นักบิดโมโตจีพีรุ่นเก๋าเผยทริคฝึกขี่ฝ่าฝนสุดระห่ำ

การต้องขี่รถแข่งฝ่าฝน ถือเป็นสิ่งที่นักบิดหลายคนค่อนข้างหวั่นใจและทำให้พวกเขาไม่อาจเค้นฟอร์มเก่งเหมือนตอนขี่บนทางแห้งได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งนักบิดระดับตำนานอย่าง ดานี เปโดรซ่า ที่ในช่วงเวลาหนึ่งเขาเองก็เคยประสบปัญหานี้เช่นกัน จนกระทั่งโค้ชของเขาได้คิดหาวิธีแก้สุดห่ามขึ้นมา
ย้อนไปในช่วงที่ ดานี เปโดรซ่า ยังเป็นนักบิดวัยละอ่อน เขาเองก็เป็นหนึ่งในนักบิดที่ไม่สามารถทำเวลาต่อรอบในสนามขณะฝนตก หรือแทร็คเปียกแบบดีๆได้เลย
จนกระทั่งหลังเหตุการณ์ชนหนักระหว่างการแข่งขันที่เยอรมัน เมื่อปี 2008 เจ้าตัวตัดสินใจที่จะ “พอแล้ว” กับความไม่เอาไหนของตนเองเมื่อต้องขี่ลุยฝน และขอให้โค้ชและผู้จัดการส่วนตัวของตนในเวลานั้นอย่าง อัลแบร์โต้ พูอิก รีบหาวิธีฝึกซ้อมเพื่อแก้ไขปัญหานี้ของเขาให้ได้ โดยเริ่มจากการเอารถซุปเปอร์โมโตไปซ้อมกลางฝนในสนามโกคาร์ท
“ผมไม่ได้เร็วเลยบนทางเปียก” เปโดรซ่า กล่าวกับ วาเลนติโน รอสซี่ กลางโต๊ะดินเนอร์ในกิจกรรมพิเศษของผู้จัดการแข่งขันโมโตจีพีที่ว่าด้วยเรื่องของการนำเหล่านักบิดในตำนานของการแข่งขันมารับประทานมื้อค่ำสุดพิเศษร่วมกัน และได้ย้อนบรรยากาศในวันวาน ณ เวลาที่พวกเขายังคงลงแข่งขันกันอยู่
“จำได้มั้ยในการแข่งขันที่ซัคเชนริง ผมพลาดล้มทั้งๆที่กำลังนำอยู่?” เปโดรซ่า กล่าวต่อ “นับแต่นั้นมาผมบอกกับตัวเองเลยว่า ‘พอแล้ว’ ทุกปีผมต้องพลาดแชมป์ไปเพราะการแข่งขันตอนสนามเปียกแล้วผมต้องขี่เร็วกว่าที่ตนเองจะขี่ไหว”
และเมื่อคู่สนทนาอย่าง รอสซี่ ได้ถามว่า “แล้วนายหาวิธีฝึกเพื่อการขี่กลางฝนยังไงล่ะ?” เปโดรซ่า ก็ได้ตอบกลับทันทีว่า “ผมก็ไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง ผมก็เลยเอารถโมตาร์ด ใส่ยางฝน แล้วพอฝนตก ผมก็ไปขี่ซ้อมเลยในสนามโกคาร์ท”
“ในวันแรกของการซ้อมที่สนามโกคาร์ท ผมก็ล้มตั้งแต่รอบแรกเลย จากนั้นผมก็เลยวอร์มยางให้ร้อนขึ้นอีก แต่ผมก็ยังล้มอยู่ ผมเลยรู้ว่าสนามโกคาร์ทมันเรียบเกินไป มันไม่ค่อยมีความยืดหยุ่น มันไม่มีแรงยึดเกาะใดๆ ผมเลยบอก(กับผู้จัดการส่วนตัว)ว่า มันเป็นไปไม่ได้ ผมทำแบบนี้ไม่ได้ เราจะทำยังไงกันดีกับการฝึกขี่ทางฝน?”

ทันใดนั้น รอสซี เริ่มพอจะเดาทางออก และอุทานขึ้นมาทันทีว่า “ไม่น่ะ จะไปขี่บนถนนสาธารณะรึไง” เปโดรซ่า จึงตอบกลับทันทีว่า “พูอิกโทรหาผมแล้วบอกว่า วันนี้จะมีฝนตกทั้งวัน เราเลยพากันไปที่บ้านของเขาแล้วเอารถโมตาร์ด ชุดหนัง กับเสื้อคลุมกันฝน แล้วก็เงินอีกหน่อยสำหรับเติมน้ำมัน จากนั้นก็ขี่ฝาฝนกันไปเลย”
“คุณรู้จักถนนบนเขาที่บาร์เซโลน่ามั้ยล่ะ? เราขี่ทั้งขึ้นแล้วก็ลง แล้วก็ขึ้น แล้วก็ลงอยู่อย่างนั้น พอน้ำมันหมด เราก็เติมใหม่ แล้วก็ฝึกต่อไป ขี่ขึ้นแล้วก็ลง ขึ้นแล้วก็ลงอยู่อย่างนั้น”
ทันใดนั้น ฮอร์เก้ โลเรนโซ่ ที่นั่งอยู่ข้างๆก็หันมาถามสิ่งที่ตนเองได้ยินให้แน่ชัดอีกครั้งกับ เปโดรซ่า เช่นกันว่า “บนถนนเนี่ยนะ? ไม่จริงน่า คุณทั้งคู่เลยเหรอ?” และพ่อใหญ่จิ๋วก็ยิ้มพร้อมตอบทันทีว่า “ใช่ เราทั้งคู่เลย ขี่แบบเอาเข่าลงพื้น ขึ้นแล้วก็ลงเขากันเป็นร้อยๆรอบ และก็เติมน้ำมัน ขี่วนอยู่อย่างนั้นทั้งวัน จากนั้น พอมีฝนตก เราก็เอาอีก แล้วจากจุดนั้นผมถึงได้เริ่มเรียนรู้(ว่าต้องขี่กลางฝนยังไง)”

และจากผลของการฝึกซ้อมสุดห่ามกลางสายฝนบนถนนจริงในทุกครั้งที่เป็นไปได้ หลังเหตุการณ์ชนหนักเมื่อปี 2008 ทำให้พ่อใหญ่จิ๋ว – ดานี เปโดรซ่า เปลี่ยนจากนักบิดกลัวฝน เป็นนักบิดฝ่าฝนที่เร็วเป็นอันดับต้นๆของการแข่งขันแทบจะในทันที จนเขาสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันฝ่าฝนเป็นครั้งแรกได้ที่เซปัง มาเลเซียปี 2012 ตามด้วยการแข่งขันที่วาเลนเซีย สเปน เลอมังส์ ฝรั่งเศส ในปี 2013 แล้วยังตามด้วยการแข่งขันที่โมเตกิ ญี่ปุ่นอีก ในปี 2015
ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่พอสำหรับการเป็นแชมป์โลกประจำปีอยู่ดี และทำให้ ดานี เปโดรซ่า กลายเป็นนักบิดพระรองที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันโมโตจีพีไปโดยปริยาย กับความสามารถในการคว้าชัยชนะในรุ่นใหญ่ไปได้ถึง 31 ครั้ง ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง อันเดร โดวิซิโอโซ่ ที่ตามมาด้วยการคว้าชัยชนะในการแข่งขันรุ่นใหญ่ไปทั้งหมด 15 ครั้งด้วยกัน แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้ลิ้มรสการเป็นแชมป์โลกจนต้องรีไทร์ไปในที่สุด
ทั้งนี้สำหรับท่านใดที่อยากลองฝึกแบบนี้บ้าง เราก็ขอแนะนำว่าอย่าทำตามจะดีกว่า เพราะถนนเมืองไทย ไม่ได้สะอาดเท่ากับในสเปน แถมสิ่งที่เปโดรซ่าทำ คือการทำเพื่อแข่งขันในระดับมืออาชีพ หากพลาดมาเขาก็ยังมีสปอนเซอร์คอยสนับสนุนทั้งค่าใช้จ่ายและการดูแลรักษาเมื่อบาดเจ็บ ดังนั้นจึงอย่าทำตามเป็นอันขาด เพราะถ้าพลาดมา คุณอาจจะมีแต่เสียกับเสียนั่นเอง
Source Cr.: MotoGP
อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
