Home  »  Motorsport   »   โมโตจีพี เตรียมปรับกฎใหม่ หวังลดความเสี่ยง “เถรกวาดลานโค้งแรก”

โมโตจีพี เตรียมปรับกฎใหม่ หวังลดความเสี่ยง “เถรกวาดลานโค้งแรก”

ใน 2-3 สนามที่ผ่านมา สิ่งน่าประหลาดใจของการแข่งขันโมโตจีพีก็คือการที่จู่ๆก็เกิดเหตุนักบิดพากันล้มตั้งแต่โค้งแรกของการแข่งขันอยู่หลายครั้ง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็คงไม่ใช่เรื่องดีนัก และทางกรรมการก็ได้ตัดสินใจปรับกติกาการแข่งใหม่ แต่กลับไม่ใช่การแก้ไขในสิ่งที่นักบิดและนักวิจารณ์หลายคนมอง

 

เพราะสิ่งที่คณะกรรมการเลือกปรับเปลี่ยนเพื่อลดความเสี่ยงที่นักบิดจะเกี่ยวกันล้มในโค้งแรกของการแข่งขัน ก็คือการเพิ่มระยะห่างระหว่างกริดสตาร์ทของนักบิดในแต่ละลำดับให้ถอยหลังจากกันมากขึ้นเป็น 3 เมตรด้วยกันต่อกริด

 

โดยกติกาใหม่นี้จะบังคับใช้ตั้งแต่การแข่งขันเยอรมันกรังด์ปรีซ์ ณ สนามซัคเชนริง ประเทศเยอรมันที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม เป็นต้นไป ส่วนในการแข่งขันดัชท์กรังด์ปรีซ์ ณ สนามทีที เอสเซ่น ซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า จะยังคงใช้ระยะห่างของกริดสตาร์ทเดิมไปก่อน คาดว่าเพราะระยะห่างจากจุดสตาร์ทไปจนถึงโค้งแรก และความโหดของโค้งแรกยังอยู่ในระยะที่ปลอดภัยสำหรับระยะการออกตัวแบบเดิม

ส่วนเหตุผลของการยืดระยะห่างระหว่างแถวของกริดสตาร์ท ก็คาดว่าจะเพื่อให้นักบิดแต่ละคนมีพื้นที่และระยะเวลาในการจัดตำแหน่งของตนเองให้เหมาะสมก่อนเข้าโค้งมากยิ่งขึ้น

 

โดยเฉพาะกับในตอนนี้ที่ตัวแข่งแต่ละคันสามารถออกตัวและพุ่งทะยานพร้อมเค้นอัตราเร่งจากหยุดนิ่งได้ดีมากจนนักบิดมีเวลาในการเตรียมตัวก่อนเข้าโค้งน้อยลง ต้องเด็ดขาดในการชิงจังหวะมากขึ้น และต้องมีความละเอียดอ่อนกับอาการของรถในจังหวะที่ต้องเบรกหนักมากกว่าเดิม และยังไม่นับเรื่องของการดีดตัวของรถที่เกิดขึ้นเพราะผลข้างเคียงจากการทำงานของระบบโฮลช็อทดีไวซ์อีก

 

และจากเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามานั้น ทำให้หากนักบิดพลาดขึ้นมา ถ้าโชคดีเขาก็อาจพลาดล้มออกไปคนเดียว แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะเกิดการเทกระจาดหรือเถรกวาดลานขึ้นเหมือนกับในการแข่งขันสนามที่ผ่านมา

MotoGP 2027 Bike Regulations

ทั้งนี้แม้จะยังไม่มีการกำหนดที่ชัดเจนว่าแล้วคณะกรรมการจะใช้กฎใหม่นี้กับทุกสนามแข่งขันไปเลยหรือไม่ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีคนมองว่าแล้วทำไมกรรมการถึงไม่ยอมสั่งแบนระบบโฮลช็อทดีไวซ์ไปเลยทั้งที่หลายคนมองว่าเจ้าสิ่งนี้ต่างหากที่เป็นตัวการสำคัญซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆขึ้นมา

 

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็คาดว่าจะเป็นเพราะตัวกลไกที่ว่านี้ อยู่ในข้อกำหนดที่จะถูกแบนห้ามใช้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าอยู่แล้ว และเนื่องจากตัวแข่งเจเนอเรชันปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับระบบกลไกนี้มานาน การที่จะสั่งแบนปุบปับไปเลย อาจสส่งผลเสียต่อการแข่งขันมากกว่า

 

ดังนั้นการเลือกแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ดูจะเป็นทางอ้อมไปสักหน่อย จึงเป็นทางเลือกที่ดูเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้มากกว่านั่นเอง

Source Cr.: Motorsport.com

อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish