New Yamaha R7 ปรับโฉมครั้งใหญ่ แพงขึ้น 6,000 บาท คุ้มมั้ย?

Thai Yamaha Motor เปิดตัว New Yamaha R7 โฉมปรับปรุงครั้งใหญ่สู่เจเนอเรชันที่ 2 ในรอบ 5 ปี และยังมีการบวกราคาวางจำหน่ายเพิ่มเริ่มต้นอีกราวๆ 6,000 บาท ด้วยกัน ซึ่งมันจะคุ้มค่ากับส่วนต่างที่ว่าหรือไม่? เรามาไล่กันเลย
แรกสุดคือเรื่องของชุดแฟริ่งที่ถูกปรับงานออกแบบใหม่ให้ดูแหลมพุ่งมากขึ้น และยังปรับโคมไฟหน้าใหม่ กับแถบไฟ LED ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม พร้อมเสริมแถบลิปสปอยเลอร์เอาไว้เป็นคางใต้ไฟหน้าอีกทีโดยไม่ได้มีเหตุผลไว้เพื่อสร้างแรงกดเพียง แต่มีไว้เพื่อรีดลมลงไปเป่าหม้อน้ำให้มากขึ้นอีกด้วย
ทางด้านข้างตัวรถมีการย้ายดวงไฟเลี้ยวไปไว้ที่กระจกมองข้าง พร้อมปรับดีไซน์ให้มีแผงข้างใหญ่ขึ้น สามารถปล่อยให้อากาศไหลผ่านได้ดีกว่าเดิม และตัวช่องรีดอากาศด้านข้างก็ดูแคบแต่สูงกว่าเดิม เพื่อการรีดความร้อนออกจากแผงหม้อน้ำที่ต่อเนื่องในช่วงความเร็วสูงมากขึ้น
รวมถึงแฟริ่งครอบเฟรมกลาง แฟริ่งใต้เบาะผู้ขี่ และแฟริ่งท้ายเองก็มีความผอมเพรียวแต่เชิดขึ้นยิ่งกว่าเดิม แม้แต่ชุดแฟริ่งครอบถังน้ำมันยังถูกปรับรูปทรงใหม่เพื่อให้ผู้ขี่สามารถหนีบถังน้ำมันได้กระชับยิ่งขึ้น และแครงก์เครื่องยนต์ซ้าย-ขวา ก็ยังมีความนูนยื่นออกมาทางด้านข้างน้อยลง โดยเฉพาะฝั่งคลัทช์ที่มีการปรับองศาก้านกดคลัทช์ให้เยื้องไปด้านหน้า 35 องศา เพื่อลดความเสี่ยงที่แครงก์จะได้รับความเสียหายหากเกิดการพลาดล้มแปะขึ้นมา

และเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความกระชับในการใช้งาน ตัวรถยังถูกปรับเพิ่มความยาวแฮนด์แฮนด์บาร์อีกข้างละ 12 มิลลิเมตร พร้อมขยับตำแหน่งให้สูงขึ้นราว 4 มิลลิเมตร และถอยมาหาผู้ขี่อีก 8 มิลลิเมตร โดยที่ตัวแฟริ่งครอบถังน้ำมันที่มีความจุใหญ่ขึ้นจาก 13 ลิตร เป็น 14 ลิตร ก็ถูกปรับดีไซน์ใหม่ ทั้งด้านข้างที่มีความโค้งมนรับกับแนวแขนยามนอนโค้งมากกว่าเดิม และด้านท้ายที่มีความราบกว่าเดิมเพื่อหลบช่วงท้องผู้ขี่ ช่วยให้คราวนี้เราสามารถใช้งานรถได้สะดวกสบายทั้งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการขี่หวดหนักๆในสนามแข่งขัน
ชุดเฟรมโครงท่อเหล็กยังคงมีดีไซน์คล้ายเดิม แต่เพิ่มความหนาของตัวท่อที่ใช้ขึ้นรูป เพื่อเสริมความแข็งแรง และลดการบิดตัว ช่วยเสริมความเฉียบคมในการพลิกเลี้ยว ทว่าในขณะเดียวกัน ตัวรถก็ได้ถูกปรับองศาแกนคอใหม่ ให้นอนจากแนวดิ่งมากกว่าเดิม มีระยะเทรลมากกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความนิ่งของช่วงหน้าตัวรถ และโช้คหน้า ก็มีการเปลี่ยนสปริงใหม่ให้อ่อนกว่าเดิม เปลี่ยนลูกสูบภายในให้เบาลงทั้งชุด 350 กรัม ปรับช่วงยุบให้น้อยลงจาก 130 มิลลิเมตร เหลือ 120 มิลลิเมตร พร้อมเซ็ทอัพน้ำมันใหม่ทั้งหมดเพื่อความนุ่มหนึบ

เช่นเดียวกับโช้คหลังที่มีการเซ็ทน้ำมันใหม่ ปรับช่วงยุบลงจาก 130 มิลลิเมตร เหลือ 121 มิลลิเมตร พร้อมปรับเปลี่ยนดีไซน์แขนทดแรงใหม่ เพื่อเพิ่มความกระชับในการใช้งาน และยังเปลี่ยนสวิงอาร์มหลังใหม่ ให้มีดีไซน์ที่ดูแข็งแรงมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันยังมีน้ำหนักเบาลง เช่นเดียวกับการหันมาใช้ชุดล้อ Spinforged ที่เบาลงกว่าเดิม 4% ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพลิกเลี้ยว
ตามด้วยการเปลี่ยนไปใช้ยางซีรีย์ใหม่ นั่นคือ Bridgestone Battlax Hypersport S23 ไซส์ 120/70-17 ด้านหน้า กับ 180/55-17 ที่มีการอัพเกรดคอมพาวน์ยาง และโปรไฟล์ยางใหม่จาก S22 ช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้งาน ไม่ว่าจะในการเดินทางใกล้ไกล หรือหวดในสนามสนุกๆก็ยังไหว
ทว่าในฝั่งระบบเบรก จะยังคงเป็นของเดิมทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นจานเบรกคู่หน้า ขนาด 298 มิลลิเมตร ทำงานร่วมปั๊มเรเดียลเมาท์โมโนบล็อค 4 พอท ของ Advics และแม่ปั๊มบนเรเดียลจาก Brembo หรือจานเบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 245 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์เบรกโฟลทติ้งเมาท์ 1 พอท ซึ่งอันที่จริงก็ถือว่าเหลือเฟืออยู่แล้วสำหรับสมรรถนะองค์รวมของตัวรถรุ่นนี้

ไฮไลท์ถัดมา และถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ทำให้รถมีความคุ้มค่าเป็นอย่างมากกับส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมเพียงราวๆ 6,000 บาท นั่นคือการที่ตัวรถ R7 รุ่นใหม่ จะถูกอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระบบอิเล็กทรอนิกส์จัดเต็มไม่แพ้รถซุปเปอร์ไบค์ตัวพัน ทั้ง คันเร่งไฟฟ้า YCC-T เซนเซอร์ IMU 6 แกน ซึ่งช่วยให้รถมีลูกเล่นโหมดการขับขี่พื้นฐาน 3 รูปแบบ ได้แก่ Street, Rain, Sport และมีโหมด Custom ที่ผู้ใช้สามารถปรับเซ็ทค่าการทำงานของระบบต่างๆได้มากมาย ทั้ง Power Mode, Slide Control System, LIF Control, Brake Control, Engine Brake Management ตามแต่ความต้องการและความถนัดของตน
ซึ่งหากไม่พอ ตัวรถยังมี Track Mode ที่นอกจากผู้ขี่จะสามารถปรับค่าการทำงานของระบบต่างๆได้อิสระมากขึ้นอีก 4 รูปแบบ ในโหมดนี้ผู้ขี่ยังสามารถสั่งปิดระบบ ABS ที่ล้อหลัง และเปิดระบบ Launch Control ได้อีกเพื่อความครบครันสำหรับการใช้งานในสนามอย่างจริงจัง
ไม่เพียงเท่านั้น ตัวรถยังมีโมดูลย์เชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS ในตัว พร้อมระบบ Datalog ที่จะคอยเก็บข้อมูลการขี่ของผู้ใช้ในสนามแข่งขันมาให้อีก โดยผู้ขี่จะต้องเชื่อมต่อรถเข้ากับโทรศัพท์มือถือผ่านแอพพลิเคชัน Yamaha TRAC Rev แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม ทั้งที่เดิมทีฟังก์ชันลักษณะนี้จะมีให้เฉพาะในรถเรือธงอย่าง R1M เท่านั้น

ท้ายสุดในส่วนขุมกำลังที่ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ามันยังคงเป็นแบบ 2 สูบเรียง DOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 689cc พร้อมข้อเหวี่ยง CP2 ให้กำลังสูงสุด 73.4 แรงม้า ที่ 8,750 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 67 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบนาที เท่าเดิมทุกประการ
แท้จริงแล้วทาง Yamaha ได้มีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในบางรายการใหม่เพื่อให้มันรองรับการใช้งานร่วมกับระบบอิเล็กทรอนิกสส์ต่างๆที่ถูกใส่เข้ามามากขึ้น โดยหนึ่งในนั้นคือการออกแบบเฟืองเกียร์ 1-6 ใหม่ ให้ผู้ขี่สามารถต่อเกียร์ได้กระชับ นุ่มนวลยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับระบบควิกชิฟท์เตอร์ได้อย่างเหมาะสม
และยังเปลี่ยนขนาดสเตอร์หน้า-หลังใหม่ (อัตราทดเดิม) เพื่อให้รับกับชุดโซ่ที่มีขนาดเล็กลงจากเบอร์ 525 เป็น 520 เพื่อลดอัตราการกินกำลังเครื่องยนต์ ส่งผลให้เราสามารถเรียกอัตราเร่งของตัวรถได้ติดมือยิ่งขึ้นแม้พละกำลังเครื่องยนต์จะยังเท่าเดิม เพิ่มเติมน้ำหนักมากขึ้น 1 กิโลกรัม จาก 188 กิโลกรัม เป็น 189 กิโลกรัม
จากการปรับเปลี่ยนข้างต้น จึงถือว่าส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นมาราวๆ 6,000 – 9,000 บาท ของ New Yamaha R7 เมื่อเทียบกับโฉมก่อนหน้า จัดว่าคุ้มเกินคุ้ม เพราะคุณคงไม่สามารถนำรถโฉมก่อนหน้ามาติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หรือปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนโครงสร้างมากมายทั้งภายนอกภายในได้จัดเต็มขนาดนี้แน่นอน
โดยสำหรับใครที่สนใจก็อย่ารอช้า สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลรถ New Yamaha R7 ที่ศูนย์บริการ Yamaha Rider’s Club ทั่วประเทศได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปกับราคาวางจำหน่าย 345,000 บาท ในรุ่นสีดำ Midnight Black และสีน้ำเงิน Icon Blue กับราคา 348,000 บาท สำหรับรุ่นพิเศษสีแดง-ขาว Anniversary White ฉลองวาระ 70 ปีการก่อตั้งแบรนด์
Source Cr.: Thai Yamaha Motor
อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว Yamaha เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
