Home  »  Motorsport   »   เปิดประวัติ “ไอ โอกุระ” กว่าจะได้แชมป์แรกในโมโตจีพี

เปิดประวัติ “ไอ โอกุระ” กว่าจะได้แชมป์แรกในโมโตจีพี

ท่ามกลางการแข่งขันอันแสนดุเดือดของเหล่านักบิดศักยภาพสูงชาวยุโรป โดยเฉพาะสายเลือดสเปนและอิตาลี จู่ๆการที่นักบิดเอเชียสักคนจะโดดเด่นขึ้นมาจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ จนกระทั่งการมาของ ไอ โอกุระ ที่กำลังแสดงฝีมือเข้าฝักจนอยู่ในกลุ่มหัวแถวของการลุ้นแชมป์ในตอนนี้

 

ไอ โอกุระ นักบิดเลือดญี่ปุ่นพร้อมสมญานาม “เสือยิ้มยาก” บ้างก็ “พ่อหนุ่มตาปรือ” เกิดในวันที่ 26 มกราคม ปี ค.ศ. 2001  ณ เขตคิโยเสะ ของเมืองโตเกียว ปัจจุบันอายุ 25 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงวัยที่กำลังเหมาะสมในการเค้นผลงานสำหรับการเป็นนักแข่งมืออาชีพ

 

แต่ก่อนหน้านั้นในตอนที่ยังเด็ก โชจิ โอกุระ พ่อของเขาเอง ถือเป็นแรงผลักดันที่สำคัญอย่างมากให้กับไอ เพราะแท้จริงแล้ว โชจิ ถือเป็นนักบิดรุ่นใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านการแข่งขันมามากมาย และเจ้าตัวก็เลือกที่จะนำประสบการณ์เหล่านั้นมาถ่ายทอดให้กับลูกชาย

โดยสิ่งที่ โชจิ ทำ ก็มีทั้งการช่วยสนับสนุน ฝึกสอน ดูแลรักษา ซ่อมบำรุงรถแข่ง ให้กับไอมาตั้งแต่เจ้าตัวยังมีอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้น แม้แต่น้องสาว คาเรน โอกุระ ก็ยังถูกผลักดันในลักษณะเดียวกัน จนกลายเป็นนักบิดที่เคยทำการแข่งขันในรายการโมโตอเมริกา ออลเจแปน และ ซุซูกะ 4 ชั่วโมง มาแล้ว

 

กลับมาที่ ไอ โอกุระ ในวัยเด็ก ด้วยพรสวรรค์ส่วนตัวและการเคี่ยวเข็ญอย่างตั้งใจของผู้เป็นพ่อ ทำให้พ่อหนุ่มตาปรือได้รับโอกาสสำคัญให้เป็นหนึ่งในนักบิดที่ได้ร่วมแข่งขันในรายการ ฮอนด้า อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนท์ คัพ รุ่นแรก ซึ่งก่อตั้งในปี 2014 และเริ่มแข่งจริงในปี 2015 ก่อนที่จะคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในปี 2016 ซึ่งแชมป์เปี้ยนในปีดังกล่าว ก็คือ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ของไทยเรานั่นเอง

 

และในช่วงเวลาเดียวกัน ไอ ก็ได้เป็นหนึ่งในนักบิดที่ถูกส่งไปร่วมการแข่งขัน เคทีเอ็ม เรดบูล รูกี้ คัพ เพื่อวัดฝีมือกับนักบิดรุ่นใหม่สายเลือดยุโรป ช่วงปี 2016-2017 ต่อด้วยการลุยศึก เอ็ฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพ ระหว่างปี 2017-2018 โดยสามารถทำผลงานในระดับหัวแถวได้ทั้งสองรายการ

Ai Ogura join MotoGP-1

จนกระทั่งหลังจากที่ได้ชิมลางในการถือสิทธิ์ไวล์การ์ดลงแข่งในรายการโมโตจีพี รุ่นโมโตทรี เมื่อปี 2018 ถึง 4 สนาม ในปี 2019 เจ้าตัวก็ได้ลงแข่งแบบเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรกในรุ่นเดิม กับทาง ฮอนด้า ทีม เอเชีย ก่อนที่จะทำคะแนนสะสมในปี 2020 ได้ดีถึงอันดับ 3 และเลื่อนขึ้นมาแข่งในรุ่นโมโตทูในปี 2021 ร่วมกับ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ที่ขึ้นมาอยู่ในคลาสนี้ก่อนตั้งแต่ปี 2019

 

และแม้จะมีประสบการณ์ในรุ่นกลางน้อยกว่า แถมครั้งหนึ่งยังเคยเป็นรองแชมป์ให้กับก้อง แต่ดูเหมือนรถโมโตทูจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ไอสามารถเฉิดฉายศักยภาพของตนเองได้เต็มที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่อันดับที่ 8 ในตารางคะแนนสะสม ปี 2021 ต่อด้วยรองแชมป์ในปี 2022 และแอบแผ่วนิดหน่อยโดยหล่นไปอันดับ 9 ในปี 2023

 

จนกระทั่งในปี 2024 ที่เจ้าตัวเลือกขอแยกทางกับฮอนด้า เพื่อไปอยู่กับสังกัด เอ็มที เฮลเม็ท เอ็มเอสไอ และใช้เฟรมจากสำนักหน้าใหม่อย่างบอสโคคูดูโร่ มันก็เหมือนกับการติดปีกให้กับไอในทันที เพราะเจ้าตัวสามารถทำผลงานที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ และคว้าตำแหน่งแชมป์โลกให้กับตนเองได้ในที่สุด ซึ่งสนามที่เป็นตัวชี้ขาด และเป็นสนามฉลองแชมป์ในครั้งนี้ ก็คือสนามช้างฯ เซอร์กิต บุรีรัมย์ ในประเทศไทยของเรานั่นเอง

Ai-Ogura

ต่อมาในปี 2025 ในตอนที่ ไอ โอกุระ ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาขี่รุ่นใหญ่เป็นครั้งแรกกับทางแทร็คเฮาส์ อพริเลีย นักบิดรายนี้กลับสามารถทำผลงานได้ดีเกินกว่าที่รูกี้ในอดีตช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้จะทำได้ นั่นคือการมีลุ้นคว้าโพเดี้ยมด้วยการจบอันดับ 4 ตั้งแต่สนามเปิดฤดูกาล ซึ่งเป็นเป็นการแข่งในบ้านเราอีกครั้งเช่นกัน

 

แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ไอกลับเริ่มประสบปัญหาในการแข่งขัน เริ่มจากการถูกริบแต้มการแข่งขันเพราะตัวแข่งใช้ซอฟท์แวร์ที่ไม่ได้ถูกรองรับโดยกรรมการ และยังได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาวในการแข่งขันที่อังกฤษ ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถเค้นผลงานที่น่าประทับใจเท่าไหร่นักได้อีกเลย และต้องจบการแข่งขันในปีดังกล่าวไปด้วยอันดับที่ 16 ของตารางคะแนนสะสม

 

เมื่อเข้าสู่ปี 2026 หลังผ่านการพักฟื้นจนร่างกายสมบูรณ์ดี ฟอร์มอันโดดเด่นของไอก็เริ่มกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ด้วยการคว้าอันดับ 5 ได้ต่อเนื่องถึง 2 ครั้งใน 2 สนามแรก และสามารถเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 ที่อเมริกา กับอันดับ 3 ที่ฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการขึ้นโพเดี้ยมครั้งแรกของเจ้าตัว และยังคงร้อนแรงต่อเนื่องมาเข้าอันดับ 2 ในการแข่งขันที่เช็ค

 

ก่อนที่จะคว้าชัยชนะในการแข่งขันรุ่นใหญ่ครั้งแรกให้กับตนเองได้ที่เนเธอร์แลนด์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ กลายเป็นนักบิดเลือดญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 22 ปี ที่สามารถคว้าแชมป์ในรุ่นโมโตจีพี และยังมีโอกาสที่จะทำผลงานอันยอดเยี่ยมได้อีกในหลายสนามต่อจากนี้ก่อนที่จะแยกย้ายกับต้นสังกัดปัจจุบันในช่วงสิ้นปีนี้เพื่อย้ายไปอยู่กับทีมโรงงานอื่น ซึ่งว่ากันว่าอาจเป็นทางยามาฮ่านั่นเอง

Source Cr.: MotoGP.com

อ่านข่าว New Bikes เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Honda เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish