิจกรรมให้แฟนๆ ได้สนุกกันทั้งวัน ตั้งแต่ประตูทางเข้าด้านหน้า ยันหน้าสนามแข่ง ผู้สนับสนุนรายการก็จัดเต็มยกของมาโชว์กันเต็มที่ ค่ายรถจัดบูทประหนึ่งยกโชว์รูมกันมาเลย แถมเอารถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ มาให้ทดสอบขี่กันให้หนำใจ แถมมีของแต่งมอเตอร์ไซค์ให้ช็อปปิ้งเพียบ มีพริตตี้สาวสวยคอยเล่นเกมส์แจกของรางวัลให้ตลอดงาน สมกับเป็นงานแห่งความสุขของคนรักสองล้อเลยจริงๆ

 

อย่างในงานวันศุกร์ที่ 4 ตุลา มีคอนเสิร์ตสุดมันส์จากช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น ประเดิมด้วยวงร็อคแถวหน้าของเมืองไทย วงมายด์ และ โปเตโต้, เสาร์ที่ 5 ตุลา มวยไทย Buriram Muay Thai Expo ทัพคู่มวยชื่อดัง ,อาทิตย์ที่ 6 ตุลาปิดท้ายความสนุกกับ กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ พร้อมบูธกิจกรรมจากผู้สนับสนุน และสินค้ากว่า 100 ร้านค้าใน PTT Thailand Grand Prix 2019 Expo

 

พลาดไม่ได้ช่วงเย็นวันเสาร์ วันสุดพีค!! ค่ายรถ และผู้สนับสนุนแบรนด์สินค้าต่างๆ ยกโขยงกันมาจัดกิจกรรม Meet & Greet พานักแข่งที่ตัวเองเป็นสปอนเซอร์ มาพบปะกับแฟนๆ แจกลายเซ็นต์ ถ่ายรูปคู่ และประมูลของที่ระลึกพร้อมลายเซ็นต์สดๆจากมือนักแข่ง สร้างความสนุกสนานและเป็นเองอย่างมากในมวลหมู่แฟนคลับ

และอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้!! “ชัตเตอร์ แต๋น” สีสันของการรับส่งคนภายในสนามปีที่แล้ว ที่ทำเอาชาวต่างชาติ และชาวไทยทั้งประทับใจทั้งตะลึงงันไปพร้อมกัน ไอเดียการนำรถอีแต๋นของชาวไร่ชาวนามาใช้เป็นรถรับส่งนี้ สร้างตำนานบทใหม่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ต้องรอชมว่าปีนี้จะมีอะไรที่แปลก แหวกแนว รอเซอร์ไพรส์เราอยู่

5. “บุรีรัมย์” ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย

ตกดึกสุดครึกครื้น!! มาดู MotoGP ที่บุรีรัมย์ไม่ต้องกลัวเหงา ด้านหน้าสนามแข่งมีเวทีคอนเสิร์ต และซุ้มกิจกรรมจากสปอนเซอร์ให้ฉลองกันเต็มที่ หรือใครอยากสัมผัสอรรถรสของดีบุรีรัมย์ให้ยกพลเข้าเมืองกันได้เลย คงคอนเซ็ปต์ครึกครื้นไม่น้อยหน้า ไม่ว่าจะเป็นร้านนั่งชิลล์บุรีรัมย์อย่าง Nekromantix, Mo Town, Guru หรือใครอยากตื๊ดก็ไป Speed Pub กันได้

 

ส่วนใครไม่ใช่สายปาร์ตี้แค่อยากจะหาอะไรอร่อยๆ กิน ร้านอาหารบุรีรัมย์ขึ้นชื่ออยู่เพียบ เช่น บ้านชายน้ำ, ร้านอาหารสองพี่น้อง, ร้านข้าวต้ม ตี๋ภาค 2, เจ๊อ้วนเนื้อย่างเกาหลี หรือถ้าใครอยากถึงอารมณ์เซาะกราว ก็มี “ตลาดเซาะกราว Walking Street” ให้เดินเล่นหาของกินกรุบกริบ หรือจะนั่งจิบที่ตลาดเลยก็ได้นะ ตลาดเปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึง เที่ยงคืน

แล้วขากลับอย่าลืมแวะเยือนบ้าน “บุรีรัมย์ยูไนเต็ด” ตรงด้านหน้าทางเข้าสนามช้างฯ เพื่อชม “ช้างอารีนา” สเตเดียมขนาดใหญ่อลังการที่เป็นรังเหย้าของทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ชมสนามฟุตบอลแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นกลาง และถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊คว่า เป็นสนามฟุตบอลระดับฟีฟ่าที่ใช้เวลาสร้างน้อยสุดในโลกเพียง 256 วัน และที่สุดท้ายที่ต้องแวะเลยก็คือ “บุรีรัมย์ยูไนเต็ด Mega Store”  ช็อปที่รวบรวมเสื้อผ้าและสินค้าที่ระลึกคุณภาพดีของทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด บอกเลยว่ามาถึงแล้วไม่แวะถือว่าพลาด

และนี่คือ 5 เหตุผลที่เราอยากย้ำว่า “ต้อง” ไปดู MotoGP ที่สนามช้างฯ ให้ได้ในปีนี้!!! มาร่วมชมการแข่งขันแบบติดขอบสนาม ฟังเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ชมรถแข่งและการการแข่งขันแบบใกล้ชิด และถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมโฉบไปกระทบไหล่นักแข่งในดวงใจกันด้วย วินาทีสุดระทึกของการแข่งในปีนี้จะเป็นอย่างไร อย่าให้ประสบการณ์ของเราสุดแค่ขอบจอทีวี มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปพร้อมกันในวันที่ 4-6 ตุลาคม 2562 ที่ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ. บุรีรัมย์ แล้วพบกัน

Source Photo Cr.: MotoGP, Chang International Circuit

อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish