Home  »  Motorsport   »   แจ็ค มิลเลอร์ จี้กรรมการแบน “โฮลช็อทดีไวซ์” ต้นเหตุ “มาร์ตินกวาดลาน”

แจ็ค มิลเลอร์ จี้กรรมการแบน “โฮลช็อทดีไวซ์” ต้นเหตุ “มาร์ตินกวาดลาน”

ขณะที่หลายคนมองว่า ฮอร์เก้ มาร์ติน ขี่รถประมาทจนเป็นต้นเหตุของการ “เถรกวาดลาน” เหล่านักบิดร่วมสนามไปถึง 4 รายตั้งแต่ต้นเกม ฮังกาเรียน กรังด์ปรีซ์ 2026 ฝั่งแจ็ค มิลเลอร์กลับมองว่าตัวแปรที่มีส่วนมากจริงๆในอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็คืออุปกรณ์ที่จะถูกแบนในปีหน้าอย่าง “โฮลช็อทดีไวซ์” ต่างหาก

 

เพราะในตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้น แจ็ค มิลเลอร์ ถือเป็นหนึ่งในนักบิดที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจนมากกว่าใคร และทำให้เจ้าตัวพบว่า “ฮอร์เก้ มาร์ติน พยายามปลดเครื่องมือนั้นออก (หมายถึงเบรกเพื่อปลดโฮลช็อทดีไวซ์ที่กำลังโหลดหน้า-หลังรถอยู่) แล้วรถมันก็กระเด้งขึ้นมา พอมันเริ่มกระเด้งไปแล้วมันก็ยากที่จะหยุดรถให้อยู่”

 

ซึ่งสิ่งที่แจ็คกล่าวมา ก็ไม่ใช่แค่เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจถึงอีกมุมหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการโต้แย้งความเห็นของบอสใหญ่ทีมอพริเลียที่เผลอให้สัมภาษณ์แบบหัวเสียและมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะตัวนักบิดในสังกัดตัดสินใจพลาด ทั้งที่มันเป็นเพราะอุปกรณ์ที่เหล่าผู้ผลิตเลือกใส่เข้ามาต่างหาก ที่ทำให้เหตุการณ์นี้เสี่ยงจะเกิดขึ้น

“ผมพูดถึงเรื่องนี้มาตลอด นับตั้งแต่ที่บาร์เซโลน่า หลังจากที่เราได้เห็นการชนกันถึงสองครั้งในรอบแรก มันมีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกันเลย เอามันออกไปเถอะ ยังไงทุกคนก็อยู่ในระดับเดียวกัน” แจ็ค เสนอความเห็น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีใครได้เปรียบเสียเปรียบจากระบบกลไกที่บางแบรนด์อาจทำได้ดีกว่า และเป็นการลดความเสี่ยงจากสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย

 

“ในท้ายที่สุดเราได้สร้างรูปแบบการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมา โดยเฉพาะกับที่นี่ในสนามบาลาทอนที่โค้งแรกมีความลื่นมากจากผิวแทร็คที่ยังใหม่อยู่ ซึ่งคุณแทบจะไม่สามารถจะเบรกหนักๆโดยล้อไม่ล็อคได้เลยเพื่อให้มันมีแรงกระทำมากพอที่จะปลดกลไกนี้ได้ ดังนั้นมันคืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพราะอุปกรณ์ที่ว่านี้ ผมเชื่อแบบนั้น”

 

“ทุกคนเท่าเทียมกันน่ะใช่ เราจำเป็นต้องเป็นแบบนั้น เราทุกคนก็อยู่ที่นี่ในบาลาทอนแล้วต้องขี่เข้าโค้งเร็วขึ้นกว่าปกติ 15-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วต้องเบรกแบบไม่เป็นธรรมชาติสุดๆ” ทั้งจากความเร็วที่มากกว่าปกติ และอาการของรถที่แปรปรวนเพราะพื้นแทร็คกับการทำงานของโฮลช็อทดีไวซ์

yamaha motogp, v4 engine, motogp

“ถ้าเราเอากลไกด้านหน้าออกไป มันจะช่วยให้ชีวิตทุกคนง่ายขึ้นมาก และทุกคนก็อยู่บนเรือลำเดียวกัน (ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ)” แจ็คกล่าวเสริม

 

“เราทุกคนต่างก็อยู่บนเรือลำเดียวกัน เว้นแต่มันจะเป็นเรือที่เร็วกว่ากันเกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง” ซึ่งอาจทำให้นักบิดคนนั้นชิงตำแหน่งตอนจะเข้าโค้งหนึ่งได้ดีกว่า แต่ก็หมายความว่าเขาต้องเสี่ยงเบรกให้หนักและคุมอาการรถให้อยู่มากกว่าใคร และหมายความว่าโอกาสพลาดยิ่งสูงตาม และก่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์แบบการแข่งขันสนามล่าสุดขึ้นมานั่นเอง

Source Cr.: Crash.net

อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish