Home  »  New Bikes   »   2027 Kawasaki Ninja H2 ปรับใหม่ภายใน ไม่บอกไม่รู้

2027 Kawasaki Ninja H2 ปรับใหม่ภายใน ไม่บอกไม่รู้

2027 Kawasaki Ninja H2

ผ่านไป 7 ปีที่ไม่มีการปรับโฉมใดๆ และยังไม่ได้ไปต่อในยุโรปอีกตั้งแต่ 6 ปีก่อน แต่ในที่สุดตอนนี้ Kawasaki Ninja H2 ก็ได้กลับได้ถูกนำมาทำตลาดที่ยุโรปอีกครั้งในปี 2027 พร้อมการปรับสเป็คใหม่ที่อาจจะไม่ถูกใจใครหลายคนมากนัก

 

โดยหากสังเกตจากหน้าตาตัวรถ เราจะพบว่าอันที่จริงทางค่ายไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นสายใดๆเลยแม้แต่น้อย ซึ่งหลายคนคงไม่ได้ติดขัดอะไรเพราะดีไซน์เดิมๆของรถนั้นก็ถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์พอตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทั้งแฟริ่งหน้าที่ดูมีเหลี่ยมสัน ไฟหน้าตาเดี่ยว พร้อมช่องดักอากาศจริงด้านขวา กับช่องหลอกด้านซ้าย แฟริ่งข้างที่มีความโค้งมนเน้นการรีดอากาศกับครีบรีดอากาศเพื่อจัดระเบียบทิศทางการไหลเวียนของอากาศ

 

ถังน้ำมันเองก็มีความโหนกใหญ่ชัดเจนด้วยความจุ 17 ลิตร ต่อด้วยแฟริ่งช่วงท้ายที่ถูกออกแบบให้มีความเชิดแหลม แถมยังทำหน้าที่เป็นกรอบล็อคบั้นท้ายผู้ขี่ไม่ให้ถอยหลังจากแรงดึงขณะเปิดคันเร่งหนักๆได้ง่ายๆ และทั้งหมดจะถูกเคลือบด้วยสี Silver Mirror Paint ที่สามารถรักษาตนเองจากรอยขนแมวได้ รวมถึงยังคงเน้นการโชว์ชุดเฟรมโครงเหล็กถัก กับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ โดยไม่มีอกล่างมาให้ดังเดิม แม้แต่ชุดล้อที่เป็นลายดาว 5 ก้านคู่ ก็ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนใดๆทั้งสิ้น แม้แต่ยางเองก็ยังเป็นไซส์ 120/70-17 กับ 200/55-17 ตามเดิม

2027 Kawasaki Ninja H2

สิ่งที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีความเปลี่ยนไป ก็จะมีทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน โดยอย่างที่ 1 คือคาลิปเปอร์เบรกหน้าที่ถูกอัพเกรดจาก Brembo Hypure ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น และเบากว่า ระบายความร้อนได้ดีกว่า Brembo Stylema แต่จะยังคงทำงานร่วมกับจานเบรกคู่หน้าแบบ Semi-Float ขนาด 330 มิลลิเมตรเท่าเดิม และด้านหลังก็ยังเป็นจานเบรกขนาด 250 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับปั๊มเบรกแอกเซียลเมาท์ 2 พอท เหมือนเดิม

 

ระบบช่วงล่างก็ยังคงเป็นแบบโช้คตะเกียบคู่หัวกลับขนาดแกน 43 มิลลิเมตร ปรับเซ็ทได้ทุกค่าจาก Showa ด้านหน้า และโช้คเดี่ยวพร้อมกระปุกซับแทงค์แก๊สแยก ปรับเซ็ทได้ทุกค่าจาก Ohlins รุ่น TTX36 ทำงานร่วมกับระบบกระเดื่องทดแรง Uni-Trak และสวิงอาร์มอลูมิเนียมแขนเดี่ยว เพื่อซับแรงสะเทือนก่อนส่งไปถึงตัวรถที่มีน้ำหนักรวม 238 กิโลกรัมดังเดิม

 

และจุดที่เปลี่ยนไปอย่างที่ 2 คือปลายท่อไอเสีย ที่จะถูกปรับทรงใหม่จากแบบก้อนสามเหลี่ยมมีรูออกคู่ด้านท้าย ให้กลายเป็นกระบอกเรียวยาว ซึ่งยกมาจาก Ninja H2 SX อีกที เพื่อให้มันผ่านมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 5+ และนั่นก็รวมถึงการเพิ่มขนาดแคทตาไลติกช่วงคอกลาง และการปรับเปลี่ยนทางเดินอากาศขาเข้า แคมชาฟท์ ฝาสูบ ลูกสูบ เสื้อสูบ ใหม่เพื่อให้รับกันด้วย

2027 Kawasaki Ninja H2

ผลที่ได้ก็คือ ขุมกำลัง 4 สูบเรียง DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 998cc พ่วงระบบซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ของมัน มีพละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ จะลดลงมาเหลือ 209 PS ที่ 11,000 รอบ/นาที เมื่อแรมแอร์ทำงานเต็มที่ หากรถยังไม่ได้มีความเร็วสูงนัก พละกำลังก็จะต่ำลงเหลือ 200 PS แทน จากที่เคยยืนพื้นราวๆ 210-230 แรงม้า ในโฉมก่อนหน้า ขึ้นอยู่กับว่าแรมแอร์จะทำงานหรือไม่

 

แรงบิดสูงสุดเอง ก็จะยืนพื้นที่ 135 นิวตันเมตร โดยถือว่าน้อยลงจากที่เคยทำได้ราวๆ 142 นิวตันเมตร เช่นกัน แต่ก็มาในย่านรอบเร็วขึ้นจาก 11,000 รอบ/นาที เป็น 8,500 รอบ/นาที ซึ่งหมายความว่าคราวนี้เครื่องยนต์ได้ถูกออกแบบมาให้มีย่านกำลังที่กว้างขึ้นนั่นเอง

 

และเพื่อให้รับกับนิสัยเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนไป ทางค่ายก็ยังได้ทำการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ 1-2 ใหม่ ให้มีความกว้างกันมากขึ้น เช่นเดียวกับอัตราทดชามคลัทช์ แต่นั่นก็เพื่อให้รถยังคงมีอัตราเร่งช่วงต้นที่ไม่หนีจากเดิมมากนัก ส่วนอัตราเร่งช่วงปลาย ก็อาจจะไม่ต่างจากเดิมแม้กำลังจะน้อยลงเช่นกัน เพราะสเตอร์หน้า-หลังได้ถูกทดให้จัดขึ้นแล้วเป็นที่เรียบร้อยด้วยการลดจำนวนฟันสเตอร์หน้าจาก 18 ฟัน เหลือ 17 ฟัน นั่นเอง

2027 Kawasaki Ninja H2

อย่างสุดท้ายที่มีการเปลี่ยนแปลง คือหน้าจอมาตรวัด ที่ถูกปรับเปลี่ยนอินเตอร์เฟซการแสดงผลของฝั่งชุดจอ TFT ใหม่ให้ผู้ใช้สามารถอ่านค่าได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มเกจวัดอัตราการทำงานของซุปเปอร์ชาร์จเข้ามา และอัพเกรดระบบประมวลผลให้รองรับกับลูกเล่นระบบ RIDELOGY ที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามา โดยที่มาตรวัดรอบแบบเข็มกวาดก็ยังคงมีมาให้เหมือนเดิมเพื่อรักษาความเร้าอารมณ์ในการใช้งานเอาไว้

 

ลูกเล่นตัวรถที่ให้มา ก็จะมีแค่เพียงการอัพเดทระบบการทำงานใหม่เล็กน้อยๆเพื่อให้รับกับเครื่องยนต์ที่ถูกปรับจูนใหม่เท่านั้น ส่วนฟังก์ชันต่างๆยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนใดๆ โดยมีทั้ง คันเร่งไฟฟ้า กับเซนเซอร์ IMU 6 แกน ระบบ KTRC ซึ่งหมายถึง ระบบ Traction Control ระบบ Wheelie Control และ Sliding Control ตามด้วยระบบ Cornering ABS กับ Pitching Control กับ Engine Brake Control ระบบ Quickshifter 2 ทางขึ้น-ลง ระบบ Cruise Control และ ระบบปรับโหมดการทำงานของเครื่องยนต์ 3 ระดับ (Full Mid Low)

 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ Kawasaki Ninja H2 ได้ถูกเปิดตัวและวางจำหน่ายในตลาดโลกเมื่อปี 2017 ตัวรถรุ่นนี้ก็ได้ถูกนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วยเช่นกัน อาจจะไม่ทุกปี แต่ก็มีทั้งเวอร์ชันแรก และเวอร์ชันสอง กับเวอร์ชันสาม ซึ่งเราก็หวังว่าจะมีเวอร์ชันสี่ตามมาด้วยเช่นกัน แม้ว่ายอดขายของมันจะน้อยพอสมควรก็ตาม

Source Cr.: Kawasaki EU

อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish