โมโตจีพี ปี 2027 เตรียม “ปรับตารางรูปแบบการแข่ง”

ยังคงสรรหาการสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆเพื่อเพิ่มความสนใจให้การแข่งขันโมโตจีพีปี 2027 อย่างต่อเนื่องสำหรับเหล่าผู้จัด หลังล่าสุดได้มีการประกาศตารางรูปแบบการแข่งขันใหม่ซึ่งอาจดูเหมือนจะถูกใจผู้ชม แต่คงไม่ถูกใจเหล่านักบิดเท่าไหร่นักออกมา
นั่นคือจากเดิมที่ผลของการควอลิฟายในรอบควอลิฟายหนึ่ง (Q1) และควอลิฟายสอง (Q2) จะถูกนำไปใช้เรียงตำแหน่งออกตัวของนักบิดแต่ละคนในทั้งการแข่งขันสปรินท์เรซวันเสาร์ และการแข่งขันรอบเมนเรซวันอาทิตย์ ซึ่งรูปแบบการจัดตารางแข่งขันลักษณะนี้ได้ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 2023
ส่วนรูปแบบการแข่งขันใหม่สำหรับปี 2027 จะปรับใหม่ให้มีเซสชันสำหรับการควอลิฟายทั้งรอบ Q1 และ Q2 เพื่อการจัดอันดับกริดสตาร์ทของนักบิด แยกทั้งสำหรับการแข่งในรอบสปรินท์เรซ และเมนเรซกันไปเลย โดยมีเหตุผลหลักคือเพื่อให้ทีมแข่งและนักบิดสามารถวางแผนการแข่งขันแต่ละเรซได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมถึงยังคาดหวังให้ผู้ชมอยากติดตามการแข่งขันทั้ง 3 วันมากกว่าเดิม

กล่าวคือ สำหรับการแข่งขันวันเสาร์ ในปี 2027 ขณะที่รอบซ้อม FP1 จะยังคงมีเวลาในเซสชัน 45 นาทีเท่าเดิม และจัดตอนเช้าเหมือนเดิม รอบ FP ช่วงบ่าย จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น FP2 และจะลดเวลาเซสชันนี้ลงจาก 60 นาที ในตอนที่ยังเป็นเซสชัน FP ของปัจจุบัน ให้เหลือเพียง 30 นาที เท่านั้นในปีหน้า
จากนั้นก็จะมีการเพิ่มเซสชันใหม่ของวันศุกร์เข้ามา นั่นคือเซสชันควอลิฟายสำหรับการแข่งสปรินท์ ซึ่งจะมีเวลาทั้งหมด 15 นาที โดยให้นักบิดทุกคนคัดเวลาพร้อมกันในคราวเดียว
เมื่อเข้าสู้วันเสาร์ ก็จะเริ่มการซ้อมด้วยเซสชัน FP3 (เดิมคือชื่อ FP2 ในฤดูกาลปัจจุบัน) ในช่วงเช้า แต่จะมีการปรับลดเวลาของเซสชันลงจาก 30 นาที เหลือเพียง 20 นาที แล้วจึงต่อด้วยเซสชันควอลิฟายแบบ Q1 กับ Q2 เพื่อคัดกริดสตาร์ทของเหล่านักบิดสำหรับศึกการแข่งขันรอบเมนเรซในวันอาทิตย์ โดยการคัดนักบิดที่มีสิทธิ์เข้าร่วม Q1 กับ Q2 จะเป็นการเอาเวลาที่ดีที่สุด จาก 1 ใน 3 เซสชันฝึกซ้อม (FP1,FP2, และ FP3) หรือ Combined Session Best Lap มาเป็นตัวคัดเหมือนกับที่เคยทำในอดีต

จากนั้นในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ก็จะเป็นช่วงเวลาของการแข่งขันสปรินท์เรซ ที่เหล่านักบิดต้องออกตัวตามผลเวลาในเซสชันควอลิฟายเมื่อวันศุกร์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่
ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับการแข่งขันในวันอาทิตย์ คราวนี้ทางผู้จัดได้ทำการยกเลิกเซสชันที่มีไว้เพื่อให้เหล่านักบิดและทีมแข่งได้ลองตรวจสอบเซ็ทอัพและความพร้อมของรถ ที่มีระยะเวลาประมาณ 10 นาที ในช่วงเช้าทิ้งไป และทำให้นักบิดจะได้ขี่รถคราวเดียวเท่านั้นในวันอาทิตย์ นั่นคือในรอบแข่งจริงช่วงบ่ายไปเลย
แต่เพื่อไม่ให้นักบิดและทีมใช้ชีวิตยากเกินไป ในเซสชันของการแข่งจริงจะมีการเปิดพิทเลนไว้ล่วงหน้าประมาณ 10 นาที เพื่อให้นักบิดได้วอร์มรถได้ประมาณ 2-4 รอบสนาม แล้วจึงค่อยเริ่มตั้งแถวเข้าจุดออกตัวเพื่อเตรียมพิธีเปิดการแข่งขันต่อไป
ซึ่งในระหว่างนั้นก็จะเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทีมช่างต้องพยายามเซ็ทอัพรถให้ด่วนที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ที่พวกเขาอาจไม่สามารถแกะรื้อรถได้อย่างเต็มที่ เพราะต้องทำมันกลางสนามที่ไม่ได้มีอุปกรณ์และพื้นที่ออกแบบมาเฉพาะเหมือนในพิท

ดังนั้นหากการเซ็ทอัพของพวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างราบรื่นตลอดสัปดาห์ นักบิดและทีมช่างก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนแข่งจริงในวันอาทิตย์มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นด้วยการปรับเวลาในแต่ละเซสชันใหม่ที่ยิบย่อยมากขึ้น ก็อาจจะทำให้การทำงานของพวกเขาในช่วงแรกไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักอยู่ดี
และขณะที่ผู้ชมอาจได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นของการแข่งขันมากขึ้นตลอด 3 วัน ของสัปดาห์การแข่งขัน แต่ความตึงเครียดในการจัดการทีม และบริหารการแข่งขันของเหล่านักบิด ทีมช่าง และสต๊าฟต่างๆย่อมมีความเข้มข้นขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมาอีกมากโขแน่นอน จนเราเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า มันจะส่งผลดีกับพวกเขาจริงๆหรือไม่ จากการตัดสินใจแบบนี้ของผู้จัด
Source Cr.: MotoGP
อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
