เปิดสถิติ มาร์เกซ vs รอสซี่ vs สโตนเนอร์ 3 นักบิดสุดแกร่งแห่งโมโตจีพี

ในโลกของการแข่งขันโมโตจีพี มาร์ค มาร์เกซ คือนักบิดที่สามารถสร้างสถิติน่าสนใจได้มากมาย และได้รับการยกย่องว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันยุคปัจจุบัน แต่ในยุคก่อนหน้านั้น วาเลนติโน รอสซี่ คือนักบิดที่ได้รับการยกย่องในด้านนี้เช่นกันจากความสามารถในการเป็นนักบิดที่คว้าแชมป์โลก 9 สมัย ได้ก่อนหน้า มาร์เกซ
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งนักบิดที่แม้จะได้แชมป์โลกในมือน้อยกว่านักบิดทั้งสองคนข้างต้น ทว่าก็มีเหล่าแฟนๆการแข่งขันโมโตจีพีที่ยกย่องให้เขาเป็นหนึ่ง่ในนักบิดที่แข็งแกร่งที่สุดของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกยคุโมโตจีพีด้วย นั่นคือ เคซี่ สโตนเนอร์ นักบิดเลือดจริงโจ้ที่มีพรสวรรค์ และลีลาในการหวดรถได้อย่างน่าสนใจ
และในวันนี้เราจะนำเอาสถิติการแข่งขัน และสไตล์การขี่ของทั้ง 3 นักบิดมาลองเปรียบเทียบให้ทุกคนได้รับรู้กันว่าเหตุใดพวกเขาถึงได้ชื่อว่าเป็นนักบิดที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคโมโตจีพี

| วาเลนติโน รอสซี่ | เคซี่ สโตนเนอร์ | มาร์ค มาร์เกซ* | |
| จำนวนการคว้าแชมป์โลกทุกรุ่นการแข่งขัน | 9 | 2 | 9 |
| จำนวนการคว้าแชมป์รุ่น GP125/Moto3 | 1 | 0 | 1 |
| จำนวนการคว้าแชมป์รุ่น GP250/Moto2 | 1 | 0 | 1 |
| จำนวนการคว้าแชมป์รุ่น GP500/MotoGP | 7 | 2 | 7 |
| จำนวนฤดูกาลที่ลงแข่งขัน | 26 | 12 | 19 |
| จำนวนการแข่งขันที่เข้าร่วม | 432 | 178 | 286 |
| จำนวนการคว้าชัยชนะ | 115 | 45 | 99 |
| อัตราการคว้าชัยชนะ | 26.62% | 25.28% | 34.61% |
| จำนวนการขึ้นโพเดี้ยม | 235 | 89 | 165 |
| อัตราการขึ้นโพเดี้ยม | 54.39% | 50% | 57.69% |
| จำนวนการคว้าโพลโพซิชัน | 65 | 43 | 102 |
| อัตราการคว้าโพลโพซิชัน | 15.05% | 24.15% | 35.66% |
*หมายเหตุ : สถิติวันที่ 4/3/2026

ด้านสไตล์การขับขี่ของนักบิดทั้ง 3 คน จะว่าเหมือน ก็เหมือนกัน แต่ในความเหมือนที่ว่านั้น ก็ยังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่ นั่นคือ
- วาเลนติโน รอสซี่ (หมายเลขประจำตัว #46 / สัญชาติ อิตาลี / ปัจจุบันอายุ 47 ปี) :
สไตล์การขี่จะเน้นความดุดันปานกลาง เน้นการเบรกลึกใส่คู่แข่งหากอยู่ในจังหวะหมิ่นเหม่ และบางครั้งอาจมีการเลือกใช้ไลน์เข้าโค้งที่แตกต่างจากชาวบ้านเพื่อป่วนจังหวะคู่แข่ง และชิงความได้เปรียบให้กับตนเองในโค้งถัดไปตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่กับทางฮอนด้า
และความแข็งแกร่งของเขาก็ยิ่งเห็นชัดขึ้นอีกในยุคที่ได้โยกมาอยู่กับยามาฮ่าอย่างเต็มตัวซึ่งทำให้เจ้าตัวยิ่งสามารถรักษาความเร็วในโค้งได้ดีกว่าคู่แข่งเสมอๆ และยากที่นักบิดคนอื่นจะไล่ตามได้ทัน
อีกสิ่งที่เป็นจุดแข็งของ รอสซี่ คือความเก๋าเกมในการชิงความได้เปรียบในจังหวะต่างๆได้ดี ไม่ว่าจะเป็นจังหวะไล่บี้ที่แม้คู่แข่งจะอยู่ด้านหน้า เจ้าตัวก็สามารถหาจังหวะเสียบในจังหวะเข้า หรือแซงสวนในจังหวะออกโค้งได้ดี และต่อให้เป็นจังหวะถูกไล่บี้ เขาก็ยังสามารถหาวิธีบล็อคไลน์ หรือไม่ก็ช้อนตำแหน่งคืนเมื่อถูกแซงแบบโค้งต่อโค้งได้เสมอ เรียกได้ว่านอกจากมีความเร็วแล้ว ยังมีความแยบยลในการวางกลยุทธ์ระหว่างแข่งสมชื่อ “The Doctor”

- เคซี่ สโตนเนอร์ (หมายเลขประจำตัว #27 / สัญชาติ ออสเตรเลีย / ปัจจุบันอายุ 40 ปี):
สไตล์การขี่มีความผาดโผนสูง จากทักษะพื้นฐานที่โตมากับการแข่งทางฝุ่นตั้งแต่เด็ก ทำให้เกิดวิธีการขี่แบบพิเศษ นั่นคือการดริฟท์ หรือเลี้ยวด้วยล้อหลัง ช่วยให้รถสามารถตั้งลำออกจากโค้งได้เร็วกว่าการเลี้ยวแบบปกติ ซึ่งไม่ค่อยมีนักบิดทำมากนักในการแข่งขันยุคโมโตจีพี
และแทนที่การขี่ด้วยวิธีดังกล่าวจะทำให้ยางหมดเร็ว ปรากฏว่าเจ้าตัวกลับสามารถควบคุมการสไลด์ของรถได้อย่างอยู่หมัด โดยแทบไม่พึ่งพาระบบอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ซึ่งแม้หลายครั้งมันอาจจะทำให้เขาต้องจบการแข่งขันด้วยการพลาดล้ม แต่ถ้าไม่ เขาก็สามารถคว้าชัยชนะให้กับทีมได้แทบทุกครั้ง
โดยเฉพาะในตอนที่สามารถคว้าแชมป์ให้กับดูคาติได้ ณ เวลาที่รถของทีมยังมีดีแค่ความแรงเท่านั้น แต่เจ้าตัวกลับสามารถใช้ความบ้าและทักษะสุดเฉพาะตัวพาทีมอิตาลีความแชมป์โลกสมัยแรกไปได้ในปี 2007 แถมยังเป็นช่วงที่ รอสซี เองก็ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ยังแข็งแกร่งเช่นกันอีกด้วย

- มาร์ค มาร์เกซ (หมายเลขประจำตัว #93 / สัญชาติ สเปน / ปัจจุบันอายุ 33 ปี) :
สไตล์การขี่ดั้งเดิมของ มาร์เกซผู้พี่ ก็จะมีความดุดัน และห่ามไม่แพ้ทั้งสองนักบิดก่อนหน้า จนบางครั้งก็อาจจะห่ามเกินไปเสียด้วยซ้ำและทำให้เจ้าตัวพลาดล้มหลายครั้งทั้งในจังหวะที่กำลังนำอยู่หรือในจังหวะที่กำลังไล่คู่แข่งโดยสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ของนักบิดรายนี้ในตอนที่ยังอยู่ในรุ่นเล็กและรุ่นกลาง ก็คือความสามารถในการเค้นความเร็วตัวแข่งที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
และเมื่อขยับขึ้นมาขี่ในรุ่นใหญ่ ก็ยังมีวิธีการขี่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูง นั่นคือการเบรกลึกจนท้ายขวาง แล้วตั้งลำนอนเข้าโค้งทั้งอย่างนั้น รวมถึงการเอาลำตัวออกจากรถเยอะเป็นพิเศษ และทำศอกเช็ดพื้นเป็นประจำ ทั้งๆที่ในยุคนั้นนักบิดรุ่นใหญ่ยังใช้แค่เข่า และท่าทางการขี่แบบบาลานซ์ลำตัวออกจากรถเป็นแนวเดียวกันอยู่
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ มาร์ค มีทักษะในการนอนรถเข้าโค้งได้เยอะกว่าคู่แข่งอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะในตอนที่ยังถนัดขี่บู๊ช่วงที่ร่างกายยังสุด หรือในปัจจุบันที่ร่างกายเริ่มกรอบ แต่ก็ยังใช้ความเก๋าเอารถให้อยู่หมัดไว้ได้ และทำให้หากคู่แข่งไม่ใช่คนที่แข็งแกร่ง หรือมีฟอร์มสดจริงๆ ยากที่จะต่อกรกับเขาได้

ทั้งนี้ สำหรับใครที่สังเกตเห็นว่า ในขณะที่ วาเลนติโน รอสซี่ กับ มาร์ค มาร์เกวซ สามารถแข่งขันแบบยืนระยะได้นานหลายฤดูกาล แล้วทำไมนักบิดมากพรสวรรค์อย่าง เคซี่ สโตนเนอร์ กลับลงแข่งเพียงไม่กี่ฤดูกาลเท่านั้น ?
สาเหตุที่ทำให้ สโตนเนอร์ เลือกจะรีไทร์จากการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ทั้งที่ในความเร็วในการแข่งยังมี และอายุก็ยังน้อยด้วยวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น ก็คือการที่เจ้าตัวมีอาการป่วยปริศนา ที่มักทำให้เขาเกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่ายระหว่างการแข่งขัน ซึ่งอันที่จริงก็เป็นอาการที่มีให้เห็นอยู่หลายครั้งมาตั้งแต่ตอนที่ยังขี่กับดูคาติ
นอกจากนี้ ด้วยความที่ดั้งเดิม ตัวสโตนเนอร์ ก็เป็นนักบิดที่มีอุปนิสัยค่อนข้างอินดี้ และมาขี่รถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบตามฟีลเพียงเท่านั้น ทำให้ในช่วงที่ตนเองเริ่มเป็นที่รู้จัก และโด่งดังจากฝีมือของตนเอง แท้จริงแล้วเขาก็ไม่ได้มีความสุขมากนัก และค่อนข้างรู้สึกกดดันได้ง่ายจากความคาดหวังของทั้งเหล่าแฟนๆ และโดยเฉพาะทีมแข่ง
เมื่อประกอบกับการที่ในช่วงเวลานั้น (ราวๆปี 2013 เป็นต้นมา) ผู้จัดการแข่งขันโมโตจีพีเริ่มมีการปรับรูปแบบการแข่งให้มีกิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากการแข่ง เพื่อสร้างผู้ติดตามให้มากขึ้น และมีความเป็นธุรกิจมากขึ้น แถมในขณะเดียวกัน “ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ก็เริ่มมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตัวแข่งมากขึ้น
ทำให้นักบิดที่ใช้สัญชาติญานดิบอย่างสโตนเนอร์ ยิ่งรู้สึกว่าการแข่งขันโมโตจีพียุคใหม่ และตัวแข่งโมโตจีพียุคใหม่ ไม่เหมาะสำหรับเขาอีกต่อไป และตัดสินใจประกาศถอนตัวกลางฤดูกาลแข่งขันโมโตจีพี 2014 ไปแบบช็อควงการสุดๆ และเปิดโอกาสให้ มาร์ค มาร์เกซ ได้ขึ้นมาเป็นนักบิดรุ่นใหญ่ในตำแหน่งที่สโตนเนอร์ถอนตัวออกไปนั่นเอง
Source Cr.: MotoGP
อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
