Yamaha R2 ปรับโฉมครั้งใหญ่ ใส่เต็มทุกอณู

Yamaha India เปิดตัว All-New Yamaha R2 อย่างทางการหลังปล่อยให้เหล่าแฟนๆต้องรอคอยกันมานานนับปี โดยการปรับโฉมคราวนี้ก็ถือว่าเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ในแบบที่แทบจะไม่มีอะไรเลยที่ถูกส่งต่อแบบตรงๆมาจาก Yamaha R15
เริ่มจากชุดแฟริ่งรอบคันที่ถูกปรับงานออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยจากเดิมที่เคยใช้แรงบันดาลใจจาก R7 โฉมแรก คราวนี้ก็เปลี่ยนไปใช้เส้นสายของ R9 พี่ใหญ่ของ R-Series ทั้ง ชุดแฟริ่งหน้า แถบไฟ LED ด้านข้าง และดวงไฟ Projector LED ตรงกลาง ทรงแฟริ่งข้าง แฟริ่งครอบถังน้ำมัน และแฟริ่งชุดท้ายที่จะไม่มีร่องรีดอากาศอีกต่อไป
ส่วนใครที่สงสัยว่าแล้วหากคุณอยากได้วิงเล็ทแบบ R9 เพิ่มเติมต้องทำยังไง ? ในจุดนี้ทาง Yamaha India ก็มีชุดแต่งเสริมเป็นวิงเล็ทที่ตีโป่งออกมาด้วยลักษณะที่พอใส่ปั๊บแล้วเหมือนกับ R9 ย่อส่วนให้ลูกค้าได้เลือกซื้อเพิ่มเติมในภายหลังด้วย

นอกจากหน้าตาตัวรถที่เปลี่ยนใหม่แทบทั้งหมด เพราะไฟท้าย บังโคลนหน้า และชุดล้อหน้า-หลัง กับจานเบรกหน้า-หลัง ยังดูเหมือนเป็นของเดิม นอกนั้นตัวรถก็จะมีพร้อมกับชุดเฟรมโครงเหล็กไดมอนด์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการออกแบบสัดส่วนมาจาก R6 (ใช่ครับ “R6”) ที่มีความแข็งแรงมากกว่าเดิม แต่มีน้ำหนักองค์รวมเพียง 14 กิโลกรัม ช่วยรีดน้ำหนักออกไปราว 2.8 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเฟรมโครงเหล็กเดลต้าบ็อกซ์ของเดิม
นอกนั้นชุดระบบกันสะเทือนโช้คหน้าตะเกียบคู่หัวกลับ ยังคงมีขนาดแกน 37 มิลลิเมตร พร้อมชุดแผงคอแบบใหม่ ที่จะปรับเปลี่ยนองศาแผงคอ และระยะเทรลใหม่ แต่หากเป็นรุ่น R2M ลูกค้าจะสามารถปรับค่าพรีโหลดเพิ่มเติมได้ และในส่วนโช้คหลัง ก็จะสงวนฟังก์ชันในการปรับค่าพรีโหลดไว้เฉพาะในรุ่นบนสุดเช่นกัน โดยทั้งหมดทั้งจะถูกพัฒนาและปรับเซ็ทโดยทาง KYB
สวิงอาร์มหลังเอง ก็ได้ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งชิ้น โดยจะเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมแขนคู่ พร้อมกระเดื่องทดแรงที่ถูกปรับสัดส่วนใหม่ และยังมีการอัพเกรดระบบเบรกหน้าใหม่ ให้กลายเป็นแบบเรเดียลเมาท์ 4 พอท จาก Nissin อีกด้วย โดยจะทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 282 มิลลิเมตร ส่วนระบบเบรกหลังยังเป็นเซ็ทอัพเดิมด้วยจานเบรกขนาด 220 มิลลิเมตร กับปั๊มโฟลทติ้งเมาท์ 1 พอทไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไร

ไฮไลท์สำคัญที่สุด คือเครื่องยนต์สูบเดียวติดรถ ที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ โดยปรับไปใช้ลูกสูบขนาด 66.0 มิลลิเมตร จาก 58.0 มิลลิเมตร และยืดช่วงชักจาก 59.6 มิลลิเมตร จาก 58.7 มิลลิเมตร ซึ่งจะเห็นได้ว่าเปลี่ยนเป็นแบบลูกโตชักยาวเต็มระบบสักที และส่งผลให้ความจุเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นมาเป็น 204cc
นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราส่วนกำลังอัดลงเล็กน้อย จาก 11.6 เหลือ 11.5 : 1 และถอดเอาระบบวาล์วแปรผัน VVA ออกไป พร้อมเปลี่ยนไปใช้ระบบเพลาลูกเบี้ยวแบบคู่ หรือ DOHC 4 วาล์ว ช่วยให้มันสามารถเค้นกำลังสูงสุดได้ 25.6 PS ที่ 10,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 19.1 นิวตันเมตร ที่ 8,000 รอบ/นาที พร้อมส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ 6 สปีด และระบบสลิปเปอร์คลัทช์
ที่เด็ดกว่านั้นคือทางค่ายเลือกใส่ระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ทั้ง Street, Sport, Rain, และ Custom รวมถึงยังมีระบบควิกชิฟท์เตอร์ 2 ทางขึ้น-ลง ระบบแทรคชันคอนโทรล และ ABS Dual-Channel มาให้

ท้ายสุดตัวรถยังมีลูกเล่นเสริมอย่าง พักเท้าที่สามารถปรับตำแหน่งสูง-ต่ำได้ มือเบรกมือคลัทช์ที่สามารถปรับระยะได้ หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบ Yamaha Y-Connect ระบบกุญแจคีย์เลส
โดยสัดส่วนตัวรถยังมีตัวเลขด้านยาว 1,980 มิลลิเมตร ด้านกว้าง 700 มิลลิเมตร ด้านสูง 1,140 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 1,340 มิลลิเมตร ความสูงสุด 810 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 170 มิลลิเมตร เมื่อไม่มีผู้นั่ง และ 145 มิลลิเมตร เมื่อมีผู้นั่ง+ผู้ซ้อนและของเหลวพร้อมขี่ น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 149-150 กิโลกรัม แล้วแต่รุ่นย่อย และความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร
ด้านราคาสำหรับการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการมีตัวเลขเริ่มต้นที่ 230,500 รูปีย์ หรือราวๆ 79,300 บาท และสูงสุดที่ 253,000 รูปีย์ หรือราวๆ 87,000 บาท เท่านั้น ซึ่งสำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทยคงไม่ใช่ตัวเลขเดียวกันแน่นอน แต่จะสูงกว่าสักเท่าไหร่ ต้องรอติดตามดูกันต่อไป
Source Cr.: Yamaha India
อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว Yamaha เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
