5 สกู๊ตเตอร์ “จิบน้ำมันน้อยที่สุด” ในปี 2026

ท่ามกลางกระแสความต้องการในตลาด ณ เวลาปัจจุบัน ที่รถสกู๊ตเตอร์คือตัวเลือกอันดับต้นๆของคนที่กำลังต้องการรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือมันจะต้องมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาพบกับ 5 อันดับรถสกู๊ตเตอร์ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดในตลาด ณ เวลานี้ กัน
*หมายเหตุ ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่นำมาใช้ในบทความนี้ จะอ้างอิงจากตัวเลขบนเอกสาร Eco Scooter ของรถมอเตอร์ไซค์ที่มีการยื่นเอกสารพร้อมระบุข้อมูลการผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) เป็นต้นมา และยังขายต่อมาจนถึงปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) นี้เท่านั้น

อันดับ 5. Honda Lead 125 : อัตราสิ้นเปลือง 50.0 กิโลเมตร/ลิตร
หนึ่งในรถสกู๊ตเตอร์ตัวขายดีของแบรนด์ Honda ที่พึ่งได้รับการปรับโฉมไปหมาดๆเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กับชุดแฟริ่งหน้าใหม่ ที่เน้นเพิ่มความปราดเปรียว และโฉบเฉี่ยวกว่าเดิมโดยในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งจุดเด่นเรื่องสมรรถนะที่เน้นความคล่องตัว พร้อมพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ และยังให้ชุดมือจับกันตกด้านท้ายรองรับการใช้งานแบกหามบนพื้นฐานรถเล็ก ขณะที่ความปลอดภัยยังถูกยกระดับด้วยการใส่ระบบ ABS มาให้สักทีอีกด้วย
โดยทั้งหมดนี้ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยี eSP+ ที่สามารถเค้นกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ความจุต่ำได้อีก ทำให้มันสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างคุ้มค่าหลัก 50 กิโลเมตร/ลิตร กับราคาวางจำหน่ายปัจจุบัน เริ่มต้นที่ 62,000 บาท

อันดับ 4: Honda Giorno+ : อัตราสิ้นเปลือง 52.6 กิโลเมตร/ลิตร
อาจจะด้วยการใช้ชุดล้อที่มีขนาดวงล้อใหญ่กว่า อัตราทดเฟืองท้ายที่ช่วยประหยัดรอบได้ดีกว่า ทำให้ Giorno+ มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่า Lead 125 แม้มันจะใช้เครื่องยนต์ลูกเดียวกันก็ตาม
เมื่อประกอบกับการที่ตัวรถมีหน้าตาร่วมสมัย ถูกใจคนหมู่มาก ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย หรือแม้แต่สายซิ่ง กับราคาเริ่มต้นเพียง 63,700 บาท ทำให้รถรุ่นนี้เป็นที่ต้องการสูงมากในตลาดระยะเวลา 2 ปีกว่าๆที่ผ่านมา จนในปี 2025 มันสามารถทำยอดขายรวมทั้งปีได้มากกว่า Honda Wave 125 ไปแล้ว และนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยในปัจจุบัน

อันดับ 3 : Yamaha Fazzio : อัตราสิ้นเปลือง 55.6 กิโลเมตร/ลิตร
รถสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กอีกหนึ่งโมเดลที่มาพร้อมกับงานดีไซน์สุดชิค จากไอเดียของการนำรูปทรงแคปซูล กับเส้นสายแบบนูนโค้งให้เห็นเป็นสัดส่วนชัดเจนมาใช้ตามมุมต่างๆของตัวรถ ไม่ว่าจะชิ้นแฟริ่งรอบคัน ยันไฟหน้า ไฟท้าย และหน้าจอมาตรวัด
นอกจากนี้ตัวรถยังมีลูกเล่นเสริมอรรถประโยชน์ในการใช้งานมากมาย ทั้ง พอร์จชาร์จไฟ USB-A ระบบกุญแจคีย์เลส ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร ที่แขวนของแบบคู่ทั้งที่คอนโซลหน้า และใต้เบาะนั่งด้านหน้า และยังมีพื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมทางด้านข้าง กับหน้าจอที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้
เมื่อรวมกับเครื่องยนต์ BlueCore Hybrid สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 125cc ที่ให้กำลังในช่วงออกตัวดี และยังประหยัดน้ำมัน กับราคาวางจำหน่ายเริ่มต้น 52,900 บาท จึงทำให้นี่คืออีกหนึ่งตัวขายของค่ายส้อมเสียงที่ได้กระแสตอบรับค่อนข้างดีจากชาวไทยเช่นกัน

อันดับ 2 : Honda Scoopy : อัตราสิ้นเปลือง 58.8 กิโลเมตร/ลิตร
Honda Scoopy คือหนึ่งในตระกูลรถสกู๊ตเตอร์ที่มีการทำตลาดยาวนานที่สุดในประเทศไทย ณ เวลาปัจจุบัน โดยมีจุดเด่นคือการใช้งานออกแบบร่วมสมัยและเส้นสายที่โค้งมนจนทำให้ใครหลายคนชื่นชอบในหน้าตาอันแสนน่ารัก และยังมักมากับเฉดสีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะในโทนสีหรูหรา หรือฉูดฉาด ไม่ก็น่ารักถูกใจวัยรุ่น
และด้วยโจทย์ของตัวรถที่ต้องถูกออกแบบให้ผู้ขี่สามารถใช้งานรถรุ่นนี้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเพื่อการจ่ายตลาดในย่านใกล้ๆบ้าน หรือการเดินทางไปทำงาน ยันสถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัย
ทำให้ขุมกำลังสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศสุดเรียบง่าย ที่มีขนาดความจุเพียง 109.51cc ของมันถูกออกแบบให้มีพละกำลังแค่เพียงพอต่อการใช้งานแบบชิลๆสบายๆเท่านั้น จนมีอัตราสิ้นเปลืองต่ำเพียง 58.8 กิโลเมตร/ลิตร กับราคาเริ่มต้นเพียง 50,600 บาท

อันดับ 1 : Yamaha Grand Filano : อัตราสิ้นเปลือง 62.5 กิโลเมตร/ลิตร
เช่นเดียวกับ Yamaha Fazzio ที่ใช้เครื่องยนต์ BlueCore ขนาด 125cc สูบเดียว SOHC 2 วาล์ว ซึ่งให้กำลังในย่านความเร็วต่ำค่อนข้างดี แถมนอกจากงานออกแบบที่เน้นเส้นสายหรูหรา สวยงาม ก็ดูเหมือนว่า Grand Filano ที่รูปทรงตัวรถที่ดูลู่ลมกว่า ลดแรงต้านอากาศได้ดีกว่า จนทำให้ขุมกำลังของตัวรถรุ่นนี้สามารถทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองได้ดีถึง 62.5 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าแตกต่างจาก Fazzio ขึ้นมาอีกพอสมควรด้วย
นอกจากนี้ตัวรถยังมีลูกเล่นทั้ง ระบบไฟส่องสว่างรอบคัน Full LED หน้าจอมาตรวัด Full Digital LCD พร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านสัญญาณบลูทูธ ระบบกุญแจคีย์เลส ช่องเก็บของใต้เบาะ 27 ลิตร และถังน้ำมันแบบมีช่องเติมที่คอนโซลหน้า กับราคาเริ่มต้น 64,700 บาท ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะทำให้รถรุ่นนี้คือรถสกู๊ตเตอร์ที่ขายดีที่สุดของ Yamaha ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ เราจะเห็นได้ว่ารถสกู๊ตเตอร์ติดอันดับ Top 5 นั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นรถมอเตอร์ไซค์ในพิกัด 110-125cc ทั้งสิ้น ซึ่งหลายคนอาจมองว่ารถสกู๊ตเตอร์ในกลุ่มนี้มีพละกำลังน้อยไปหน่อยสำหรับการใช้งานของตน ที่บางครั้งต้องการเครื่องยนต์ที่มีอัตราเร่งดีติดมือมากขึ้น เพื่อรองรับจังหวะที่ต้องทำเวลา หรือต้องมีคนซ้อน ไม่ก็แบกสัมภาระหนัก
ดังนั้นการมองหารถมอเตอร์ไซค์ในพิกัดใหญ่ขึ้นมาอีกนิดเป็นช่วงไม่เกิน 160cc เพื่อหวังเรื่องอัตราเร่ง หรือขีดความสามารถของรถในยามที่ต้องแบกของสัมภาระหนักๆ ไม่ก็มีคนซ้อนที่สะดวกสบายกว่าเอง ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
เพราะเมื่อเราลองหาข้อมูลเพิ่มจริงๆ รถมอเตอร์ไซค์กลุ่มนี้ก็ยังมีอัตราสิ้นเปลืองที่ไม่ต่ำกว่า 45 กิโลเมตร/ลิตร แทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังไม่ได้ด้อยกว่ารถมอเตอร์ไซค์ในกลุ่ม Top 5 เหล่านี้
Source Cr.: motorcycle.go.th, thaihonda.co.th, yamaha-motor.co.th
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
