CFMoto 450MT สเปคแบบนี้ไม่ข้ามสองแสนบาท!!

ในทันทีที่ CFMoto 450MT ได้ถูกเปิดรับจองและประกาศราคาสำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทยกับตัวเลข 189,000 บาท ทำให้เจ้ารถแอดเวนเจอร์ไบค์รุ่นนี้ดูน่าสนใจขึ้นไปอีกทันที เพราะนอกจากจะทำให้มันมีราคาวางจำหน่ายถูกที่สุดในตลาด ณ เวลาปัจจุบัน เมื่อเทียบกับสิ่งต่างๆที่ติดรถมา ยังทำให้รถดูคุ้มค่ามากที่สุดในตลาดทันทีเมื่อมีการขายจริงอีกด้วย
เริ่มจากงานออกแบบตัวรถที่เน้นความผอมเพรียว สูงโปร่ง โดยอิงกลิ่นอายมาจากรถแข่งดาการ์แรลลีตามสมัยนิยม เพิ่มความเฉพาะตัวด้วยไฟหน้าแบบ Projector-LED 2 ชั้น คั่นกลางด้วยแถบไฟ LED และยังมีชิลด์หน้าทรงตั้งที่จะสามารถปรับระดับความสูง-ต่ำ ได้ ส่วนบังโคลนหน้าเป็นแบบติดตั้งไว้กับหูล่างของโช้คแบบแอดเวนเจอร์ไบค์เพื่อวิ่งถนน
และยังมีแฟริ่งข้างชิ้นใหญ่ที่ใช้ดีไซน์เรียบง่ายเพื่อการรับแรงกระแทกหากเกิดการพลาดล้มได้ดี จากนั้นยังมีการทำแฟริ่งข้างถังน้ำมันขนาด 17.5 ลิตร ให้ดูมีเหลี่ยมสันเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติตัวรถ ขณะที่แฟริ่งท้ายจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก เพื่อให้ท้ายรถดูเพรียวบาง และเน้นการโชว์โครงสร้างของซับเฟรมด้วยในตัวเพื่อความดุดัน

ในส่วนโครงสร้างหลักของตัวรถ มีรายละเอียดทั้งชุดเมนเฟรมแบบโครงเหล็กแบ็คโบน แต่มีการเสริมโครงเหล็กด้านล่างอีกชุดเพื่อป้องกันเครื่องยนต์อีกที โดยที่ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังเป็นของ KYB ทั้งโช้คหน้าตะเกียบคู่หัวกลับขนาดแกน 41 มิลลิเมตร พร้อมฟังก์ชันในการปรับเซ็ทได้ทุกค่าด้วยมือ กับโช้คหลังต้นเดี่ยวปรับเซ็ทพรีโหลด และรีบาวน์ได้ ซึ่งจะทำงานร่วมกับชุดกระเดื่องทดแรงและสวิงอาร์มอลูมิเนียมแขนคู่
ระบบเบรกหน้า-หลัง เป็นของ J.Juan ทั้งสายเบรกถัก คาลิปเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 พอท ด้านหน้า กับ โฟลทติ้งเมาท์ 1 พอท ด้านหลัง ทำงานร่วมกับจานเบรกเดี่ยวขนาด 320 มิลลิเมตร และ 220 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมระบบ BOSCH Dual Channel ABS ที่สามารถปิดการทำงานของตัวระบบที่ล้อหลังเพื่อการบุกตะลุยได้ แถมยังมีการใช้ชุดล้อซี่ลวดทูบเลส ที่รัดด้วยยางกึ่งหนามขนาด 90/90-21 กับ 140/70-18 ตามลำดับหน้า-หลัง อีก
และในขณะที่ตัวรถมีน้ำหนักตัวรวมของเหลวเพียง 185 กิโลกรัม แต่ขุมกำลังของมัน กลับเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง DOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 449.5cc ที่ให้กำลังสูงสุดได้ถึง 44.2 PS ที่ 8,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 44 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ/นาที ก่อนส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และระบบสลิปเปอร์คลัทช์ ซึ่งแม้มันจะยังไม่มีการติดตั้งควิกชิฟท์เตอร์มาให้ แต่ด้วยการวางองศาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศา ทำให้มันสามารถมอบความสนุกสนานจากบุคลิกและสุ้มเสียงได้เป็นอย่างดีแน่นอน

นอกนั้นตัวรถยังมาพร้อมกับมิติในด้านยาว 2,210 มิลลิเมตร ด้านกว้าง 870 มิลลิเมตร ด้านสูง 1,380-1,430 มิลลิเมตร เบาะนั่งที่ปรับระดับได้ 800-840 มิลลิเมตร และความสูงใต้ท้องรถที่มากถึง 220 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเหลือเฟือสำหรับการใช้งานแบบเผื่อลุย
หากไม่พอ ตัวรถยังมีการใส่ลูกเล่นน่าสนใจทั้ง การ์ดปลายแฮนด์ มือเบรก-คลัทช์ ปรับระยะได้ กระจกมองข้างแบบพับได้ แร็คท้ายรองรับการติดตั้งกล่องหลัง และยังมีหน้าจอมาตรวัดแบบ Full Digital TFT ขนาด 5 นิ้ว พอร์ทชาร์จไฟ USB-A/USB-C อย่างละ 1 จุด ท้ายสุดคือระบบ Traction Control จาก BOSCH มาให้เพื่อความอุ่นใจในการใช้งาน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและครบครันมาก จึงไม่น่าแปลกใจหากมันจะได้รับความสนใจจากชาวไทยมากขนาดนี้
ที่เหลือคือการรอดูกันต่อไปว่าแล้วทางแบรนด์จะมีแผนการทำตลาดทั้งการบริการหลังการขาย และกิจกรรมสนับสนุนการขายอย่างไรอีกบ้าง สำหรับการกลับมาอีกครั้งของแบรนด์ CFmoto ในไทยครั้งนี้
Source Cr.: CFmoto
อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว CFmoto เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
