Ducati Desmo450 EDS รถมอเตอร์ไซค์สายเอนดูโร่ (Enduro) คันแรกจากผู้ผลิตแห่งเมือง Borgo Panigale

Desmo450 EDS คือรถมอเตอร์ไซค์เอนดูโร่ (Enduro) ยุคใหม่คันแรกของ Ducati รถที่ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันชัดเจน ซึ่งผสานทั้งความหลงใหล เทคโนโลยี และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันเข้าไว้ด้วยกัน และด้วย Desmo450 EDS วิสัยทัศน์นั้นได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางป่าและทางวิบาก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกีฬาประเภทนี้ สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความท้าทายที่คาดเดาไม่ได้ พื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และทุกระยะทางต้องอาศัยการพิชิตด้วยทักษะของผู้ขับขี่ Enduro เป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทั้งความอึด การควบคุม และความอเนกประสงค์ ดังนั้นจึงต้องการรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานประเภทนี้โดยเฉพาะ วิศวกรของ Ducati เริ่มต้นจากพื้นฐานทางเทคนิคของ Desmo450 MX แล้วปรับปรุงและพัฒนาชิ้นส่วนและโซลูชันต่าง ๆ เพื่อสร้างรถที่มีประสิทธิภาพสำหรับการขับขี่ระยะทางไกลขึ้น รองรับสภาพเส้นทางที่ซับซ้อนและหลากหลาย รวมถึงความท้าทายที่แตกต่างกัน รถมาพร้อมล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว และล้อหลังขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Metzeler Six Days Extreme ที่มอบทั้งความมั่นคง การยึดเกาะ และความแม่นยำในการควบคุมบนทุกสภาพพื้นผิว
ถังน้ำมันความจุใหม่ขนาด 8.5 ลิตร ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในเฟรมอะลูมิเนียม (Aluminium Perimeter Frame) ช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ให้ไกลขึ้น โดยไม่กระทบต่อสรีระการควบคุมรถ ด้วยการออกแบบส่วนบนของถังให้เพรียวบาง พร้อมแผงด้านข้างและเบาะนั่งที่ได้รับการออกแบบใหม่ นอกจากนี้ ตัวถังน้ำมันแบบโปร่งแสงยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบระดับน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับรถสายเอนดูโร่
เครื่องยนต์สูบเดียวที่ใช้ระบบวาล์ว Desmodromic ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มแรงบิดและทำให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างนุ่มนวล ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะที่ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมไฟฟ้าช่วยรักษาประสิทธิภาพและความเสถียรของเครื่องยนต์ รวมถึงเพิ่มความทนทาน แม้ในสภาพการขับขี่เอนดูโร่ที่โหดที่สุด
สำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ อุปกรณ์ป้องกันไม่ใช่เพียงของตกแต่งเสริม แต่เป็นส่วนสำคัญของการออกแบบ ดังนั้น Desmo450 EDS จึงมาพร้อมชุดอุปกรณ์ป้องกันที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับการใช้งานเอนดูโร่โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดแฮนด์ การ์ดป้องกันเครื่องยนต์ รวมถึงฝาครอบคลัตช์และฝาครอบไดชาร์จแบบเฉพาะรุ่น ที่ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญของรถจากแรงกระแทก รอยขีดข่วน และการเสียดสี
แฟริ่งด้านหน้าติดตั้งชุดไฟหน้า LED ที่ออกแบบเฉพาะ โดยได้แรงบันดาลใจจากรถซูเปอร์ไบค์ของ Ducati ทำให้ Desmo450 EDS มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและยังคงเอกลักษณ์ด้านงานดีไซน์ของแบรนด์ Ducati ไว้อย่างชัดเจน ขณะที่หน้าจอแสดงผลแบบ LCD จะแสดงข้อมูลสำคัญทั้งหมดที่ผู้ขับขี่ต้องการสำหรับการผจญภัยบนเส้นทางออฟโรดตลอดทั้งวัน

แชสซีที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบ Enduro โดยเฉพาะ
เฟรมของ Desmo450 EDS พัฒนาต่อยอดมาจากเฟรมอะลูมิเนียมแบบปริมณฑล (Aluminium Perimeter Frame) ของ Desmo450 MX โดยมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนของจุดยึดเครื่องยนต์ เพื่อให้ได้ระดับความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานแบบ Enduro
การออกแบบเฟรมยังช่วยให้โครงสร้างมีน้ำหนักเบา พร้อมเปิดทางให้ท่อไอดีและท่อไอเสียสามารถวางในแนวที่ตรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สูงสุด วิศวกรของ Ducati จากเมือง Borgo Panigale สามารถพัฒนาโครงสร้างเฟรมที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 9 กิโลกรัม และใช้จำนวนรอยเชื่อมน้อยที่สุด ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายทั้งในด้านน้ำหนัก ความทนทาน และความแข็งแกร่งของตัวรถ
เฟรมของ Desmo450 EDS ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนเพียง 11 ชิ้น ซึ่งคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนชิ้นส่วนที่ใช้ในรถคู่แข่งหลายรุ่น โดยประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ผลิตด้วยวิธีการหล่อ (Cast) การตีขึ้นรูป (Forged) และการรีดขึ้นรูป (Extruded) ส่วนเฟรมด้านหน้า ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างคอรถกับจุดยึดด้านบนของโช้กอัพหลัง ถูกผลิตเป็นชิ้นเดียวด้วยกระบวนการหล่อ เทคโนโลยีการผลิตแบบเดียวกับที่ Ducati ใช้ในเฟรมของรถตระกูล Superbike วิธีการนี้ช่วยให้สามารถควบคุมความหนาของวัสดุในแต่ละจุดได้อย่างแม่นยำ ใช้วัสดุเท่าที่จำเป็นในแต่ละตำแหน่ง และสามารถสร้างรูปทรงที่ซับซ้อนได้ โดยไม่กระทบต่อน้ำหนักหรือความแข็งแรงของโครงสร้าง

เฟรมของ Desmo450 EDS มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยรักษาน้ำหนักตัวรถให้เบาที่สุด
ในด้านระบบกันสะเทือน Desmo450 EDS ยังคงสานต่อความร่วมมือกับ Showa โดยผู้ผลิตจากญี่ปุ่นได้ทำงานร่วมกับนักทดสอบของ Ducati รวมถึง Antoine Meo แชมป์โลก Enduro หลายสมัยและแชมป์ยุโรป Supercross เพื่อพัฒนาโช้กอัพรุ่นแรกของ Showa ที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบ Enduro โดยเฉพาะ โช้กหน้ามีแกนขนาด 49 มิลลิเมตร ระยะยุบ 310 มิลลิเมตร และใช้สปริงที่นุ่มกว่ารุ่น Desmo450 MX ทำให้สามารถซับแรงกระแทกจากอุปสรรคอย่างก้อนหินและรากไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในการขับขี่แบบ Enduro ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจขณะเข้าโค้ง และช่วยให้ควบคุมรถได้ดีขึ้นในช่วงทางช้าและเส้นทางเทคนิคที่มีความซับซ้อน ในขณะเดียวกัน โช้กอัพหลังที่ติดตั้งผ่านระบบกระเดื่องแบบ Progressive Linkage ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบแรงยึดเกาะและความมั่นคงระหว่างการเร่งความเร็ว
ผลลัพธ์ที่ได้คือรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับขี่ได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ แม้ในเส้นทางที่มีเทคนิคสูง ตัวรถมีความคล่องตัวสูง เปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว และให้การควบคุมที่แม่นยำ ช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างการแข่งขันหรือการฝึกซ้อมระยะยาว
สำหรับระบบเบรก Ducati ยังคงเลือกพัฒนาร่วมกับ Brembo เช่นเดียวกับที่เคยร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถโมโตครอส และรถจักรยานยนต์ถนนของ Ducati มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยด้านหน้าติดตั้งคาลิเปอร์เบรกแบบลอยตัว (Floating Caliper) ลูกสูบคู่ ส่วนด้านหลังเป็นคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว
จานเบรกจาก Galfer มีขนาด 260 มิลลิเมตร ที่ล้อหน้า และ 240 มิลลิเมตร ที่ล้อหลัง ขณะที่ผ้าเบรกได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โดยคำนึงถึงลักษณะการตอบสนองและการควบคุมแรงเบรก (Modulation) ที่เหมาะสมกับการขับขี่แบบ Enduro โดยเฉพาะ

เครื่องยนต์สูบเดียวพร้อมระบบวาล์ว Desmodromic
เครื่องยนต์ของ Desmo450 EDS ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Desmo450 MX และผ่านการออกแบบใหม่ครั้งใหญ่ เพื่อเสริมจุดเด่นที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับขี่แบบ Enduro นั่นคือการส่งกำลังที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการควบคุมของผู้ขับขี่ พร้อมทั้งยังให้พละกำลังสำหรับการเร่งผ่านอุปสรรคที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ แม้จะใช้เพียงเกียร์เดียว
ระบบวาล์ว Desmodromic มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมายนี้ เพราะช่วยให้เครื่องยนต์สามารถสร้างแรงบิดได้อย่างหนักแน่นในรอบต่ำและรอบกลาง ขณะเดียวกันก็ยังสามารถลากรอบเครื่องยนต์ไปได้สูงมาก จึงให้ทั้งพละกำลังและความยืดหยุ่นในการใช้งาน
สำหรับนักแข่งที่ต้องการสมรรถนะระดับการแข่งขัน สามารถเลือกติดตั้ง ชุดแต่ง Ducati Performance Racing Kit* ได้ที่ศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยชุดแต่งดังกล่าวประกอบด้วยระบบท่อไอเสีย ชุดอุปกรณ์ทางเดินไอดีหลายรายการ แผนที่การทำงานของเครื่องยนต์ (Engine Mapping) แบบเฉพาะ และสวิตช์เลือกโหมดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสลับ Riding Mode ต่าง ๆ ได้ เช่นเดียวกับในรุ่น Desmo450 MX
เครื่องยนต์สูบเดียวของ Desmo450 EDS ให้การส่งกำลังที่นุ่มนวล ต่อเนื่อง และควบคุมได้ง่ายตลอดทุกช่วงรอบ ผสานกับอัตราเร่งโดยรวมที่ยอดเยี่ยม และแรงตอบสนองที่เหมาะสมเมื่อเปิดคันเร่ง ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขี่ในช่วงทางช้า การผ่านอุปสรรคตามธรรมชาติ และการไต่ทางชันที่ต้องใช้เทคนิค ขณะเดียวกันก็สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้เต็มที่บนช่วงพิเศษทางตรงความเร็วสูงและสนามทดสอบแบบครอสคันทรี
สมรรถนะดังกล่าวเกิดจากการปรับปรุงทางวิศวกรรมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลิ้นปีกผีเสื้อขนาด 42 มิลลิเมตร (ลดลงจาก 44 มิลลิเมตรในรุ่น MX) การใช้เพลาลูกเบี้ยวที่ออกแบบขึ้นใหม่ ลูกสูบที่มีอัตราส่วนกำลังอัดต่ำลง ระบบท่อไอเสียที่ออกแบบเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ รวมถึงชุดก้านสูบและชิ้นส่วนที่มีมวลความเฉื่อยมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเพลาข้อเหวี่ยงและฟลายวีล ซึ่งช่วยให้การส่งกำลังมีความนุ่มนวลและควบคุมได้ดียิ่งขึ้นในการขับขี่แบบ Enduro
เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานแบบ Enduro ที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างก้อนหินและสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เครื่องยนต์ของ Desmo450 EDS จึงได้รับการปกป้องที่ดียิ่งขึ้นด้วยฝาครอบวาล์ว ฝาครอบระบบจุดระเบิด และฝาครอบคลัตช์ที่ผลิตจาก อะลูมิเนียม ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานกว่าฝาครอบ แมกนีเซียม ที่ใช้ในรุ่น Desmo450 MX
นอกจากนี้ ระบบคลัตช์ยังได้รับการปรับให้ใช้แรงบีบคันคลัตช์น้อยกว่ารถสายโมโตครอส เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ในการใช้งานระยะยาว ขณะที่ชุดเกียร์ได้รับการออกแบบใหม่เป็นแบบ 6 สปีด พร้อมอัตราทดที่ปรับจูนมาเพื่อการขับขี่แบบ Enduro โดยเฉพาะ
- เกียร์ 1 ถูกกำหนดให้มีอัตราทดสั้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มอัตราเร่งและช่วยให้ควบคุมรถได้ดีขึ้นในช่วงทางเทคนิคที่ยาก
- เกียร์ 6 มีอัตราทดยาวกว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทางไกลและการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ส่วนเกียร์กลาง ๆ ได้รับการจัดเรียงอัตราทดใหม่ แตกต่างจากรุ่นโมโตครอส เพื่อดึงศักยภาพของแรงบิดเครื่องยนต์ออกมาได้เต็มที่แม้ในโค้งความเร็วต่ำ และเพื่อให้รองรับสถานการณ์การขับขี่แบบ Enduro ที่หลากหลายยิ่งขึ้น
สำหรับระบบระบายความร้อน แม้จะได้รับการปรับปรุงจากรุ่น MX แต่ยังคงใช้หม้อน้ำทรง สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน (Rhomboid-shaped Radiators) ซึ่งมีพื้นที่ระบายความร้อนมากกว่ารูปแบบดั้งเดิมถึง 6.5% ช่วยให้เครื่องยนต์ระบายความร้อนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาขนาดตัวรถให้กะทัดรัด ทำให้ผู้ขับขี่สามารถขยับน้ำหนักตัวไปด้านหน้ารถได้สะดวก แม้ว่าจะใช้ถังน้ำมันที่มีขนาดใหญ่ขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้ง พัดลมระบายความร้อนไฟฟ้า มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงความเร็วต่ำ เช่น การขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทายหรือเต็มไปด้วยอุปสรรค ส่งผลให้เครื่องยนต์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และสามารถรักษาสมรรถนะได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ในสภาพการขับขี่ Enduro ที่โหดที่สุด

ระบบอิเล็กทรอนิกส์และ Ducati Traction Control (DTC)
เมื่อติดตั้ง Ducati Performance Racing Kit* แล้ว Desmo450 EDS จะมาพร้อมกับระบบ Traction Control ที่แท้จริง ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Desmo450 MX และได้รับการปรับจูนใหม่โดยเฉพาะสำหรับการขับขี่แบบ Enduro โดยมุ่งเน้นทั้งด้านความปลอดภัยของผู้ขับขี่และการช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างการขับขี่
ในการขับขี่บนเส้นทางที่ยากลำบาก การลดภาระทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ขับขี่ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ขับขี่ยังคงมีสมาธิและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ แม้จะต้องขับขี่เป็นเวลานานหรืออยู่ในสภาพเส้นทางที่ท้าทาย แตกต่างจากระบบที่ใช้ในรถออฟโรดทั่วไป Ducati Traction Control (DTC) จะคำนวณและปรับลดกำลังเครื่องยนต์โดยอิงจากระดับการหมุนฟรีของล้อหลัง (Rear Wheel Spin) ที่เกิดขึ้นจริง จึงทำให้การทำงานของระบบมีความแม่นยำ รวดเร็ว และเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถแยกแยะสถานการณ์ที่ไม่ควรเข้าแทรกแซงได้เอง เช่น ขณะรถกำลังกระโดด (Jump) ซึ่งระบบจะปิดการทำงานโดยอัตโนมัติชั่วคราว อีกทั้งหากผู้ขับขี่ต้องการใช้สมรรถนะของเครื่องยนต์เต็มรูปแบบในบางช่วงของเส้นทาง ก็สามารถปิดการทำงานของระบบได้ง่าย ๆ ด้วยการบีบก้านคลัตช์เบา ๆ และหลังจากนั้นไม่กี่วินาที ระบบจะกลับมาทำงานอีกครั้งโดยอัตโนมัติ
Ducati Traction Control มีระดับการทำงานให้เลือกทั้งหมด 4 ระดับ
- 2 ระดับแรก ออกแบบมาสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์และต้องการสมรรถนะสูง
- อีก 2 ระดับ เน้นการเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์น้อยกว่า
ในแต่ละกลุ่ม ระดับการแทรกแซงที่ต่ำกว่าจะเหมาะกับพื้นผิวแห้งและไหลลื่น เช่น สนามที่มีการกำหนดเส้นทางไว้ชัดเจนหรือช่วงพิเศษที่เป็นพื้นดินแน่น ส่วนระดับการแทรกแซงที่สูงกว่าจะถูกปรับจูนมาเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่บนเส้นทางที่ขรุขระ เปียก หรือมีความลื่นสูง
ชุดระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มาพร้อมกับ Racing Kit ยังประกอบด้วย
- Launch Control ระบบช่วยออกตัว
- Engine Brake Control (EBC) ระบบควบคุมแรงหน่วงจากเครื่องยนต์
ทั้งสองระบบสามารถปรับระดับการทำงานได้หลายระดับ เช่นเดียวกับ DTC และสามารถผูกการตั้งค่าเข้ากับ Riding Mode ได้ 2 รูปแบบ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่หรือสภาพสนามผ่านแอปพลิเคชัน X-Link ที่เชื่อมต่อกับตัวรถผ่านโมดูล Wi-Fi
นอกจากนี้ ชุดเกียร์ของ Desmo450 EDS ยังติดตั้งระบบ Quickshifter มาให้ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหลโดยไม่จำเป็นต้องกำคลัตช์ เพิ่มทั้งความสะดวกและประสิทธิภาพในการขับขี่บนเส้นทาง Enduro ที่ต้องเปลี่ยนจังหวะการขับขี่อยู่ตลอดเวลา

ระบบบำรุงรักษาแบบปรับตามการใช้งาน (Adaptive Maintenance)
การบำรุงรักษาของ Desmo450 EDS แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ “MID Service” และ “FULL Service”
- MID Service ครอบคลุมการเปลี่ยนลูกสูบและการตรวจเช็กระยะห่างวาล์ว (Valve Clearance) โดยรอบการเข้ารับบริการสามารถอยู่ในช่วง 90–120 ชั่วโมงการใช้งาน ขึ้นอยู่กับระดับการสึกหรอของเครื่องยนต์จริง
- FULL Service ซึ่งเป็นการโอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์ทั้งระบบ จะมีรอบการเข้ารับบริการประมาณ 180–240 ชั่วโมงการใช้งาน โดยระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและระดับการสึกหรอที่ตรวจพบเช่นกัน
Desmo450 EDS มาพร้อมอัลกอริทึมเฉพาะที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับรถรุ่นนี้ ซึ่งทำหน้าที่คำนวณ ดัชนีความเครียดของเครื่องยนต์ (Engine Stress Index) แบบเรียลไทม์ โดยอาศัยข้อมูลจากพารามิเตอร์การทำงานต่าง ๆ ของเครื่องยนต์และลักษณะการใช้งานจริง ระบบดังกล่าวยังคำนึงถึง ประเภทของพื้นผิวที่ใช้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางวิบาก พื้นดินแข็ง หรือพื้นที่ที่มีความท้าทายแตกต่างกัน พร้อมทั้งคำนวณและอัปเดต ค่าร้อยละการสึกหรอของเครื่องยนต์ (Engine Wear Percentage) อย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลเหล่านี้ ระบบจะทำการปรับตารางการบำรุงรักษาให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบได้ผ่านแอปพลิเคชัน Ducati X-Link ด้วยแนวทางนี้ รอบการตรวจเช็กและบำรุงรักษาจะไม่ได้ยึดติดกับกำหนดเวลาคงที่แบบเดิมอีกต่อไป แต่จะถูกปรับให้สอดคล้องกับลักษณะการขับขี่ของแต่ละบุคคล เช่น
- ผู้ขับขี่ระดับมืออาชีพหรือผู้ที่ใช้งานหนัก จะได้รับคำแนะนำให้เข้ารับบริการบ่อยขึ้น
- ขณะที่ผู้ขับขี่ทั่วไปหรือใช้งานไม่หนัก จะสามารถเว้นระยะการบำรุงรักษาออกไปได้
จึงถือเป็นระบบ Adaptive Maintenance ที่ปรับแผนการดูแลรักษารถให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงของแต่ละคน แทนการใช้ตารางบำรุงรักษาแบบตายตัวตามระยะเวลาเพียงอย่างเดียว

อุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories)
ด้วยแค็ตตาล็อก Ducati Performance ผู้ใช้สามารถเพิ่มสมรรถนะและปรับแต่ง Ducati Desmo450 EDS ให้ตอบโจทย์การขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น โดยมีอุปกรณ์พิเศษให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนเกรด Factory ที่ผลิตด้วยการกลึงขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมแท่งตัน (Machined from Solid) เช่น
- ดุมล้อ (Wheel Hubs)
- แผงคอหรือชุดแคลมป์โช้ก (Triple Clamps)
นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกระบบไอเสียสมรรถนะสูง ทั้ง ชุดท่อไอเสียแบบเต็มระบบ (Full Exhaust System) หรือ ปลายท่อไทเทเนียมแบบ Slip-on จาก Akrapovič รวมถึง คาลิเปอร์เบรก Brembo Racing สำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดประสิทธิภาพในการขับขี่ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น Ducati ระบุว่ารายการอุปกรณ์ตกแต่งที่มีให้เลือกจะทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
คอลเลกชันอุปกรณ์แต่งกาย
เพื่อเติมเต็มภาพลักษณ์แบบ Factory Team แค็ตตาล็อก Ducati Performance ยังมีชุดอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายทางเทคนิคที่พัฒนาร่วมกับ Drudi Performance ประกอบด้วย
- ชุดแข่ง (เสื้อ / กางเกง / ถุงมือ / รองเท้าบู๊ต) จาก Alpinestars
- หมวกกันน็อกจาก Arai
- เสื้อกั๊กกันลม (Wind Vest)
- เสื้อแจ็กเก็ตแบบ Softshell
- เสื้อกันฝนจาก Spidi
อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว Ducati เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
