Home  »  New Bikes   »   Kawasaki Ninja 7 / Z7 บิ๊กไบค์ไฮบริด อัพเดทฟีเจอร์ใหม่ปี 2026

Kawasaki Ninja 7 / Z7 บิ๊กไบค์ไฮบริด อัพเดทฟีเจอร์ใหม่ปี 2026

2026 Kawasaki Ninja 7 / Z7

ขณะที่ยังไม่มีวี่แววเลยสักนิดว่าจะมีโอกาสถูกนำมาขายไทยหรือไม่ แต่ Kawasaki EU และ Kawasaki USA ก็ได้มีการเปิดตัวสองรถมอเตอร์ไซค์ไฮบริดโมเดลแรกของโลกเวอร์ชันปี 2026 ออกมาแล้ว

 

โดยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะไม่ได้อยู่ที่หน้าตาตัวรถ แต่เป็นการอัพเดทลูกเล่นใหม่ๆเข้าไปเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเริ่มกันด้วยการปรับความเร็วสูงสุดที่ผู้ใช้สามารถปรับโหมดการทำงานของขุมกำลังจากแบบไฮบริดเป็นพลังงานไฟฟ้าล้วนให้สูงขึ้น จากเดิมที่เคยจำกัดไว้ว่าต้องไม่เกิน 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง คราวนี้ก็จะขยับขึ้นเป็น 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง

 

ซึ่งนั่นจะช่วยให้ผู้ขี่มีความอิสระในการปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานของขุมกำลังได้กว้างขึ้น ไม่จำเป็นต้องชะลอรถอย่างรุนแรงเพื่อเปลี่ยนโหมดพลังงานมากนักเหมือนเมื่อก่อน ทำให้การขี่รถเข้าพื้นที่ซึ่งอาจจะมีความเข้มงวดเรื่องการใช้เสียง หรือพื้นที่ปลอดมลพิษได้สะดวกกว่าเดิม

2026 Kawasaki Ninja 7

นอกจากนี้ ทาง Kawasaki ยังมีการปรับปรุงระบบซอฟท์แวร์ควบคุมการจัดการระบบถ่ายกำลังใหม่เพื่อให้การเปลี่ยนโหมดขุมกำลังระหว่างโหมดไฮบริดเป็นโหมดพลังงานไฟฟ้าล้วนมีความเรียบเนียนยิ่งขึ้น ตามคำเรียกร้องของลูกค้าที่ใช้รถเวอร์ชันก่อนหน้านี้อีกด้วย

 

เช่นเดียวกัน ทางค่ายยังได้มีการปลดล็อคเงื่อนไขการใช้งานเดิมของตัวรถโฉมก่อนหน้าบางจุด นั่นคือจากเดิมที่ผู้ใช้จะต้องคุมอัตราเร่งของรถด้วยโหมดเกียร์ธรรมดาเท่านั้นในการใช้งานรถด้วยโหมดการขับขี่แบบ Sport

 

คราวนี้ผู้ใช้จะสามารถใช้งานโหมดการขับขี่ดังกล่าวพร้อมกับการทำงานของระบบเกียร์แบบอัตโนมัติได้แล้ว ซึ่งนั่นจะช่วยให้ผู้ขี่สามารถสนุกสนานไปพร้อมกับความสะดวกสบายกับตัวรถได้ในเวลาเดียวกันสักที แม้ว่าเดิมทีระบบเกียร์ของตัวรถทั้งสองรุ่นนี้จะเป็นระบบเกียร์แบบกึ่งอัตโนมัติที่ผู้ขี่ไม่ต้องกำคลัทช์ และใช้การสั่งขึ้น-ลงเกียร์ด้วยปุ่มบนประกับแฮนด์ซ้ายเท่านั้นก็ตาม

2026 Kawasaki Z7

นอกนั้นในด้านรายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆของตัวรถดูเหมือนจะไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนใดๆทั้งสิ้น ทั้งชุดเฟรมโครงท่อเหล็กถัก ระบบกันสะเทือนโช้คหน้าตะเกียบคู่หัวตั้ง ขนาดแกน 41 มิลลิเมตร ช่วงยุบ 120 มิลลิเมตร โช้คหลังต้นเดี่ยวช่วงยุบ 114 มิลลิเมตร พร้อมระบบกระเดื่องทดแรงและสวิงอาร์มเหล็กกล่องแขนคู่

 

ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกคู่ขนาด 300 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์เบรกโฟลทติ้งเมาท์ 2 พอท ด้านหลังจานเดี่ยว 220 มิลลิเมตร ทำงานร่วมคาลิปเปอร์เบรกโฟลทติ้งเมาท์ 2 พอท เช่นกัน และยังใช้ล้ออัลลอยด์ 5 ก้านตรง ที่รัดด้วยยางขนาด  120/70-17 กับ 160/60-17 ตามลำดับหน้า-หลัง พร้อมถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร กับน้ำหนักตัว 225-227 กิโลกรัมดังเดิม

 

และขุมกำลังก็ยังคงเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง DOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 451cc ที่ยกมาจาก Kawasaki Ninja 500 / Z500 แต่จะถูกนำมาจับคู่ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งให้กำลังรวมกันสูงสุดที่ 69 แรงม้า PS ที่ 10,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 60.4 นิวตันเมตร ที่ 2,800 รอบ/นาที พร้อมเคลมอัตราสิ้นเปลืองดีสสุดที่ 27 กิโลเมตร/ลิตร เมื่อขับขี่ใช้งานด้วยโหมด ECO

Source Cr.: Motorcycle.com

อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish