Super-ONE vs CBR1000RR-R SP มีเงินในบัญชีเขียว “1 ล้านบาท” เลือกคันไหนดี!!?

เร็วๆนี้ทาง Honda Automobile หรือ ฮอนด้ารถยนต์ กำลังเตรียมแผนที่จะเปิดตัว Honda Super-ONE รถยนต์ฮ็อทแฮชท์ไฟฟ้านำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคันโมเดลใหม่ที่หลายคนอาจกำลังให้ความสนใจ โดยทั้งหมดนั้นยังมีการคาดการณ์ไว้คร่าวๆว่าราคาขายจริงของมันอาจอยู่ในเรทไม่เกิน 1,000,000 บาท อีก
ดังนั้น ด้วยความเป็นรถซิ่งที่คุณภรรยาอาจไม่ค่อยขัดอะไรเพราะเจ้าตัวสามารถนั่งติดไปด้วยกันได้ทุกวัน จึงทำให้พ่อบ้านที่อยากได้รถซุปเปอร์ไบค์ในฝันอย่าง Honda CBR1000RR-R SP ซึ่งใช้งบประมาณเงินสดในการซื้อไม่หนีกันมากนัก อาจเริ่มลังเลใจ ซึ่งในวันนี้เราลองมาดูกันว่าทางเลือกไหนจะเหมาะกับคุณมากกว่ากันแน่ ?

Honda Super-ONE คือรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ N-ONE e: หรือรถยนต์เคคาร์ขุมกำลังพลังงานไฟฟ้า 100% ที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น โดยในตอนแรก ทางแบรนด์เลือกโชว์ตัวเจ้า Super-ONE ในฐานะรถต้นแบบก่อนที่จะมีการเปิด N-ONE e: ด้วยชื่อ Super EV Concept
และด้วยความที่รถคันต้นแบบดันได้กระแสตอบรับจากเหล่าแฟนๆของ Honda ที่ดีมากๆ เพราะมันคือรถเคคาร์ขนาดเล็ก แต่ดันมีโป่งหน้า-หลังขนาดใหญ่สไตล์รถซิ่ง จึงทำให้หลังจากที่ทางค่ายเลือกขาย Honda N-ONE e: ที่เป็นร่างธรรมดาโป่งแคบไปแล้ว พวกเขาก็เลือกที่จะทำรถที่มีร่างคล้ายกับตัวต้นแบบอย่าง Super-ONE ออกมาด้วย และมันก็ได้กระแสตอบรับจากชาวญี่ปุ่นไปค่อนข้างดีเลยทีเดียว
เพราะนอกจากโป่งข้างขนาดใหญ่ กันชนหน้ายังถูกปรับดีไซน์ใหม่ ให้มีความดุดันยิ่งขึ้น พร้อมใส่ล้ออัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว และติดตั้งสปอยเลอร์หลังเข้าไป ส่วนภายในก็ยังออฟชันเด่นทั้ง เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Prime Smooth ทั้ง 5 ตำแหน่ง เพิ่มลูกเล่นระบบลำโพง BOSE และมีระบบเกียร์ e-Shifter พร้อมระบบจำลองการทำงานของระบบเกียร์เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการใช้งานมาให้อีก โดยที่ระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Honda Sensing ก็ถูกใส่มาให้ครบครัน
หัวใจสำคัญที่ทำให้รถแตกต่างจากร่างต้น ก็คือมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนชุดล้อคู่หน้า ซึ่งแม้ว่าจะมีกำลังสูงสุด 64 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 162 นิวตันเมตร เท่าเดิม แต่ทางค่ายได้มีการเสริมลูกเล่น Boost Mode เข้ามา ช่วยให้มันสามารถเค้นกำลังได้มากขึ้นเป็น 95 แรงม้า ขณะที่แบตเตอรี่ก็มีขนาด 29.6 kWh ซึ่งรองรับระยะทางในการใช้งานสูงสุด 274 กิโลเมตร/ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTC ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง หรือข้ามจังหวัดใกล้ๆเท่านั้น

ส่วน Honda CBR1000RR-R SP ก็ถือเป็นซุปเปอร์ไบค์เรือธงโมเดลปัจจุบันของค่ายปีกนก ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีมากมาย ทั้งงานออกแบบแฟริ่งรอบคันที่ถูกออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์เต็มขั้น ทั้งแฟริ่งหน้าพร้อมปากท่อแรมแอร์ขนาดใหญ่ แฟริ่งข้างที่โค้งมน และยังมีวิงเล็ทแบบใหม่ เน้นการเสริมแรงกดด้านหน้าในความเร็วสูง แต่มีแรงต้านอากาศต่ำ และยังมีช่วงแฟริ่งท้ายที่เรียวแหลมเพื่อลดลมหมุนทางด้านหลัง
ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆก็ให้มาจัดเต็ม ทั้ง หน้าจอมาตรวัดฟูลดิจิตอล TFT ขนาด 5 นิ้ง พร้อมความสามารถในการแสดงผลข้อมูลการขี่แบบล้นๆทั้งสำหรับการใช้งานบนถนน และการใช้งานในสนามแข่งขัน ระบบเซนเซอร์วัดแรงเฉื่อย 6 ทิศทาง ระบบป้องกันล้อหน้าลอย ระบบป้องกันล้อหลังลอย ระบบควบคุมการยึดเกาะ ระบบรักษาเสถียรภาพ ระบบ กันสะบัดไฟฟ้า และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำงานแปรผันตามองศาการเอียง และการใช้คันเร่งกับเบรก ทั้งหมด
ด้านวิศวกรรมเชิงกลไก ก็ยังมีทั้ง ชุดเฟรมอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปที่ถูกออกแบบใหม่ ให้รถสามารถพลิกเลี้ยวได้คล่องตัวยิ่งขึ้น แม้แต่ระบบช่วงล่างหน้า-หลังที่เป็นของ Ohlins ออกโรงงาน ก็ถูกใส่ระบบปรับค่าด้วยไฟฟ้า และแปรผันตามโหมดการขับขี่ หรือสภาพการใช้งาน ส่วนระบบเบรกก็ให้ของ Brembo มายกเซ็ท โดยเฉพาะด้านหน้าที่เลือกใช้ปั๊ม Brembo Stylema R ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษเจาะรูระบายความร้อนที่ลูกสูบมาให้ตั้งแต่ออกโรงงาน ไม่เหมือนกับปั๊ม Stylema รุ่นธรรมดาที่แบรนด์อื่นใช้กัน และยังได้ท่อไอเสีย Akrapovic ไทเทเนียมยกเส้นออกมาจากโรงงาน พร้อมระบบวาล์วคุมแรงดันไฟฟ้ามาให้อีก
และเช่นเดียวกัน ในด้านขุมกำลังของตัวรถ ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะแม้จะไม่ใช่ขุมกำลังไฟฟ้าที่อยู่ในกระแสรักษ์โลก แต่ก็เป็นเครื่องยนต์สันดาปภาย 1,000cc ลูกโต ชักสั้น รอบจัด เรดไลน์แตะหลัก 15,000 รอบ/นาที ที่ให้กำลังมากที่สุดในบรรดารถซุปเปอร์ไบค์ 4 สูบเรียง หายใจด้วยตนเอง กับตัวเลข 217.5 PS ที่ 14,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 12,000 รอบ/นาที ทั้งที่มีน้ำหนักตัวเพียง 201 กิโลกรัม ก่อนส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมระบบควิกชิฟท์เตอร์ 2 ทางขึ้นลง และระบบสลิปเปอร์คลัทช์

แน่นอนว่าหากมองในภาพใหญ่อีกครั้ง แม้ราคาที่ต้องจ่ายอาจใกล้เคียงกันในเรท 1 ล้านบาท บวกลบนิดหน่อย แต่โจทย์การใช้งานของรถทั้ง 2 คัน ก็ถือว่าต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะในฝั่ง Honda Super-ONE ก็คือรถซิตี้คาร์ขนาดเล็ก (ถึงเล็กมากๆ) ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันสำหรับคนที่มีครอบครัวสุขสันต์ หรือเป็นคนโสดที่อยากไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนในช่วงหลังเลิกงาน โดยที่รถยังสามารถสนุกสนานไปกับลูกเล่นต่างๆที่ติดรถมาโดยเฉพาะระบบจำลองเกียร์ไฟฟ้า กับ Boost Mode ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องฟ้าฝนหรือแดดร้อนใดๆ แถมยังประหยัดค่าพลังงานในการเดินทางต่อวันเพราะเป็นยานพาหนะขุมกำลังไฟฟ้า 100% อีก
ส่วน Honda CBR1000RR-R SP ก็คือรถมอเตอร์ไซค์ที่ให้อารมณ์สนามเซอร์กิตอย่างเต็มที่ ซึ่งหากคุณไม่ใช่คนที่มีใครให้ไปด้วยกันบ่อยๆ หรือถ้าติดสังคมหน่อยก็ยังเลือกไปกับเพื่อนร่วมก๊วนด้วยกันคนละคันมากกว่า แถมคุณยังเป็นมนุษย์ผู้ซึ่งหลงไหลในสมรรถนะขั้นสุดของโลกวิศวกรรมยานยนต์สองล้อจาก Honda เจ้าซุปเปอร์ไบค์ราคาล้านกว่าคันนี้ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับคุณมากกว่าในทันทีนั่นเอง
Source Cr.: Honda Japan, Honda EU
อ่านข่าว News Talk เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว Honda เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
