Home  »  Motorsport   »   ทำไมแชมป์รายการแข่งทรหด 8 ชั่วโมง ถึงเลือกใช้ ยางบริดจสโตน แบทแลค ?

ทำไมแชมป์รายการแข่งทรหด 8 ชั่วโมง ถึงเลือกใช้ ยางบริดจสโตน แบทแลค ?

ปัจจัยในการคว้าชัยชนะการแข่งขันบิดอึดสักครั้ง นอกจากการที่พวกเขาต้องทีมเวิร์คที่สามารถจัดการงานของตนเองได้ดี ตัวขี่ที่นิ่ง ตัวแข่งที่เร็ว ก็ยังมีเรื่องของยางที่ต้องไว้ใจได้ ยึดเกาะและรองรับการถูกเค้นสมรรถนะเป็นระยะเวลานานๆได้ดีเพื่อความเป็นต่อในการทำเวลาต่อรอบและไม่ต้องเสียเวลาเข้าพิทบ่อยเพื่อเปลี่ยนยางอีกด้วย

 

สิ่งที่น่าสนใจคือในตลอดระยะเวลาหลายสิบปีมานี้ หากเราลองหาข้อมูลในการแข่งขัน FIM EWC หรือ FIM Endurance World Championship ซึ่งถือว่าเป็นรายการแข่งขันบิดอึดที่ใหญ่ที่สุด และการแข่งขัน Suzuka 8 Hrs ที่หลายคนจับตามองเพราะถือเป็นเวทีแห่งศักดิ์ศรีของเหล่าผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นที่มักส่งทีมโรงงานเข้าร่วมมาต่อเนื่องหลายปี

 

เหล่าผู้ผลิตที่สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันสุดถึกนี้ได้ ล้วนแล้วแต่เลือกใช้ยางจากแบรนด์เดียวซึ่งก็คือ Bridgestone แทบทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งทาง Honda HRC กับรถ CBR1000RR-R SP และ 3 นักบิดอย่าง ทาคูมิ ทากาฮาชิ โจนาธาน เรีย และ สมเกียรติ จันทรา ที่พึ่งจะสามารถทีมคว้าแชมป์ 5 ปีติดในการแข่งขัน Suzuka 8 Hrs รอบล่าสุดไปได้ ซึ่งเหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเกิดจากอะไรกันล่ะ ?

หากตอบแบบตรงไปตรงมา ก็แน่นอนว่า เพราะทีมเหล่านั้นได้รับการสนับสนุนยางจากทาง Bridgestone …

 

แต่เหตุผลโดยเบื้องลึกย่อมไม่จบลงแค่ตรงนั้น เพราะด้วยวิธีการสร้าง พัฒนา และผลิตยางของ Bridgestone กลับดูเหมือนว่าจะเป็นแนวทางที่ดีและช่วยให้ยางของพวกเขารองรับการใช้งานที่เน้นการบิดอึด บิดโหด บิดนานได้มากกว่าใคร

 

เพราะโดยปกติแล้วทาง Bridgestone มักมีการออกแบบยางโดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงสร้างภายในยางให้มีความแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ช่วยให้ยางสามารถรองรับการเค้นภาระหนักๆทั้งในจังหวะเบรก และจังหวะเร่งได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังเป็นพื้นฐานสำหรับการออกแบบโปรไฟล์ หรือรูปทรงหน้ายาง ที่ใช้กำหนดนิสัยการเลี้ยวของยาง ไปจนถึงขนาดพื้นที่ผิวสัมผัสของหน้ายางกับพื้นถนนตั้งแต่เริ่มต้น

 

แล้วจากนั้นจึงตามด้วยการออกแบบคอมปาวน์ หรือเนื้อยางตามมา เพื่อให้รับกับโครงสร้างยางอีกที ช่วยให้ยางสามารถสร้างแรงยึดเกาะได้อย่างสม่ำเสมอ คาดเดาอาการของรถได้ง่าย และมีโอกาสที่จะแปรเปลี่ยนลักษณะการยึดเกาะเมื่อเนื้อยางเริ่มหมดได้ยากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนั้นช่วยให้มันเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับการแข่งขันที่ต้องเน้นการวิ่งแบบอัดกันยาวๆหลายรอบสนามเช่นการแข่งขันเอนดูรานซ์นั่นเอง

โดยตัวเลือกยางที่เหล่าทีมแข่งเอนดูรานซ์ระดับโลกของ Bridgestone สามารถเลือกใช้ได้ ในปัจจุบันก็จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันนั่นคือยางสลิคสำหรับสภาพผิวแทร็คที่แห้งสนิท ซึ่งจะใช้ยาง Bridgestone Racing Battlax V03 และยางฝนซึ่งจะมีไว้สำหรับใช้ตอนที่ผิวแทร็คมีความเปียก มีแอ่งน้ำ นั่นคือยาง Bridgestone Racing Battlax W01

 

ซึ่งน่าเสียดายนิดหน่อยที่ในการแข่งขัน Suzuka 8 Hrs ครั้งนี้ ตัวเลือกยาง Bridgestone Racing Battlax V03 ซึ่งเป็นยางสลิครุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ที่พึ่งมีการเปิดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะไม่ได้ถูกนำมาใช้วาดลวดลายในการแข่งขันมากนัก เพราะตลอดสัปดาห์การแข่งขัน มีเหตุฝนตกจนแทร็ตเปียกอยู่หลายครั้ง ยิ่งวันแข่งก็เรียกได้ว่าตกกันแทบจะตลอดเรซกันเลยทีเดียว

 

แต่ด้วยการออกแบบทั้งโปรไฟล์ยางใหม่ การปรับปรุงคอมปาวน์ยางใหม่ และการออกแบบให้ยางสามารถสร้างพื้นที่ผิวสัมผัสกับพื้นแทร็คได้กว้างขึ้น จึงทำให้เวลาต่อรอบที่นักบิดแต่ละทีมสามารถทำได้เมื่อใส่ยางสลิครุ่นใหม่นี้ มีตัวเลขดีขึ้นกว่าตอนใช้ยางรุ่นก่อนรหัส V02 อย่างชัดเจน แม้ว่าเจ้ายางซีรีย์เก่ากว่าที่ว่า จะมีดีพอตัวจนทีมแข่งที่ใช้ยางแบรนด์อื่นไล่เวลาได้ยากมากๆอยู่แล้วก็ตาม

 

โดยไม่แน่ใจว่าส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะยาง V03 รุ่นนี้ มีคอมพาวน์ใหม่ “Sprint” ให้เลือกใช้หรือไม่ เพราะนี่คือเนื้อยางแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการขี่แบบเค้นเวลาโดยเฉพาะซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในยางรหัส V02 นั่นเอง

Bridgestone Suzuka8H CBR1000RRR

ส่วนยาง Bridgestone Racing Battlax W01 ซึ่งเป็นยางฝน ก็จะมีความแตกต่างจากยางสลิคในแทบทุกด้าน เพื่อให้มันเหมาะสำหรับการขี่เค้นเวลาในสภาพแทร็คเปียกชื้นจริงๆ ทั้งโครงสร้าง และเนื้อยางที่มีความนุ่มกว่า สามารถใช้งานในสภาพอุณหภูมิต่ำได้ดีกว่า

 

และที่ขาดไม่ได้คือการมีลายดอกยางจำนวนมาก ซึ่งมากกว่ายางถนนที่เราใช้กันเสียอีก เพื่อให้มันสามารถรีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็เคยมีโอกาสได้ลองสัมผัสการใช้งานเจ้ายางรุ่นนี้มาแล้วและพบว่ามันสามารถทำงานได้ดีจริงๆ

 

เพราะแม้จะวิ่งฝ่าฝนหนักๆด้วยความเร็วหลัก 250+ กิโลเมตร/ชั่วโมง ยางก็ยังสามารถสร้างแรงยึดเกาะกับผิวแทร็คได้อย่างมั่นใจ รถไม่มีอาการส่ายหรือเหินน้ำให้รู้สึกใดๆทั้งสิ้น เรียกได้ว่าลิมิตของการขี่มีแค่เพียงใจของตัวผู้เขียนเท่านั้น ส่วนยางยังไปต่อได้อีกแน่นอนหากคุณเชื่อใจมันจริงๆ

 

และแม้เราจะระบุไว้ข้างต้นว่ายางฝนรหัส W01 มีเนื้อยางที่ค่อนข้างนิ่มกว่ายางสลิคอย่างชัดเจน แต่เมื่อดูจากจำนวนรอบการวิ่งตลอด 8 ชั่วโมง ของผู้ชนะ เราก็จะพบว่ารถ CBR1000RR-R SP ของทาง Honda HRC ได้ถูกนำไปหวดถึง 188 รอบสนาม และมีการเข้าพิทมาเพื่อเติมน้ำมัน เปลี่ยนผู้ขี่ เปลี่ยนผ้าเบรก และเปลี่ยนยางเพียง 6 ครั้ง เท่านั้น

 

เท่ากับว่ายางหนึ่งชุด ต้องถูกนำไปหวดในสนามถึงราวๆ 31 รอบ และคิดเป็นระยะทางราว 182 กิโลเมตร ต่อครั้งเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเพซการวิ่งที่ค่อนข้างเยอะพอสมควรและดูเหมือนจะเป็นจำนวนรอบ และระยะทางการวิ่งต่อชุดที่เยอะกว่าตอนใช้ยางสลิคอีกด้วย (ค่าเฉลี่ยจำนวนรอบ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเพราะภาระการเค้นตอนวิ่งฝนนั้นต่างจากตอนวิ่งหวดในทางแห้งพอสมควรด้วยนั่นเอง

ทั้งนี้ สำหรับใครที่ต้องการใช้งานยาง Bridgestone Racing Battlax V03 หรือ Bridgestone Racing Battlax W01 หากคุณไม่ได้จะเอารถไปลงสนามแข่งขัน ก็คงไม่จำเป็น หรือไม่ควรที่จะใช้ยางรุ่นนี้ใดๆทั้งสิ้น

 

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็สามารถเลือกใช้ยางรุ่นอื่นๆของทาง Bridgestone ที่ก็จะได้รับเทคโนโลยีซึ่งถูกถ่ายทอดและพัฒนาดีเอ็นเอจากยางสนามเหล่านี้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ยาง Battlax Hypersport S22/S23 หรือ Battlax Sport Touring T32/T33 ซึ่งมีเทคโนโลยีโครงสร้าง MS Belt + HTSPC คอมพาวน์ยางที่ถูกพัฒนามาอย่างดี และใช้เทคโนโลยีการออกแบบลายดอกยางและการวิเคราะห์พื้นที่ผิวสัมผัส Ultimateye จากห้องแล็ปแบบเดียวกับยางแข่ง

 

ซึ่งหากใครสนใจ ในเวลาที่ทาง Bridgestone Moto Thailand ก็ได้มีการจัดโปรโมชันส่วนลดพิเศษถึงวันที่ 30 กันยายน นี้ด้วย นั่นคือ

Promotion BATTLAX

✅ Hypersport S-Series: เร้าใจ สายสปอร์ต มั่นใจทุกการเข้าโค้ง

Promotion BATTLAX

✅ Battlax T-Series: นุ่มนวล สายทัวริ่ง รับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม

 

คุ้มแบบนี้รอไม่ได้แล้ว! ตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 2569 เท่านั้น!

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สามารถค้นหา BATTLAX Premium Dealer สาขาใกล้บ้านได้ที่ BridgestoneMotoThailand.com/dealer

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

โทร: 065-198-6666

Line: @bridgestonemoto

Source Cr.: FIM EWC

อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Honda เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Bridegestone เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish