Home  »  Motorsport   »   บอสใหญ่ทีม “ยามาฮ่า” ยอมรับ “ผมก็นึกว่าโปรเจ็กท์วีโฟร์จะง่ายกว่านี้”

บอสใหญ่ทีม “ยามาฮ่า” ยอมรับ “ผมก็นึกว่าโปรเจ็กท์วีโฟร์จะง่ายกว่านี้”

หนึ่งในเรื่องน่าตื่นเต้นที่หลายคนอาจมองผ่านไปในการแข่งขันโมโตจีพีปี 2026 ก็คือการที่ทางยามาฮ่ายอมเสี่ยงกับการเก็บโปรเจ็กท์ตัวแข่งขุมกำลังสี่สูบเรียงเอาไว้ในลิ้นชัก แล้วปั้นโปรเจ๊กท์ขุมกำลังวีโฟร์ขึ้นมาในตอนที่คู่แข่งต่างพากันช่ำชองเกือบหมดแล้ว

 

สิ่งที่เกิดขึ้นจากความพยาพยามครั้งนี้ ก็คือการที่พวกเขากลับยังไม่สามารถทำผลงานออกมาได้ดีนักโดยสามารถคว้าแต้มเข้ากระเป๋าได้เพียง 14 คะแนนเท่านั้น จากการแข่งทั้งหมด 4 สนาม 8 เรซการแข่งขันทั้งสปรินท์เรซและเมนเรซ ซึ่งถือว่าแย่กว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่พวกเขาสามารถเก็บไปทั้งหมด 42 แต้ม

 

และจากสมรรถนะของตัวแข่งที่ดูเหมือนจะยังต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานในการพัฒนา ทำให้พวกเขาอาจต้องเสียนักบิดลูกรักอย่างฟาบิโอ ควอตาราโร ให้กับทีมคู่แข่งอย่างฮอนด้า และต้องเลือกไปดึงตัวฮอร์เก้ มาร์ติน กับ ไอ โอกุระ เข้ามาผนึกกำลังด้วยกันแทน

และเมื่อสื่อ Crash.net ได้มีการสอบถามกับ มาซิโม เมเรกัลลี บอสใหญ่ของยามาฮ่าโมโตจีพีทีม ว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับผลงานของทีมในตอนนี้บ้าง? ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ให้คำตอบกลับมาว่า “แน่นอน เราก็คิดกันไว้อยู่แล้วว่ามันคงไม่ง่าย”

 

“แต่ผมคงต้องตอบว่า ผมก็คิดว่ามันน่าจะง่ายกว่านี้” เมเรกัลลี กล่าว “น่าเสียดาย เรากำลังเผชิญกับหนทางที่บางทีเราก็ไม่ได้คาดหวังไว้ ซึ่งมันก็ทำให้กระบวนการพัฒนาของเราช้าลงหน่อย แต่ทางทีมเองก็พยายามผลักดันกันเหมือนที่เคย เท่าที่เราจะทำได้”

 

“ส่วนบรรยากาศในทีม ผมคงต้องบอกว่า มันดีนะ พอเราพบอะไรใหม่ๆเข้า มันก็ส่งผลดีและเป็นเหมือนการเพิ่มกำลังใจของเราขึ้นมา”

Fabio Quartararo : Yamaha YZR-M1 : Monster Yamaha : ThaiGP 2026

“พวกเราระวังกันอยู่เสมอ ตั้งแต่เริ่มฤดูกาลนี้ เราคิด และเราก็คุยกันภายใน ว่าในช่วงแรกมันจะต้องสูบพลังและยากลำบากแน่นอน แต่เราก็ยังเชื่อในครึ่งหลังว่าเราอาจจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ต่างออกไป” เมเรกัลป์ลี กล่าวเสริม “ดังนั้น เอาเป็นว่าตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และตอนนี้เราก็อยู่ในจุดที่เราต้องการแล้ว”

 

ดังนั้น แม้โปรเจ็กท์ตัวแข่งขุมกำลังวีโฟร์ของยามาฮ่าอาจจะดูตามหลังคู่แข่งอีกไกล แต่ทางทีมก็ยังคงมั่นใจในโปรเจ็กท์นี้อยู่ เพราะท้ายที่สุดมันก็คือการปูพื้นฐานไปสู่ตัวแข่งโมโตจีพีปี 2027 ที่จะใช้เครื่องยนต์พิกัด 850cc และทุกค่ายที่มีอยู่ในตอนนี้ ก็จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมดเช่นกันนั่นเอง

Source Cr.: Crash.net

อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish