Home  »  Motorsport   »   ควอตาราโร ยอมรับ ยามาฮ่ายังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าโปรเจ็กท์ V4 จะมีทรง

ควอตาราโร ยอมรับ ยามาฮ่ายังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าโปรเจ็กท์ V4 จะมีทรง

Fabio Quartararo

แม้จะยอมทิ้งของรักของหวงสู่การใช้ขุมกำลัง V4 ในปี 2026 แต่ดูเหมือนยามาฮ่าจะยังไม่สามารถทำโปรเจ็กท์นี้ให้เข้ารูปเข้ารอยได้เลย จนถึงขนาดที่นักบิดมือหนึ่งของทีมอย่าง ฟาบิโอ ควอตาราโร ยังต้องออกมายอมรับว่าโปรเจ็กท์ใหญ่ของทีมในครั้งนี้คงต้องใช้เวลาอีกนานเป็นเดือนๆ หรือมากกว่านั้นถึงจะมีทรงขึ้นมา

 

เพราะหากมองไปที่ผลสรุปเวลาของเหล่านักแข่งจากยามาฮ่า เราจะพบว่านักบิดทั้งสี่คนของทีม ไม่ว่าจะ ฟาบิโอ ควอตาราโร อเล็กซ์ รินส์ แจ็ค มิลเลอร์ และ โทปรัก ราซกาตลิโอกลู ยังไม่สามารถทำเวลาต่อรอบในการทดสอบที่ดีจนอยู่ในกลุ่มหัวแถวได้เลย

 

“เรามีส่วนต่างเวลา 0.7 ถึง 0.8 วินาที ที่ช้ากว่าเมื่อเทียบกับการจำลองการแข่งในปีที่แล้ว” ควอตาราโร กล่าวหลังผลเวลาในการทดสอบพรีซีซันเทสรอบสุดท้ายที่สนามช้างฯ เซอร์กิต ประเทศไทย ก่อนเปิดฤดูกาลแข่งขันปี 2026 ยังอยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง

Fabio Quartararo

นอกจากนี้ ในการทดสอบเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมา ยังมีคนพบเห็นว่า ควอตาราโร มีรถให้ทดสอบเพียงคันเดียวเท่านั้น จากที่ปกติควรมีสองคัน เพื่อให้การเก็บข้อมูลสามารถเปรียบเทียบความต่างๆระหว่างเซ็ทอัพได้ง่าย และเป็นการสำรองเผื่อกรณีนักบิดพลาดล้มได้ด้วย

 

แต่ทาง ควอตาราโร ก็ระบุว่าการที่เข้าเหลือรถคันเดียวให้ใช้เก็บข้อมูลในการทดสอบวันสุดท้ายนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะข้อมูลเบื้องต้นที่ทีมต้องการก็ถือว่าเพียงพอแล้ว และตัวแข่งที่หายไปก็มีอายุการใช้งานถึงขีดจำกัดอยู่แล้วด้วย

 

“วันนี้ ระยะทางในการใช้งานของเครื่องยนต์ได้มาถึงจุดสิ้นสด ดังนั้นเราจึงเหลือรถแค่คันเดียว” ควอตาราโรกล่าว “สำหรับสิ่งที่เราต้องการวันนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะวันนี้เราตั้งใจจะทดลองเรื่องของการเซ็ทอัพและทุกๆอย่าง คือเราอาจจะยังไม่เจอหนทางไป แต่สำหรับผมมันคงต้องใช้เวลาสักครึ่งแรกของปี ที่เราต้องหาคำตอบให้ได้ว่าจะเอายังไงต่อ และพยายามพัฒนารถของพวกเราให้ดีขึ้นไปอีก”

Fabio Quartararo

โดยปัญหาที่ทำให้ ควอตาราโร เป็นกังวลมากที่สุด ก็ไม่ใช่เรื่องของระดับพละกำลังจากเครื่องยนต์ V4 แต่เป็นเรื่องของการบังคับเลี้ยวรถที่ยังไม่ค่อยตรงตามใจสั่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำเวลาต่อรอบเป็นอย่างมาก

 

“แน่นอน พละกำลังจากเครื่องยนต์อาจยังไม่ถึงระดับ แต่จุดอ่อนสุดสำหรับผม คือผมไม่สามารถเลี้ยวรถเข้าโค้งไปได้ ผมไม่สามารถกดเวลาต่อรอบแบบเนียนๆได้เลย”

 

“ผมคิดว่ามันอาจต้องใช้เวลาเป็นปีๆ คือผมพูดตรงๆนี้ เพราะผมคิดว่าเราไม่สามารถหาทางที่จะไปต่อได้ในระยะเวลารวดเร็วขนาดนั้น” ควอตาราโร กล่าว “และมันจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะในฐานะนักบิด เราต้องการที่จะต่อสู้เพื่อชัยชนะ หรืออย่างน้อยก็เพื่อการได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลโพซิชันเหมือนที่เป็นในปีก่อน แต่เรายังคงห่างไกลจากจุดนั้นมาก และเราจะทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

Source Cr.: Motorsport.com

อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish