MOTOWISH | รีวิว Kawasaki Ninja ZX-6R 2019 #DNA จากสนามแข่ง สู่ความเร้าใจบนท้องถนน
Spec, สเปค, Bigbike, superbike, motorcycle, ข่าวบิ๊กไบค์ 2018, รถบิ๊กไบค์, ซุปเปอร์ไบค์, มอเตอร์ไซค์, จักรยานยนต์,, Quick Shifter, กี่ซีซี, น้ำหนักรถ, ยางติดรถ, Bridgestone, Battlax, Hypersport S22, โหมดการขับขี่, ปรับได้กี่ระดับ, วิธีปรับ, Low Power, Full Power, POWER, KTRC, KQS, KIBS, Perimeter คือ, For The Fearless, 600 cc, 636 cc, รีวิว, Review, คาวาซากิ, นินจา, Ninja, ทดสอบ, Test, Kawasaki, ZX-6R, All New, ZX6R, 2018, 2019, zx6 vs r6, zx6 vs, เปรียบเทียบ, แรงม้า, HP, ราคา, แรงบิด, ความเร็วสูงสุด, Top Speed, ตารางผ่อนดาวน์, price, โปรโมชั่น, promotion, ของแถม,
Spec, สเปค, Bigbike, superbike, motorcycle, ข่าวบิ๊กไบค์ 2018, รถบิ๊กไบค์, ซุปเปอร์ไบค์, มอเตอร์ไซค์, จักรยานยนต์, Quick Shifter, กี่ซีซี, น้ำหนักรถ, ยางติดรถ, Bridgestone, Battlax, Hypersport S22, โหมดการขับขี่, ปรับได้กี่ระดับ, วิธีปรับ, Low Power, Full Power, POWER, KTRC, KQS, KIBS, Perimeter คือ, For The Fearless, 600 cc, 636 cc, รีวิว, Review, คาวาซากิ, นินจา, Ninja, ทดสอบ, Test, Kawasaki, ZX-6R, All New, ZX6R, 2018, 2019, zx6 vs r6, zx6 vs, เปรียบเทียบ, แรงม้า, HP, ราคา, แรงบิด, ความเร็วสูงสุด, Top Speed, ตารางผ่อนดาวน์, price, โปรโมชั่น, promotion, ของแถม,
270418
post-template-default,single,single-post,postid-270418,single-format-standard,qode-core-1.1,ajax_fade,page_not_loaded,,brick-ver-2.1, vertical_menu_with_scroll,smooth_scroll,fade_push_text_right,grid_1200,wpb-js-composer js-comp-ver-5.4.5,vc_responsive
Home  »  Reviews   »   รีวิว Kawasaki Ninja ZX-6R 2019 #DNA จากสนามแข่ง สู่ความเร้าใจบนท้องถนน

รีวิว Kawasaki Ninja ZX-6R 2019 #DNA จากสนามแข่ง สู่ความเร้าใจบนท้องถนน

คาวาซากิ Ninja ZX-6R 2019 เปิดราคาสะเทือนวงการพิกัดคลาสกลาง แรง เบา ถูก ไม่ซื้อได้ไง!! แถมยังเป็นรถที่ผลิตและนำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่นอีก เรียกได้ว่าคืนความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคเหมือนตอนเปิดตัว Ninja ZX-10R ถ้าใครได้ลองขี่บอกเลยว่าพร้อมเป็นหนี้แน่นอน มันดีขนาดนั้นเลยรึ !! ตามติดไปชมรีวิวกัน…

ก่อนจะเข้าถึงในส่วนรีวิว Kawasaki Ninja ZX-6R โมเดลล่วงหน้าปี 2019 ล่าสุดนี้ สำหรับไบค์เกอร์รุ่นใหม่ๆที่ยังไม่รู้จักประวัติความเป็นมา และมีอาการงงๆสับสนกันว่าตกลงมันเรียก 600 รึว่า 636 อะไรยังไงกันแน่ ยังงงๆปลัดก็ไม่บอกให้หมด งั้นเทสไรเดอร์รับหน้าที่พาไปรู้จักกันแบบพอเรียกน้ำย่อยก่อนลงไปหวดคันเร่งสักนิด จะได้ไว้คุยกับเพื่อนฝูงแบบไม่ปล่อยไก่

ย้อนกลับไปถึงจุดกำเนิดของซีรีส์รหัสขึ้นชก รุ่นมิดเดิลเวทบอดี้ซุปเปอร์สปอร์ต Ninja ZX-6R เริ่มต้นออกวางจำหน่ายกันที่ปี 1995 สมัยนั้นเครื่องยนต์ยังเป็นความจุ 599 ซีซี. แบบระบบคาร์บูเรเตอร์ของ KEIHIN (ไคฮิน) ตลอดระยะเวลาช่วงหลายปีที่ยังอยู่ในพิกัดเครื่องยนต์ 600 ซีซี.

 

ทางคาวาซากิ ก็มีการปรับเปลี่ยนในหลายๆจุด เช่น รูปทรงของรถ ระยะชักของเครื่องยนต์ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โช้คหน้า สวิงอาร์มหลัง และอื่นๆอีกมากมาย ตามการออกแบบของวิศวกรและเทคโนโลยีสมัยนั้นๆ รวมทั้งเทรนของรถในคลาสกลาง

โดยจุดเปลี่ยนที่ทำให้ ZX-6R ก้าวกระโดดขึ้นมาอีกครั้งคือในโมเดลปี 2003 – 2004 , 2005 – 2006 ทางคาวาซากิได้เพิ่มขนาดลูกสูบใหญ่ขึ้นอีก 2 มิลลิเมตร ทำให้ความจุของเครื่องยนต์จาก 600 ซีซี. ขยับเป็น 636 ซีซี. พร้อมทั้งปรับปรุงแรงม้าให้มากขึ้นจากเดิมอีกกว่า 20 ตัว จนทำให้เจ้า ZX-6R พกแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 130 แรงม้า ที่ 14,000 รอบ/นาที จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียกรหัส “636” เป็นต้นมา

 

โดยเทสไรเดอร์เคยมีโอกาสได้ขี่โมเดลท่อออกตูด และท่อออกข้างในปี 2005 – 2008 สมัยนั้นก็ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ เพราะรถรุ่นนี้ในเมืองไทยมีค่อนข้างน้อยแบบนับคันได้ ซึ่งแต่ละโมเดลของ ZX-6R ก็ใช้วิธีการโคลนนิ่งจากโมเดลรุ่นพี่อย่าง ZX-10R มาปรับลดสเกลและปรับปรุงในบางชิ้นส่วน ก่อนที่จะเป็นโมเดลล่าสุด All New Kawasaki Ninja ZX-6R ในปี 2019 ว่ากันแบบย่อๆพอให้เห็นภาพกัน ถ้าละเอียดเกินไปเดี๊ยวจะไม่ได้อ่านรีวิวตัวใหม่

ซึ่งทาง บจ. คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) ปล่อยทีเด็ดพร้อมจัดรถ ZX-6R 2019 แบบชุดใหญ่ให้บรรดาสื่อมวลชนได้ทำการทดสอบกันที่ สนามพีระฯ เซอร์กิต พัทยา โดยทาง MotoWish ก็ได้รับเกียรติเข้าร่วมทดสอบกับบรรดาสื่อมวลชนต่างๆเช่นกัน

พื้นฐานการออกแบบ

เป้าหมายที่ทาง คาวาซากิ ใช้ในการออกแบบ Ninja ZX-6R 2019 นี้คือ “For The Fearless” แปลว่า รถสำหรับผู้ที่มีความกล้าหาญ พูดแบบสวยๆคือ สำหรับไรเดอร์ผู้กล้าหาญที่ต้องการความเร้าใจ สำหรับคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ Ninja ZX-6R โมเดลปี 2019 เป็นแบบ All New Styling Powerful & Sexy, Sharp & Edgy เรียกได้ว่าแทบจะรวมทุกสิ่งอย่างเข้าไว้ด้วยกัน

โครงสร้างเฟรมตัวรถเป็นแบบ Perimeter คือ การออกแบบเฟรมที่มีลักษณะเป็นเหลี่ยมคล้ายรูปทรงของเรขาคณิตนำมาผสมผสานกัน ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากรถแข่งในสนามที่ใส่ใจเรื่องความแข็งแรงของเฟรมรถ รับแรงกระทำในทุกๆด้านของเฟรมได้อย่างดีเยี่ยม เป็นผลให้รถมีความมั่นคงและเข้าโค้งได้นิ่ง พร้อมทั้งสามารถออกจากโค้งได้อย่างรวดเร็ว โดยยังมีความเสถียรทำให้ควบคุมการขับขี่ได้อย่างง่ายดาย สังเกตที่สวิงอาร์มหลังขนาดความใหญ่โตเทียบได้เท่ากับรถคลาสพันทีเดียว

รูปลักษณ์ภายนอก

ตามความคิดของเทสไรเดอร์ ดูเหมือนเป็นการรวมลายเส้นจากทั้งสามรุ่นมาผสมกัน Ninja 400 , ZX-10R และส่วนท้ายที่เหมือนกับ Z900 แต่อยู่ในสเกลรถ 600 ซีซี ดูโดยรวมก็ถือว่าลงตัวสวยงาม อาจจะมีช่วงท้ายรถที่โด่งๆขัดตาสักเล็กน้อยคงเป็นเพราะสีเทาตัดกับสีเขียวเลยดูไม่กลมกลืน ซึ่งเทสไรเดอร์ได้เห็นรุ่นที่เป็นสีดำ และ สีเทาดำ ของเมืองนอกดูสวยลงตัวทีเดียว

แฟรริ่งด้านหน้าออกแบบใหม่หมดจากโมเดลเก่า ถ้าดูผ่านๆอาจจะมองดูคล้ายกับ Ninja 400 แต่ถ้าสังเกตุแบบจริงจังจะเห็นถึงดีเทลที่แตกต่างกันพอสมควร ส่วนหัวแฟรริ่งจะอวบใหญ่กว่า เพราะมีช่องแรมแอร์ (ท่อสีเหลี่ยมสีดำดักอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทำให้แรงม้าจากเดิมๆ 130 แรงม้า เพิ่มเป็น 136 แรงม้า) และลายเส้นการออกแบบจะมีเหลี่ยมโฉบเฉี่ยวกว่า ปีกที่ยื่นเพื่อสร้างแรงกดส่วนหน้าก็มีขนาดใหญ่และกว้างกว่าของ Ninja 400 อีกเช่นกัน

 

ไฟหน้าเป็นแบบ Twin LED คือไฟสูง-ต่ำ และไฟหรี่เป็นแบบ LED ทั้งชุด เดี๊ยวตามไปสังเกตกันอีกทีตอนเทสไรเดอร์ทดสอบในสนาม สว่างจังสว่างจริง!!

มองจากมุมบนในตำแหน่งผู้ขับขี่ ZX-6R ใช้แฮนด์สไตล์เรซซิ่งจับอยู่ใต้แผงคอ มาพร้อมกุญแจอิมโมบิไลเซอร์ (Immobilizer)

 

ทรงของถังน้ำมันอาจจะดูแปลกๆแต่มีนัยสำคัญ ด้านบนของถังน้ำมันช่วงหน้า มีการเว้าเพื่อหลบบริเวณคางของผู้ขับขี่เวลาหมอบ ส่วนด้านข้างถังน้ำมันดีไซน์ให้มีปีกยื่นออกมา และมีช่วงเว้าเพื่อล็อคกับแขนผู้ขับขี่เวลาที่หมอบแบบสุดๆเช่นกัน (รอดูภาพตอนทดสอบ) ส่วนความจุของถังน้ำมันมีขนาด 17 ลิตร

เรือนไมล์ของ ZX-6R จะบอกว่ายกมาจากรุ่น Ninja 400 ก็คงไม่ผิด เพราะหน้าตาภายนอกเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันตรงรอบเครื่องของ ZX-6R สูงกว่าและหน้าจอมีแสดงระบบ POWER , KTRC , KQS รายละเอียดการแสดงผลก็มีครบถ้วนตามที่ต้องการ

 

Power โหมดการขับขี่ (สังเกตที่หน้าจอ ฝั่งขวาด้านล่าง)

Mode F = Full Power (แรงม้าปล่อยแบบเต็มๆ)
Mode L = Low Power (แรงม้าแรงบิดถูกปรับลดลง 60% ถ้าคิดเป็นแรงม้าก็ประมาณราวๆ 80 แรงม้า)

 

KTRC = ระบบแทรคชั่นคอนโทรล สามารถปรับได้ 3 ระดับๆ 1 คือค่าน้อยสุดที่ระบบทำงาน 3 คือค่ามากสุดที่ระบบ

เครื่องยนต์

ZX-6R 2019 เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 636 ซีซี มีแรงม้า 130 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และเพิ่มเป็น 136 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที จากลมที่เข้าช่องแรมแอร์ (with ram air) แรงบิด 70.8 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบต่อนาที กำลังอัดเครื่องยนต์ 12.9 ต่อ 1 

 

ZX-6R มาพร้อมระบบ Slipper Clutch ซึ่งตัวเก่าๆก็มีมานานมากแล้ว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีตั้งแต่รุ่นปี 2003-2004 แต่สมัยนั้นความทนทานของชุดสลิปเปอร์คลัชท์ยังไม่ค่อยทนมือทนขาเหมือนสมัยนี้ เทสไรเดอร์หวดซะพังไปหนึ่งชุดจนต้องหาผ้าคลัชท์แบบคาร์บอนมาใส่แทน

ระบบเกียร์แบบ 6 Speed พร้อมออฟชั่น KQS (Kawasaki Quick-Shifter) ติดรถมาให้จากโรงงานเลยแต่ทำได้เพียงการ Shift up เปลี่ยนเกียร์ขึ้นเท่านั้นส่วน Shift Down ต้องกำคลัชท์เปลี่ยนเกียร์ปกติ โดยการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสามารถทำได้ตั้งแต่ 2,500 รอบต่อนาที เป็นต้นไป

 

ส่วนสายสีดำที่เห็นบริเวณท่อน้ำ เป็นสายสำหรับปรับรอบเดินเบาของเครื่องยนต์

ระบบกันสะเทือน

โช้คอัพหน้ายี่ห้อดัง Showa ขนาด 41 มิลลิเมตร แบบ (SFF-BP) แยกฟังก์ชั่นการทำงานแบบอิสระทำให้สะดวกไม่ต้องก้มลงไปปรับที่ด้านล่างโช้ค โดยใช้ลูกสูบในแกนโช้คขนาดใหญ่ เพื่อการตอบสนองที่ดีเกินกว่าขนาด 41 มิล.

 

ฝั่งซ้าย : PRE-LOAD ควบคุมระยะยุบของสปริง

ฝั่งขวา : TEN , COM ควบคุมความหนืดในการยุบตัว Damping (ทั้งช่วง Rebound และยุบตัว Compression)

 

สวิทช์ฝั่งซ้าย = ไฟสูง-ต่ำ , ปุ่มปรับค่าต่างๆ , ไฟเลี้ยว , แตร , ไฟฉุกเฉิน

สวิทช์ฝั่งขวา = ปุ่มปิด-เปิด การสตาร์ท , ปุ่มสตาร์ท

 

มือเบรค มือคลัชท์ สามารถปรับระดับระยะห่างได้ทั้งสองฝั่ง

โช้คอัพแก๊สหลังติดตั้งแบบ Bottom-Link Uni Trak ปรับตั้งได้เต็มระบบทั้ง Compression , Rebound Damping , Preload โดยมีปุ่มปรับทั้งด้านบนและด้านล่าง (ปุ่มสีดำ) พร้อมสำหรับสายสนามลากไปขี่ในวันแทรคเดย์

ระบบเบรค

คาลิเปอร์ด้านหน้ายี่ห้อ Nissin 4 Pot แบบโมโนบล็อค เรเดียลเม้าท์ จานเบรคคู่หน้าขนาด 310 มิลลิเมตร Sami Floating คือเป็นแบบกึ่งให้ตัวได้เพื่อการเบรคที่ดีกว่าจานแบบปกติ มาพร้อมระบบ KIBS (Kawasaki Intelligent anti-lock Brake Systemของคาวาซากิคือระบบ ABS นั้นเอง คาลิเปอร์หลัง Nissin 1 Pot ประกบจานเบรคขนาด 220 มิลลิเมตร

ยางติดรถ

ยี่ห้อ Bridgestone Battlax Hypersport S22  ขนาดยางหน้า 120/70 ZR 17 M/C (58W) ยางหลัง 180/55 ZR 17 M/C (73W)

สำหรับใครที่ชอบบ่นเรื่องปลายท่อไอเสียมีขนาดใหญ่ ต้องเข้าใจก่อนว่า รถสมัยใหม่นั้นจำเป็นต้องผ่านการตรวจมาตราฐานไอเสียระดับ Euro4 จึงทำให้แคทตาไลติกดักไอเสียด้านล่างและปลายท่อไอเสียต้องมีขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อให้ผ่านมาตราฐานผลิตออกมาขายได้ แต่คนซื้อรถส่วนมากก็ต้องเปลี่ยนใส่ท่อแต่งซะส่วนใหญ่ ฉะนั้นใครที่ชอบบ่นเรื่องปลายท่อใหญ่ปล่อยให้เป็นเรื่องเล็กเถอะน๊ะ 555

 

ที่เฟรมรถบริเวณคอด้านซ้าย มีเพลทบอกระดับเสียงท่ออยู่ 91 เดซิเบล ที่รอบเครื่องยนต์ 6,750 รอบต่อนาที ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ไม่ให้เกินที่ 95 เดซิเบล ผ่านสบายๆปลัดบอก !!

เนื่องจากรถพิกัด 600 ซีซี ที่เป็นแบบซุปเปอร์สปอร์ต ส่วนมากรอบเครื่องจะสูงถึงระดับ 16-18,000 รอบต่อนาที ฉะนั้นการระบายความร้อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ZX-6R จึงใส่หม้อนำ้แบบอลูมิเนียมขนาดใหญ่ชนิดที่รถคลาสพันบางรุ่นยังเล็กกว่า โดยตัวนี้เป็นของยี่ห้อ DENSO ผลิตที่ประเทศอินโดนีเซีย

ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่งมีระยะ 830 มิลลิเมตร โดยที่คู่แข่งคู่ชนอย่าง ยามาฮ่า YZF-R6 มีความสูงที่ 850 มิลลิเมตร เทสไรเดอร์ความสูง 170 ซม. เหยียบพื้นได้เกือบเต็มฝ่าเท้า มีช่วงส้นเท้าที่ลอยอยู่เล็กน้อย

ดีไซน์ด้านหน้าของเบาะผู้ขับขี่เว้าพอประมาณ และความหนาของเบาะก็มีขนาดพอดี ไม่บางแบบเรซซิ่งแต่ก็ไม่หนามากมายเหมือนรถทัวริ่ง พร้อมแล้วซ้อนเทสไรเดอร์ไปทดสอบกันเลยดีกว่า จ๊าดดด!!!

TEST : 1

เนื่องจากในวันทดสอบทาง คาวาซากิ แบ่งการเทสของสื่อมวลชนออกเป็น 3 กลุ่ม MotoWish อยู่กลุ่มที่ 3 เทสไรเดอร์ก็ได้แต่ลุ้นอย่าให้ฝนตก เพราะวันที่ทดสอบมีพายุเข้าซะด้วย และแล้วความโชคดีก็มาเยื่อนซ๊ะ!! …. ฝนตก อ้าววแล้วทำไมโชคดีละ ??? ก็จะได้ทดสอบระบบ Traction Control และ KIBS ไปในตัวเลย เปิดฉากถึงคิวลงแทรคหลังฝนเทลงมา พื้นสนามยังคงเปียกแฉะและมีแอ่งน้ำใน Apex บางโค้ง ลุ๊ยยย!!

การคอนโทรล

สัมผัสแรกท่านั่งและการควบคุมรถ ถึงแม้ว่า Ninja ZX-6R จะเป็นรถในพิกัดแบบ Super Sport แต่โพซิชั่นท่านั่ง องศาของแฮนด์ผสมระหว่างเรซซิ่งกึ่งสปอร์ตทัวริ่ง ไม่ได้กดลงต่ำแบบเรซซิ่งและชิดเข้าหาตัวผู้ขับขี่เหมือน YZF-R6 ตำแหน่งพักเท้า ถูกปรับจากสปอร์ตให้เป็นแบบสปอร์ตกึ่งทัวริ่งได้อย่างลงตัวฟิลลิ่งคล้ายๆกับเจ้า Ninja 400 เบาะนั่งไม่ได้ลอยสูงจนตูดโด่ง เทสไรเดอร์ทดสอบเซทละประมาณ 10 รอบสนาม ไม่มีอาการเมื่อยล้า หรือต้องใช้กำลังสู้กับรถมากเหมือนรถสปอร์ตแท้ๆ นั่งขี่แบบสบายๆเลยซึ่งก็เป็นไปตามที่ทาง คาวาซากิ ตั้งใจออกแบบตั้งแต่เริ่มต้น

การตอบสนองของเครื่องยนต์

ช่วงแรกของการทดสอบระหว่างผิวแทรคที่ยังคงเปียกอยู่นั้น เทสไรเดอร์เปิดโหมด Power เครื่องยนต์เป็นแบบ Mode L = Low Power กดคันเร่งเต็มข้อทุกรอบ เพื่อทดสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยระบบ KTRC นั้นสามารถปรับได้ 3 ระดับ เรียงการทำงานจากน้อยไปหามาก เทสไรเดอร์ลองจัดโหมด 3 จังหวะที่เปิดคันเร่งออกจากโค้งบนเขาสนามพีระสภาพผิวแทรคเปียกๆอย่างที่เห็น ท้ายรถมีอาการสบัดเล็กน้อยมากๆโดยระบบแทรคชั่นตัดอาการดังกล่าวได้อย่างฉับไว #ขี่ย่องๆแล้วจะว่องได้ไง…ซัดน้ำกระจายยยดิ๊!!

ผ่านไปได้เพียงสองสามรอบ แดดออกหมอกลงบนผิวแทรคนึกว่าอยู่บนเขาใหญ่เซอร์กิต การตอบสนองของเครื่องยนต์รวมทั้งแรงบิดใน Mode L แต่ละเกียร์รอบเครื่องจะตันอยู่แค่ประมาณ 10-11,000 รอบต่อนาที ก็ต้องเปลี่ยนเกียร์ต่อไปในทันที แรงบิดของเครื่องยนต์จะขึ้นแบบสโลว์ๆไม่ได้รุนแรงดุดันสักเท่าไร ก็แน่หละโดนตอนแรงม้าเหลือแค่ 60% อารมณ์เหมือนขี่ตัว Ninja 400 เลย

 

คิดอีกมุมหนึ่งก็เป็นการดีสำหรับใครที่ขยับซีซีมาจากรุ่น 150 – 250 ซีซี ก็สามารถค่อยๆปรับตัวในให้เข้ากับรถโดยการขี่ Mode L ไปสักพักแล้วค่อยปรับเป็น Mode F คือถ้าไปซัดทางตรงใครๆก็ขี่ได้ แต่การจะขี่เข้าโค้งเดินคันเร่งแบบเต็มรอบเครื่องยนต์ในแต่ละเกียร์นั้น หากไม่มีทักษะและประสบการณ์อย่างมากก็เข้าได้แค่ “ครึ่งหนึ่งของรอบเครื่องยนต์” ฉะนั้นการใช้ Mode L ก็เป็นการพัฒนาทักษะการขี่ที่ดีเช่นกัน

เดี๊ยวฝนตก เดี๊ยวแดดออก หมดรอบอย่างไวเปียกแค่ไหนถามปลัดดู หยุดพักเบรครอต่อรอบที่สอง…หวังว่าผิวแทรคคงจะแห้งบ้าง !!

TEST : 2

กลับลงแทรคอีกครั้งในรอบที่สอง คราวนี้ผิวแทรคเริ่มแห้งหมาดๆแล้วแต่ด้านใน Apex และพื้นผิวบางจุดในไลน์ขี่ยังคงเปียกอยู่ ก็วอร์มๆยางสักรอบสองรอบให้อุณหภูมิยางได้ที่ก่อน อย่าเพิ่งวัยรุ่นใจร้อนเดี๊ยวจะกลายเป็น เจ้าของ ZX-6R 2019 คนแรกในประเทศไทย !!! รอบนี้ปรับ Power เครื่องยนต์เป็น Mode F = Full Power ปล่อยม้าเต็มคอกอย่าไปบอกใครนะ ?? พร้อมปรับ KTRC เหลือแค่ระดับ 1

รู้เรื่องเลยทีนี้ รถคนละคันหนังคนละม้วน เครื่องยนต์จากรอบต่ำๆตั้งแต่ 4-5,000 รอบต่อนาที เข็มไมล์กวาดแบบม้วนเดียวจนทะลุเรดไลน์ที่ 16,000 รอบต่อนาที อย่างรวดเร็วพร้อมแรงบิดที่ดึงเรื่อยๆดึงยาวๆ พวกมือชอบลากรอบคงจะถูกใจเป็นแน่แท้ ลากไปเถอะยาวไป ไปๆๆๆ แต่อาจจะไม่รุนแรงเหมือนตัวพันซีซีนะ แต่ก็ถือว่าดีมากสำหรับพิกัด 600 ซีซี การสับเกียร์ต่อเกียร์ให้อารมณ์เรซซิ่งสปอร์ตแบบรถแข่งแท้ๆ

จังหวะการผลิกรถในโค้งเอสต่อเนื่องสองครั้งที่สนามพีระให้ความรู้สึกว่ารถ ZX-6R 2019 มีความเบาทั้งๆที่น้ำหนักตัวนั้น 196 กิโลกรัม แต่กลับผลิกรถได้อย่างง่ายดายพร้อมเทครถออกจากโค้งได้อย่างรวดเร็ว เผลอๆจะเลี้ยวได้เร็วกว่า ZX-10R อีก ถ้าขี่ในสนามที่มีสเกลไม่ใหญ่มาก

ดูกันช้าๆ แบบช็อตต่อช็อต เรื่องถังน้ำมัน

ถ้าใครได้ลองขี่แล้วรู้สึกว่าทรงของถังน้ำมันแปลกๆอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นรีวิว เหมือนไม่เข้ากับสรีระในการขับขี่ เทสไรเดอร์แนะนำให้ขยับก้นถอยหลังไปอีกเล็กน้อยและหมอบให้เต็มที่ แล้วจะรู้ว่านี้แหละคือการขี่รถสไตล์นักแข่งอย่างแท้ทรู เวลาหมอบคุณต้องซุกทั้งตัวให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวรถ (เอ๊ะทำไมนึกถึงเนื้อตุ๋นชั่วขณะ)

ร่างกายทุกสัดส่วนต้องแนบชิดตัวรถให้มากที่สุด เพื่อลดแรงปะทะของลมและทำให้แอโร่ไดนามิกไหลผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว ในรูปภาพเป็นจังหวะที่กำลังออกจากโค้งสุดท้ายเข้าทางตรงผ่านหน้าพิท หากใครบอกว่าการมองผ่านชิลด์หน้าทำให้การมองเห็นไม่ถนัด แสดงว่า 1.ชิลด์มัวเก่า 2.สายตาไม่ดี เพราะบรรดาสายนักแข่งแต่ละคนมองทะลุชิลด์ทั้งนั้นนะ

หมอบให้สุดเข้าเบ้าถังน้ำมันตามที่วิศวกรอุตส่าห์ออกแบบมา สังเกตที่แขนจะอยู่ใต้ปีกของถังน้ำมันเข้าล็อค…เป๊ะ ว่าแต่ใครมือบอนแอบมารูดซิปโหนกหลังชุดแข่งเนี่ยยย 555+ จังหวะออกจากโค้งสุดท้ายด้วยเกียร์ 4 ซัดผ่านหน้าพิทเข้าเกียร์ 5 สับเกียร์ 6 ต่อ และดิ่งลงเขาไปเบรคด้านล่าง ความเร็วขึ้นประมาณ 220 กว่า กม./ชม. บันเทิงไหม๊ล่ะ !!

 

จะบอกว่าชิลด์หน้าเตี้ยเกินไปก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะรถ Ninja H2 ยังเตี้ยกว่านี้อีก ซึ่งดูจากภาพด้านข้างถ้าคนขี่หมอบจนสุด ลมก็ตัดข้ามหัวได้อย่างพอดี นอกเสียจากพุงใหญ่ก้มไม่ลง !!!

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ 

ระบบอื่นๆได้กล่าวไปในรีวิวแล้วเหลือแค่ระบบ KQS (Kawasaki Quick-Shifter) ควิกชิฟเตอร์ การเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัชท์ สำหรับสายซิ่งสายสนามคงจะถูกใจอย่างแน่นอน จังหวะออกจากโค้งหรือช่วงทางตรงก็สามารถเตะเปลี่ยนเกียร์ โดยที่สองมือยังจับแฮนด์ได้อย่างมั่นคงเพื่อคอนโทรลรถให้ได้ดีที่สุด ซึ่งระบบดังกล่าวของ ZX-6R ทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีอาการสะดุดเสียจังหวะความมันส์เลย

ระบบเบรค

Nissin 4 Pot โมโนบล็อค เรเดียลเม้าท์ ดูเหมือนจะเล็กๆกว่าชาวบ้านเขาแต่ๆๆ หลังจากเทสไรเดอร์ได้ลองกดเบรคแบบหนักหน่วงอารมณ์กำลังโดนไล่หลัง จากภาพจะเห็นได้ว่าแกนโช้คหน้ายุบเหลือระยะอีกประมาณไม่เกิน 2 นิ้ว รอบนี้คงไม่ได้กดเบรคล้อหลังลอยเหมือนตอนรีวิว ZX-10R เพราะผิวแทรคยังมีละอองน้ำอยู่

 

ฟิลลิ่งของการเบรคไม่ได้หยุดแบบหัวทิ่มหัวตำ แต่ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกะระยะหยุดได้ค่อนข้างแม่นยำ ถึงแม้จะกดคันเร่งมาแบบล้นๆเลยจุดเบรคไปแล้วก็ตามที ก็ยังสามารถเลียเบรคเข้าไปในโค้งเพื่อลดความเร็วต่อได้ นี้ขนาดปั้มบนติดรถและสายเบรคยังเป็นสายยางอยู่นะ คิดว่าถ้าเอา ZX-6 ลงแข่งแทรคเดย์แค่ใส่ปั้มบน Brembo กับสายถักเป็นอันจบ !!

 

สลิปเปอร์คลัชท์ ซับแรงในการเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์ 6 เหลือเกียร์ 2 ได้ค่อนข้างนุ่มนวล อาจจะมีล้อหลังปัดๆบ้างเล็กน้อย แต่ก็สามารถควบคุมได้โดยต้องไม่รู้สึกกังวลใจ

ระบบกันสะเทือนและช่วงล่าง

ในวันทดสอบทางคาวาซากิปรับเซ็ทช่วงล่างไว้ให้แล้ว เทสไรเดอร์อยากจะบอกว่าตัดสติกเกอร์เบอร์รถแข่งแล้วมาแปะหน้ารถได้ทันทีเลย ฟิลลิ่งช่วงล่างให้อารมณ์เรซซิ่งเซอร์กิตแบบเต็มๆ พลันให้คิดถึงคนที่ซื้อรถรุ่นนี้สามารถจะเอาไปลงแทรคเดย์ได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อโช้คแต่งใส่ให้วุ่นวาย

 

ถึงแม้แกนโช้คหน้าจะมีขนาดแค่ 41 มิลลิเมตร แต่การตอบสนองของช่วงล่างให้ความรู้สึกเกาะผิวแทรคได้อย่างดีเยี่ยม รอบรับแรงเบรคอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างดี ฟิลลิ่งแบบหนักแน่นแต่นุ่มนวลไม่มีออกอาการนุ่มย้วยให้ต้องเปลืองแรงในการคอนโทรลรถ และถ้าฝีมือโปรกว่านี้ก็สามารถปรับเซ็ทเพิ่มได้อีกตามต้องการให้เข้ากับสไตล์การขับขี่

 

ช็อตที่กดคันเร่งแบบหนักๆออกจากโค้งแล้วล้อลอย อาจจะมีอาการสะบัดของแฮนด์เล็กน้อยเนื่องจากรถไม่มีกันสะบัดติดมาให้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่…แค่ซื้อมาใส่เพิ่มไง ^^

 

ท่วงท่าการขี่รถแบบ “สมัยใหม่” นั้น แขนของผู้ขับขี่จะอยู่เหนือถังน้ำมัน ยกตัวอย่างในรูปภาพ หากกำลังเข้าโค้งขวา “แขนซ้าย” ของคนขี่จะต้องพาดอยู่บนถังน้ำมัน จะไม่โอบอ้อมถังเหมือนสมัยเก่าแล้ว ถ้าจะขี่แบบเรซซิ่งเซอร์กิตจำเป็นต้องใส่พักเท้าแต่ง และเซ็ตระยะความสูงของพักเท้าและเบาะนั่งให้เข้ากับสรีระด้วย การเซ็ตติ้งระดับซีเรียสว่ากันที่ระยะ “มิลลิเมตร”

ยางติดรถ

ยี่ห้อบริดจสโตนรุ่น Battlax Hypersport S22 เป็นยางเกรดไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์รุ่นพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น S21 โดยซิลิก้าที่ผสมอยู่ในเนื้อยางรุ่นใหม่นี้ ทางบริดกระโจนบอกว่าดีกว่ารุ่น S21 ถึง 15% โฮโมโลแกรมของตัวยางบ่องบอกความสามารถในการใช้งานแบบแห้งได้มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตอนทดสอบขนาดผิวแทรคยังชื้นๆอยู่ก็เทโค้งได้แบบเข่าเช็ดพื้น และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือตอนผิวแทรคเปียกๆ หน้ายางก็สามารถจะรีดน้ำและทำองศาในการเอียงรถได้มากพอสมควร เนื้อยางให้ความรู้สึกแน่นๆตามสไตล์ยางสปอร์ต

บทสรุป

ด้วยเงิน 439,000 บาท แลกกับรถซุปเปอร์สปอร์ต 600 cc. นำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่น แรงม้าระดับนี้ ออฟชั่นขนาดนี้ ขี่สนุกอย่างนี้ รีบจูงมือเพื่อนไปเป็นหนี้ที่ศูนย์กันเถอะ !! ก่อนที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นหลังหมดโปรโมชั่น…

 

ข้อดี

  • ราคาขายอยู่ในระดับ Best Buy เงินในกระเป๋าลั่นได้เลย
  • นำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่น
  • ท่านั่งสบายแต่ยังขี่สไตล์เรซซิ่งได้
  • รถเบา คอนโทรลง่าย อัตราเร่งดี
  • ให้ยางติดรถมาดีมาก ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยน

 

ข้อแนะนำ

  • ไม่มีกันสะบัดติดรถมาให้
  • Quick Shifter น่าจะใส่ Shift Down มาให้จบเลย
  • ปลายท่อไอเสียเดิมมีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้รถมีอาการเอียงขวาเล็กน้อย เปลี่ยนใส่ท่อแต่งอาการดังกล่าวจะหายไป
  • ปิดระบบ ABS ไม่ได้

Kawasaki Ninja ZX-6R 2019 

  • ราคาวางจำหน่าย ณ เดือนพฤศจิกายน 2561
  • ราคา 439 ,000 บาท (ราคาช่วงแนะนำ 3 เดือน คือ ภายในเดือน พฤศจิกายน 2561 – มกราคม 2562)
  • แถมประกันชั้น 1 (ช่วงราคาแนะนำ)
  • ส่งมอบรถได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2561
  • สีเขียว LIME GREEN / EBONY / METALLIC GRAPHITE GRAY
  • กันล้ม กันแคร้งเครื่องยนต์ กันสะบัด เป็นออฟชั่นซื้อเพิ่มเติม

 

  • ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นตัวแทนจำหน่าย
  • ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
  • ค้นหาตัวแทนจำหน่าย Kawasaki เพิ่มที่นี่

MotoWish ขอขอบคุณ

บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด
2499 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 ติดต่อ 02-018-4999

> Nitek Helmet 2 Power  : หมวกเท่ๆสำหรับสายซิ่ง

146/2  ซ.ศูนย์วิจัย 14  ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม  แขวงบางกะปิ  เขตห้วยขวาง  กรุงเทพฯ 10310  โทร.081-823-0181 , 099-640-0592

 

ผู้ทดสอบ : @Rider 69

Source Cr.: visordown , wikipedia

อ่าน Reviews เพิ่มที่นี่

อ่านรีวิว Kawasaki รุ่นอื่นๆ เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง