โมโตจีพีปรับกฏ เพิ่มความเข้มงวด “รอบเครื่องยนต์”

แม้การแข่งขันจะดำเนินมาถึงช่วงเกือบท้ายของฤดูกาล แต่เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยุติธรรม เหมาะสม และปลอดภัย ทางคณะกรรมการและผู้จัดการแข่งขันโมโตจีพี ก็ได้เลือกที่จะปรับเปลี่ยน และเพิ่มกฎใหม่เข้ามา โดยมีผลตั้งแต่รุ่นเล็ก รุ่นกลาง ยันรุ่นใหญ่กันเลยทีเดียว
เริ่มจากข้อแรก เดิมที เราอาจจะได้เห็นนักบิดเลือกซ้อมออกตัวบนพิทเลนช่วงปากทางออกอยู่หลายครั้ง โดยสนามที่สามารถทำแบบนั้นได้ ปัจจุบันก็จะมีอยู่ประมาณ 30% ของตารางการแข่งขันด้วยกัน แล้วแต่รูปแบบและระยะของแทร็คจากปากพิทเลน
ทว่านับตั้งแต่การแข่งขันสนามหน้าเป็นต้นไป ทางคณะกรรมการจะไม่อณุญาตให้มีการซ้อมออกตัวจากปากพิทเลนใดๆทั้งสิ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวนักบิดเอง ทั้งผู้ที่กำลังซ้อมออกตัว หรือผู้ที่กำลังตามมาจากด้านหลัง รวมถึงความปลอดภัยของผู้ดูแลปากทางออกพิท หรือผู้อื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย โดยเฉพาะจากความดังของเสียงท่อ หรือโอกาสที่ชิ้นส่วนรถ เช่นโซ่ขาดจกการถูกระชากอย่างรุนแรงจนจะกระจายไปโดนได้ง่ายนั่นเอง

ถัดมาคือกติกาสำหรับตัวแข่งในรุ่นโมโตทู ที่จะถูกบังคับใช้ในปี 2027 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับสเป็คตัวแข่งเจเนอเรชันใหม่ ที่จะมาพร้อมกับขุมกำลังขนาดใหญ่ขึ้น มีพละกำลังมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาก็คือ เหล่าผู้ผลิตแชสซีย์ หรือชุดเฟรม และสวิงอาร์ม ก็จะต้องทำการพัฒนาชิ้นส่วนดังกล่าวขึ้นมาใหม่ เพื่อให้รับกับขุมกำลังที่เปลี่ยนสเป็คไปนี้ด้วย
และในเมื่อเหล่าผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ รวมถึงระยะเวลาในการทดสอบตัวแข่งก่อนเปิดฤดูกาลที่จำกัดมากๆ ทางคณะกรรมการจึงจะยกเลิกกติกาคอนเซสชัน หรือกติกาควบคุมการทดสอบและอัพเดทชิ้นส่วนดังกล่าวชั่วคราวในปีหน้า โดยจะอณุญาตให้ผู้ผลิตสามารถปรับ หรืออัพเดทชิ้นส่วนดังกล่าวได้อย่างน้อย 1 ครั้ง ระหว่างฤดูกาล
ส่วนรูปแบบแฟริ่งและชิ้นส่วนแอโร่พาร์ทรอบคัน จะถูกบังคับให้เป็นแบบเดียวกับรถปี 2026 ต่อไปก่อน เพื่อให้ทีมแข่งไม่ต้องเปลืองงบในการทำทีมมากเกินไป เพราะการใช้จ่ายไปกับชุดเฟรมใหม่ สวิงอาร์มใหม่ และส่วนควบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ก็ถือว่าหนักหนาสาหัสประมาณหนึ่งสำหรับทีมงบน้อยบางทีมอยู่แล้วนั่นเอง

ท้ายสุด สำหรับรุ่นใหญ่โมโตจีพี และรุ่นเล็กโมโตทรี ทางคณะกรรมการได้ตัดสินใจที่จะให้ผู้ผลิตกล่องอีซียู หรือกล่องสมองกลควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ที่ตอนนี้คือ Magneti Marelli ฝังโค้ดจำกัดรอบเครื่องยนต์ลงไปเพิ่ม โดยสำหรับรุ่นใหญ่ จะปรับให้อยู่ในช่วงไม่เกิน 20,000 รอบ/นาที และสำหรับรุ่นเล็กสุดจะอยู่ที่ไม่เกิน 13,500 รอบ/นาที
ที่น่าสนใจคือสำหรับรุ่นใหญ่ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทางกรรมการมีการเพิ่มกติกาจำกัดรอบการหมุนของเครื่องยนต์ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแม้ตัวเลขข้างต้น จะอยู่ในเรทที่สูงกว่าค่าการใช้งานจริงของตัวแข่งยุคปัจจุบัน ที่ใช้ขุมกำลัง 1,000cc เล็กน้อย จากปกติที่ใช้กันที่ราวๆ 18,000 – 19,000 รอบ/นาที แล้วแต่ผู้ผลิต รูปแบบสนาม หรือความต้องการของนักบิดกับทีมช่าง
แต่นั่นก็เพื่อเผื่อไว้สำหรับเครื่องยนต์ของตัวแข่งปี 2027 ที่พอถูกจำกัดให้มีความจุเล็กลง วิศวกรก็มักออกแบบให้มันสามารถทำงานในรอบสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้มียังคงสามารถเค้นกำลังได้ในเรทที่ไม่หนีจากเดิมมากนัก หรือมีพละกำลังน้อยลงจากเดิม ให้น้อยที่สุด ซึ่งการจำกัดรอบไว้แต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยให้ทีมวิศวกรมีเป้าหมายในการกำหนดสเป็คเครื่องยนต์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และช่วยประหยัดต้นทุนในการพัฒนาตัวแข่งได้อีกในทางหนึ่งด้วยนั่นเอง
Source Cr.: MotoGP.com
อ่านข่าว Motorsport เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
