“ปัญหายางพังรอบสปรินท์เรซ” กำลังสร้างความโกลาหลใน เจแปนนีส กรังด์ปรีซ์ 2026

ขณะที่ระหว่างการแข่งขันรอบสปรินท์เรซ เหล่าผู้ชมจะสนุกสนานกับการได้เห็นเหล่านักบิดไล่บี้ชิงอันดับกันไปมา แต่พอจบการแข่งขันกลับพบว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะเหล่านักบิดส่วนใหญ่กำลังพบปัญหาในเรื่องของยางที่เสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็วจนแทบจะขี่ไม่ได้เลยในตลอดการแข่งขันทั้งหมด 12 รอบ
โดยเฉพาะกับเหล่านักบิดที่เลือกใช้ยางหลังแบบมีซอฟท์ ซึ่งเกือบทั้งหมดต้องเจอปัญหายางตรงกลางร่อนอย่างหนักจนเผยให้เห็นโครงยางชั้นในช่วงท้ายเรซ เช่น ฮอร์เก้ มาร์ติน ที่ยางร่อนจนล้อสั่นอย่างหนัก แต่ยังดีที่ยังสามารถประคองรถจนเข้าเส้นชัยไปได้
และอีกรายที่น่าเสียดายไม่แพ้กัน ก็คือ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ที่อุตส่าห์กดเวลาและรักษาตำแหน่งในการแข่งขันได้ดีในช่วงรอบแรกๆ แต่จู่ๆก็ความเร็วตกอย่างหนักในช่วงกลางของการแข่งขัน และแม้จะสามารถกู้เวลากลับมาได้ในรอบที่ 8 แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็เลือกออกจากการแข่งขันไปในรอบรองสุดท้าย เนื่องจากไม่มั่นใจว่ายางที่ใส่อยู่กับรถจะพาตนเองหวดไปจนจบการแข่งขันได้หรือไม่ ?

ขณะเดียวกันก็ยังมีนักบิดอีกหลายรายที่ให้ข้อมูลกับสื่อว่ารถของพวกเขาแทบไม่สามารถสร้างแรงยึดเกาะที่ล้อหลังได้เลยเพราะยางร้อนและเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงกลางของการแข่งขันเป็นต้นไป
จากเหตุการณ์ข้างต้น ทางผู้ผลิตยางก็ได้ออกมาให้เหตุผลว่าเป็นเพราะสนามพึ่งมีการปรับผิวแทร็คใหม่ไปได้ไม่นาน กับการที่อุณหภูมิผิวแทร็คในระหว่างการแข่งขันสปรินท์เรซค่อนข้างสูง รวมถึงสมรรถนะของรถในปีนี้เอง ก็ก้าวกระโดดจากปีก่อนมาก จึงทำให้ยางเกิดการเสื่อมสภาพเร็วเป็นพิเศษ
ดังนั้น ในรอบการแข่งจริงวันอาทิตย์ พวกเขาจึงได้เลือกที่จะตัดยางซอฟท์ออกไปจากตัวเลือกที่นักบิดสามารถใช้ได้ เพราะมันคงไม่สามารถอยู่รอดจนจบการแข่งได้แน่ๆ และแนะนำให้ทีมแข่งเลือกใช้ยางฮาร์ดไว้ก่อน เพื่อความมั่นใจว่ามันจะสามารถยื้ออายุการใช้งานได้จนจบเมนเรซในวันอาทิตย์นี้ แม้พวกเขาจะยังคงมีตัวเลือกยางมีเดียมที่มีอาจมีอายุการใช้งานไม่เพียงพอในการแข่งขันรอบเมนเรซให้เลือกใช้อยู่ก็ตาม
แต่ปัญหาก็ไม่ได้จบแค่ตรงนั้น เพราะด้วยความที่สภาพอากาศในวันศุกร์ มาจนถึงวันเสาร์ก่อนการแข่งสปรินท์เรซ เอื้อให้เหล่าทีมแข่งและนักบิดเลือกวางแผนจะใช้ยางมีเดียมในการแข่งเมนเรซเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เมื่อพวกเขาถูกบีบให้เลือกไปใช้ยางฮาร์ดแบบฉุกละหุกขึ้นมา การจะหาเซ็ทอัพใหม่ของรถให้ลงตัวสำหรับการแข่งขันรอบเมนเรซจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก
ท้ายที่สุดทางคณะกรรมการก็ได้ตัดสินใจเพิ่มเวลาของรอบวอร์มอัพ จาก 10 นาที เป็น 20 นาทีตลอดเซสชัน เพื่อให้นักบิดและทีมแข่งได้ลองเซ็ทอัพสำหรับยางฮาร์ดได้อย่างสบายใจมากขึ้น
และไม่ว่าผลของการลองยางฮาร์ดในรอบวอร์มอัพจะเป็นอย่างไร แต่หากนักบิดพากันเลือกใช้ยางฮาร์ดเกือบทุกกริด งานนี้บรรยากาศและผลการแข่งขันในรอบเมนเรซ ก็อาจจะเกิดการพลิกผัน หรือไม่เหมือนกับรอบสปรินท์เรซเลยก็เป็นได้
Source Cr.: Crash.net, MotoGP
อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
