Home  »  Motorsport   »   เปโดร อคอสต้า เปิดใจ “ผมไม่มีเวลาจะเสียแล้ว”

เปโดร อคอสต้า เปิดใจ “ผมไม่มีเวลาจะเสียแล้ว”

แม้จะดูเหมือนว่าทางเคทีเอ็มสามารถพัฒนารถแข่งของตนเองได้ดีระดับหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ขึ้นไปอยู่แถวหน้าจริงๆสักที จึงทำให้ เปโดร อคอสต้า ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็น “นิว มาร์เกซ” เลือกจะอำลาทีมออกไปในปีหน้า เพราะเจ้าตัวมองว่าตนไม่อยากเสียเวลารอคอยโอกาสที่จะคว้าแชมป์โลกในการแข่งขันรุ่นใหญ่อีกต่อไปแล้ว

 

“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ คือผมได้บอกไปอย่างชัดเจนตอนที่เซนสัญญาทีมโรงงาน(กับเคทีเอ็ม)แล้วว่า สิ่งเดียวที่ผมต้องการ คือรถที่ทำให้ผมคว้าแชมป์ได้ และมันก็ชัดเจนว่ารถมันยังไม่ถึงจุดนั้น” เปโดร อคอสต้า กล่าว

 

“จากใจเลยครับ ผมไม่มีเวลาให้เสียแล้ว ผมได้รับประสบการณ์มามากมายจากเคทีเอ็ม แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าสิ่งนั้น (ดูคาติ) คือความท้าทายที่ผมต้องการเพื่ออาชีพการงานของผม”

แน่นอน ด้วยความเป็นลูกรักของซุ้มไร่ส้มมาตั้งแต่ปี 2020 ทำให้การเลือกลาจากทีมของอคอสต้าในครั้งนี้ สร้างความสับสนให้กับทางเคทีเอ็มเป็นอย่างมาก ซึ่ง พิท ไบเรอร์ บอสใหญ่ฝ่ายงานมอเตอร์สปอร์ต ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกันว่า

 

“เราต้องยอมรับโดยไม่เต็มใจเรื่องที่เปโดรต้องการออกจากทีมไป เพราะเขาอยู่กับเรามานานมาก ตั้งแต่การแข่งรูกี้คัพ คว้าแชมป์โมโตทรี คว้าแชมป์โมโตทู ขาหัก แล้วกลับมาแข่งใหม่ มีหลายอย่างมากที่เราผ่านมาด้วยกัน” ไบเรอร์ กล่าว “แล้วเราก็เริ่มลุยโปรเจ็กท์ด้วยกันกับเขาในฐานะนักบิด(โมโตจีพี)”

 

“แต่ก็เหมือนทุกที ชีวิตต้องดำเนินต่อไป มันต้องมีช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่ต้องเจอความกระอักกระอ่วนใจขนาดนี้ เพราะเราไม่เคยวางแผนไว้เลยว่าต้องหาใครมาแทนที่เขา เราทุ่มทุกอย่างลงไปเพื่อเขา”

KTM MotoGP

ทั้งนี้ แม้จะใจหายสำหรับการจากไปของ อคอสต้า แต่บอสใหญ่ของทีมก็มองว่าการได้เปิดโอกาสให้นักบิดอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ และ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ ซึ่งต่างก็กำลังมีผลงานที่น่าสนใจในช่วง 1-2 ปี มานี้เอง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการเริ่มใหม่ในปีหน้าเช่นกัน

 

“เหมือนทุกครั้ง เมื่อประตูหนึ่งได้ปิดลง ประตูอีกบานก็ถูกเปิด” ไบเรอร์ กล่าว “และเราก็ได้มองเห็นว่าเด็กเหล่านี้ก็มีการพัฒนาที่แข็งแกร่งเช่นกัน พวกเขาสามารถยกระดับตัวเองไปอีกขั้นในปีนี้ และการได้เจรจาสัญญากับพวกเขา การได้พูดคุยกับพวกเขา การได้เซ็นสัญญากับพวกเขา ก็ถือเป็นการเริ่มใหม่”

 

และแม้ในปัจจุบัน ตัวแข่งของทางเคทีเอ็ม อาจยังไม่สามารถนำไปใช้ต่อกรกับรถแข่งของดูคาติ และอาพริเลียได้ดีนัก แต่สำหรับการแข่งขันในปี 2027 ที่ทุกทีมต้องใช้รถแข่งยุคใหม่เหมือนกันทั้งหมด ก็ไม่แน่ว่าคราวนี้ทางแบรนด์ไร่ส้ม อาจสามารถพัฒนารถให้ทัดเทียมกับคู่แข่งได้รวดเร็วขึ้นอีกก็เป็นได้

Source Cr.: Motorsport.com

อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish