“ชาวมุสลิมทำประกันไม่ได้” จริงหรือ ?

ประกันรูปแบบ คือสิ่งที่หากเป็นไปได้ เราก็ควรจะต้องมีติดตัวไว้เพื่อเป็นหลักประกัน ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เราจะมีเงินมาดำเนินการใช้จ่ายค่าเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น ยกเว้นชาวมุสลิม ที่อาจไม่สะดวกใจนักหากต้องทำประกัน
เพราะหากอิงตามหลักชะรีอะฮ์ (Shariah) ชองศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นหลักกฎหมายและแนวทางดำเนินชีวิตของชาวมุสลิมที่มาจากบัญญัติของพระเจ้า (อัลลอฮ์) ซึ่งมุ่งเน้นความยุติธรรม แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน และห้ามเรื่องดอกเบี้ย (ริบา) ทำให้เงื่อนไขและการประกอบธุรกิจของบริษัทประกันบางส่วนผิดหลักศาสนานี้

ประการแรก เกิดจากการที่รูปแบบการทำสัญญาของประกันส่วนใหญ่ จะไม่ได้มีการนำเบี้ยประกันของผู้ทำสัญญาไปเก็บไว้กันตนเฉยๆเท่านั้น แต่ทางบริษัทยังจะนำเงินในส่วนนั้นไปลงทุนในระบบตราสารหนี้ ซึ่งจะมีการให้ผลตอบแทนเป็น “ดอกเบี้ย”กลับมา
ซึ่งตามหลักชะรีอะห์มองว่าสิ่งนี้ เป็นทรัพย์สินที่ผู้กู้ได้มาโดยผู้ให้กู้ไม่ต้องรับความเสี่ยงใดๆ และทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมระหว่างผู้ให้กู้ (คนรวย) ซึ่งไม่ต้องทำอะไร แต่ผู้กู้ (คนจน) กลับต้องเสี่ยงนำทรัพย์ไปหมุนแล้วยังต้องให้เพิ่มจากที่กู้ยืมไป
นอกจากนี้ในการลงทุนของตัวบริษัทประกัน อาจนำเม็ดเงินเบี้ยประกันที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจบริษัทสุรา หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเลี้ยงหมู ไม่ก็บริษัทด้านสื่อบันเทิง เป็นต้น ซึ่งขัดต่อหลักของศาสนาอิสลาม
ประการต่อมา คือตัวสัญญาในการมอบผลประโยชน์ของระบบประกัน มีความไม่แน่นอนสูง เพราะจะมอบก็ต่อเมื่อเกิดการสูญเสียเพียงเท่านั้น และแน่นอนว่าคนเราก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกันว่าเหตุการณ์สูญเสียจะเกิดขึ้นเมื่อใด
แถมยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าผู้ได้รับผลประโยชน์จะไปตกอยู่กับผู้ใด ระหว่างตัวบริษัทประกัน หรือผู้ทำประกัน ทำให้หลักชะรีอะห์มองว่านี่คือการพนันรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนานั่นเอง

ทั้งนี้ ใช่ว่าผู้นับถือศาสนาอิสลาม จะไม่สามารถทำประกันได้เลย เพราะในช่วงหลายปีมานี้ บางบริษัทก็มีการออกเงื่อนไขในสัญญาประกันที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะห์นี้อยู่ นั่นคือประกันแบบ “ตะกาฟุล”
เพราะประกันลักษณะนี้ จะมีการเปลี่ยนแนวคิดการนำเงินเบี้ยประกันที่ได้จากผู้ทำประกัน ไปประกอบกิจการ หรือลงทุนในระบบตราสารหนี้ ไปเป็นการรวบรวมเงินไว้ในระบบกองกลางในลักษณะของการบริจาค และจะมีการมอบเงินให้กับผู้ทำประกันในแบบของเงินช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสียในอนาคต
และหากผู้ประกอบการ จะนำเงินเบี้ยประกันไปลงทุน ก็ต้องลงทุนในธุรกิจฮาลาล หรือธุรกิจที่ถูกต้องตามหลักศาสนา และนำผลกำไรมาแบ่งปันต่อผู้ทำประกันตามสัญญาที่ตกลงไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งถือว่าเป็นการมอบสินทรัพย์ที่ยุติธรรมกันต่อทั้งบริษัทประกันและผู้ทำประกัน
ดังนั้น หากถามว่าชาวมุสลิมสามารถทำประกันรูปแบบต่างๆ ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุ ที่ควรมีสำหรับการใช้งานยานพาหนะเผื่อในกรณีที่คุณอาจพลาดไปทำทรัพสินย์หรือชีวิตของใครสูญเสียขึ้นมา จะได้ยังมีหลักประกันไว้ชดใช้คู่กรณี หรือในนกรณีที่คุณเป็นฝ่ายถูก ก็ยังมีคนช่วยดำเนินเรื่องให้
คุณก็สามารถหาบริษัทประกันที่มีเงื่อนไขสัญญาประกัน และการนำเบี้ยประกันของคุณไปทำธุรกิจที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะห์ได้นั่นเอง
Source Cr.: ลงทุนแมน, Bennetts Insurance
อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว Honda เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
