BMW เริ่มทดสอบ “S1000RR/M1000RR Next Gen”

จากตัวรถคอนเซปท์ที่มีหน้าตาหวือหวาและแปลกตาสุดๆเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ล่าสุดกลับมีคนพบเห็นว่าทาง BMW ได้เริ่มนำรถ BMW S1000RR/M1000RR โมเดล Next Gen ที่ยังเป็น “ร่างโปรโตรไทป์” มาวิ่งทดสอบจริงกันแล้ว โดยเป็นการเก็บข้อมูลแบบการวิ่งในสนามแข่งขันให้เหล่าลูกค้าได้เห็นกันจ่ะๆไปเลย
สิ่งที่น่าสนใจคือ อาจจะด้วยความที่เดิมทีตัวรถร่างคอนเซปท์ ก็ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่แล้ว แค่อาจจะถูกประดับประดาด้วยของแต่งระบบเวิลด์ซุปเปอร์ไบค์มากไปเสียหน่อย พอเราได้มาเห็นตัวรถร่างทดสอบที่เป็นตัวขายจริง มันจึงมีหน้าตาที่ใกล้เคียงกับรถร่างต้นแบบอยู่หลายจุดด้วยกัน
เริ่มจากเส้นสายองค์รวมของชุดแฟริ่งหน้าและแฟริ่งข้าง กรอบแรมแอร์ขนาดใหญ่ และกรอบไฟหน้าแบบใหม่ที่ดูดุดันกว่าเดิม ที่ถูกปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเพื่อให้ดูเหมาะสมสำหรับการใช้งานจริงมากขึ้น ก็คือการเปลี่ยนชิลด์หน้าให้เป็นแบบมีปีกข้างขนาดใหญ่เหมือนกับ S1000RR รุ่นปัจจุบัน และเปลี่ยนวิงเล็ทด้านข้างให้เป็นแบบ 2 ชั้น ขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมแรงกดขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงได้มากขึ้นไปอีกขั้น

นอกนั้นตัวซับเฟรมหลังก็มีการปรับดีไซน์ท่ออลูมิเนียมใหม่ และปรับท้ายรถให้ดูเพรียวบางลงแถมยังกลมกลืนกับทรวดทรงของซับเฟรมมากขึ้น โดยที่ชุดเมนเฟรมกลับยังคงมีหน้าตาคล้ายเดิม แต่อาจจะต้องรอดูรายละเอียดเชิงลึกกันอีกทีว่ามีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดภายในมากน้อยแค่ไหน
ในส่วนช่วงล่างด้านหน้า ยังใช้โช้คตะเกียบคู่หัวกลับหน้าตาเกือบคล้ายเดิม แต่คาดว่าจะมีการปรับเซ็ทอัพภายในใหม่เช่นกัน และเนื่องจากตัวรถที่ถูกนำมาทดสอบมีการโยงสายไฟไว้ที่หัวโช้คด้านซ้าย จึงหมายความว่ารถคันนี้น่าจะเป็นร่างทดสอบของ S1000RR ไม่ใช่ M1000RR เพราะมีระบบ Dynamic ESA มาให้
ส่วนช่วงล่างด้านหลัง จุดเปลี่ยนสำคัญคือสวิงอาร์มขนาดใหญ่ ซึ่งก็จะถูกออกแบบมาเพื่อเสริมขีดความสามารถในการเข้าโค้งเช่นกัน แม้ว่าชุดล้อหน้า-หลัง จะยังคงมีลวดลายเดิม เพิ่มเติมคือปั๊มเบรกหน้าใหม่ ที่ดูเหมือนจะหันไปใช้ปั๊ม Brembo Hypure แทนที่จะเป็นปั๊มเบรกของ Nissin

จุดเปลี่ยนสุดท้ายที่สามารถสังเกตได้ ก็คือตัวรถจะมาพร้อมกับหน้าจอมาตรวัด Full Digital TFT แบบใหม่ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และยังมีการเปลี่ยนหน้าตาประกับสวิทช์ซ้าย-ขวาใหม่อีกเพื่อให้สอดรับกับลูกเล่นต่างๆของตัวรถที่คาดว่าจะจัดมาให้เต็มๆเน้นๆดังเดิม
ด้านรายละเอียดข้อมูลทางเทคนิคของตัวรถเอง ก็มีหลุดมาบ้างหน่อยๆแล้วเช่นกันว่าคราวนี้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,000cc ของตัวรถ จะสามารถทำแรงม้าสูงสุดได้ 215 PS ซึ่งเยอะกว่าเดิม 5 PS และยังมีน้ำหนักตัวเบาลง 1 กิโลกรัม เหลือ 198 กิโลกรัม แม้เติมน้ำมัน 90% ของความจุในถังเข้าไปแล้ว
โดยกำหนดการวางขายจริงของตัวรถ คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2027 ซึ่งหมายความว่าช่วงเวลาเปิดตัวร่างขายจริงจะต้องเกิดขึ้นภายในช่วงไม่เกินสิ้นปีนี้ และในระหว่างนี้เราคงมีข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับตัวรถออกมาให้ได้อัพเดทกันอีกเพียบแน่นอน รอชมกันได้เลย
Source Cr.: motorradonline.de
อ่านข่าว News Talk เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว BMW เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
