โมโตจีพี พับแนวคิด “รถแข่งหนึ่งคัน ต่อนักบิดหนึ่งคน”

ด้วยความเป็นการแข่งขันที่ว่าด้วยรถต้นแบบ ทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่งบประมาณในการทำตัวแข่งแต่ละปีมักมีตัวเลขที่ค่อนข้างสูง และเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำทีมให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ เหล่าทีมแข่งของศึกโมโตจีพีจึงมีไอเดียที่จะลดจำนวนตัวแข่งต่อนักบิดลง ให้เหลือเพียงหนึ่งคันต่อนักบิดหนึ่งคนเท่านั้น
โดยแนวคิดนี้ ดูเหมือนจะถูกริเริ่มการนำเสนอโดยทางอพริเลีย ซึ่งกำลังมีฟอร์มแกร่งในการแข่งขันโมโตจีพี และเพื่อให้พวกเขาสามารถทุ่มงบในการพัฒนาตัวแข่งได้เต็มที่มากขึ้น การลดต้นทุนในส่วนของการผลิตรถต่อนักแข่งจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
แม้แต่ดูคาติเองก็ยังหันมาสนับสนุนแนวคิดนี้ในภายหลังด้วย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะในปัจจุบันพวกเขาต้องทำรถสำหรับนักบิดถึง 6 ทีมด้วยกัน โดยแบ่งเป็นรถสเป็คล่าสุดถึง 4 คัน และสเป็คปีเก่าอีก 2 คัน

แต่ถึงกระนั้น เมื่อจำนวนตัวแข่งต่อนักบิดลดลง สิ่งที่ส่งผลตามมาในด้านลบ ก็คือการที่หากนักบิดพลาดล้ม รถมีปัญหา หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนรถระหว่างการฝึกซ้อม โดยเฉพาะช่วงไกล้ และระหว่างการแข่งขันขึ้นมา มันก็อาจจะทำให้การแข่งของนักบิดรายนั้นต้องหยุดชะงัก
หรือหากฝนตกขึ้นมา นั่นอาจหมายถึงเราจะไม่ได้เห็นจังหวะจอดสลับรถแล้วไปต่ออีกเลย เพราะรถต้องถูกนำไปเปลี่ยนไปใส่ล้อสำหรับวิ่งฝนก่อน ซึ่งอาจต้องใช้วลา 1-2 นาที ในการเปลี่ยนล้อดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่าทีมแข่งจะเลือกใส่กลไกพิเศษเข้าไปเพื่อให้ตัวแข่งสามารถเปลี่ยนล้อได้รวดเร็วเหมือนกับตัวแข่งเอนดูรานซ์ แถมการเซ็ทอัพรถสำหรับขี่ในช่วงแทร็คแห้งสนิท กับแทร็คเปียกยังต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะกับรถแข่งระดับโมโตจีพี ทำให้ความเสี่ยงต่อตัวนักบิดเองก็ยิ่งมากขึ้นอีก หากพวกเขาต้องแข่งด้วยรถคันเดียวในสถานการณ์คับขันข้างต้น
และหากมองในมุมของการพัฒนาตัวรถสำหรับทีมที่ยังไม่ได้มีผลงานดีมากนัก เมื่อจำนวนรถในสนามถูกลดทอนลง ก็หมายความว่าพวกเขาจะมีโอกาสเก็บข้อมูลตัวรถได้น้อยลง รวมถึงหากรถเกิดความเสียหายหนักขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้ข้อมูลการทดสอบ หรือชิ้นส่วนตัวอย่างได้รับความเสียหายและทำให้เกิดการล่าช้าในการพัฒนาตัวแข่งมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะสำหรับการแข่งในปี 2027 เป็นต้นไป ที่ทุกทีมจะต้องหันไปใช้ตัวแข่งเจเนอเรชันใหม่พิกัด 850 ซีซี

ดังนั้นขณะที่อพริเลีย และดูคาติจะเห็นดีเห็นงามเพราะอยากลดต้นทุนการทำทีม แต่สำหรับเหล่าทีมแข่งอื่นๆที่ผลงานของตัวแข่งพวกเขายังไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะขึ้นมาอยู่แถวหน้าในเร็ววันกลับเลือกที่จะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดรถหนึ่งคันต่อนักบิดหนึ่งคนที่ว่านี้ โดยเฉพาะเคทีเอ็มที่ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะไม่รับเงื่อนไขนี้แม้พวกเขาจะดูเป็นทีมที่มีปัญหาด้านการเงินมากที่สุดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ส่วนอีกแบรนด์ผู้ผลิตที่ตอนแรกเหมือนจะเห็นด้วย แต่เปลี่ยนใจกลับมาค้าน ก็คือทางฮอนด้าที่ให้ความสำคัญกับแง่มุมของการพัฒนาตัวแข่งมากกว่าเช่นกัน เพราะเดิมทีก็ดูจะเป็นแบรนด์ที่มีทุนในการพัฒนาตัวแข่งมากที่สุดอยู่แล้ว แถมในปัจจุบันผลงานตัวแข่งของพวกเขาก็ยังไม่ได้อยู่ในจุดที่จะวางใจเรื่องการพัฒนาได้ง่ายๆอีกด้วย
และเนื่องจากกติกานี้เป็นกติกาที่จะส่งผลต่อการแข่งมากพอสมควร ทำให้ผู้จัดต้องการที่จะให้ผู้ผลิตทุกคนที่เข้าร่วมเห็นด้วยกับการเปลี่ยนกฎแบบเอกฉันท์เท่านั้น และเมื่อในการประชุมผู้ผลิตครั้งล่าสุดในการแข่งขันที่อังกฤษ ทั้งเคทีเอ็มกับฮอนด้าไม่เห็นด้วย โดยมีเพียงอพริเลีย และดูคาติที่สนับสนุน และทางฝั่งยามาฮ่าเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหันไปทางเลือกใดมากเป็นพิเศษ กติกาที่จะปรับลดจำนวนรถแข่งต่อนักบิดให้เหลือหนึ่งต่อหนึ่งจึงถูกพับไปในท้ายที่สุดนั่นเอง
Source Cr.: GPone.com
อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
