Honda CBR400R Four E-Clutch เผยโฉมญี่ปุ่นครั้งแรก ก่อนลุ้นขายไทยด้วยร่าง “500”

ผ่านไปพักใหญ่หลังการเผยโฉม Honda CBR500R Four ในประเทศจีน ล่าสุดทาง Honda บริษัทแม่ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับรถโมเดลนี้ด้วยเช่นกัน แต่เป็นรุ่นลดความจุลงตามกฎหมายด้านใบขับขี่ นั่นคือ Honda CBR400R Four E-Clutch
โดยการเผยโฉมครั้งนี้ จะเกิดขึ้นที่งาน Tokyo Motorcycle Show 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27-29 มีนาคม นี้ ณ ศูนย์ประชุม Tokyo Big Sight ในย่านโกโก เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และตัวรถที่ถูกนำมาจัดแสดง จะยังเป็นเพียงร่าง “Concept Bike” เท่านั้น ยังไม่ใช่ร่างขายจริง
ถึงกระนั้น เมื่อมองจากส่วนควบต่างๆของตัวรถ เราก็จะพบว่ารถนั้นอยู่ในสภาพที่ใกล้วางขายจริงมากแล้ว โดยมีหน้าตาที่แทบจะไม่ต่างจากตัวรถคู่แฝดในประเทศจีนเลย แค่มีการเปลี่ยนสติ๊กเกอร์ที่แฟริ่งข้างจากคำว่า 500R Four เป็น 400R Four ตามขนาดเครื่องยนต์ที่ลดความจุลงเหลือไม่เกิน 400cc ก็เท่านั้น และจะยังคงมาพร้อมระบบคันเร่งไฟฟ้า กับระบบเกียร์ E-Clutch เจเนอเรชันใหม่ที่มีความกระทัดรัดมากขึ้นจากเจเนอเรชันก่อนดังเดิม

ส่วนงานออกแบบตัวรถรอบคัน คราวนี้ทาง Honda เลือกที่จะทำให้รถดูมีความปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวตั้งแต่แฟริ่งหน้าที่ดูแหลมพุ่งไปด้านหน้า และมาพร้อมกับโคมไฟหน้าแบบเดี่ยวแต่แบนคาดตลอดแนวไปริ่งด้านหน้าช่วงครึ่งล่าง โดยยังมีหน้าผากและวินชิลด์คล้ายกับ CBR500R ที่เป็นร่าง 2 สูบเรียง แม้แต่กระจกมองข้างยังหยิบยืมกันมาแบบตรงๆ
ฝั่งแฟริ่งข้าง น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นแบบ 2 ชั้นมีวิงเล็ทซ้อนอยู่ด้านใน แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ดูเป็นชิ้นแฟริ่งที่เน้นความสละสลวยและลู่ลมอย่างเรียบง่าย โดยที่แฟริ่งส่วนอกล่าง จะมีการเปิดช่องระบายความร้อนไว้พอประมาณ ส่วนถังน้ำมันด้านบนก็มีความโค้งมนเป็นหลักเช่นกัน แต่จะมีความเป็นสันนูนทางด้านข้างเพื่อเพิ่มความดุดันและเป็นจุดเกี่ยวต้นขาให้กับผู้ขี่ขณะโหนเข้าโค้งได้เป็นอย่างดี
แฟริ่งท้ายเอง ก็จะเน้นความปราดเปรียวเช่นกัน โดยหากมองกันดีๆก็จะพบว่าบางทีมันอาจจะแหลมจนเกือบจะเทียบเท่ากับ CBR250RR เสียด้วยซ้ำ แถมยังมีช่องรีดลมภายในเช่นเดียวกัน แต่ยังได้เบาะนั่งผู้ซ้อนที่ใหญ่กว่า เพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันแบบ 2 คนมากกว่านั่นเอง

ด้านรายละเอียดทางเทคนิคของตัวรถ ทางค่ายยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลออกมามากนัก นอกจากสิ่งที่เราจะสามารถยืนยันด้วยตาได้ว่า ตัวรถจะยังคงเกิดมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลักเช่นเดิม จากตำแหน่งแฮนด์จับโช้คที่ยังมีระนามสูงกว่าเบาะนั่งพอสมควร และพักเท้าที่มีระนาบเตี้ยกว่าดุมล้อหน้า-หลัง
ชุดเฟรมเอง ก็เป็นแบบโครงเหล็กแบ็คโบนทวินสปาร์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ (แต่ไอเดียคล้าย CBR500R รุ่น 2 สูบเรียง) โดยจะเป็นงานชิ้นเดียวรวมกันระหว่างเมนเฟรมกับซับเฟรม สวิงอาร์มอลูมิเนียมเขนคู่ คล้าย Honda 650-Series ชุดล้ออัลลอยด์คล้ายกับว่ายกมาจาก Honda 500-Series เช่นเดียวกับคาลิปเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 พอท คู่หน้า รวมถังปั๊มโฟลทติ้งเมาท์ 1 พอทด้านหลัง แต่จานเบรกยังจะถูกเปลี่ยนเป็นจานกลมทั้งหมด และตัวโช้คหน้า-หลังเอง ก็ดูเหมือนจะถูกเปลี่ยนเป็นของ KYB จากที่เคยใช้บริการ Showa มาเนิ่นนาน
ส่วนใครที่สนใจและลุ้นให้ทาง Thai Honda นำรถโมเดลนี้มาขายในบ้านเราบ้าง ก็อาจจะต้องรอการอัพเดทข้อมูลกันต่อไป เพราะมันก็ถือว่ามีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อยที่ตัวรถรุ่นนี้จะถูกนำมาขายในบ้านเราด้วย เพียงแค่ต้องลุ้นว่าจะเป็นรุ่น 400 หรือ 500 และจะเป็นโมเดลผลิตในไทย(คู่ขนาน CBR500R 2 สูบเรียง) หรือนำเข้าจากญี่ปุ่นไปเลย เหมือน Honda GB350C ที่พึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้
Source Cr.: Honda
อ่านข่าว News Talk เพิ่มที่นี่
อ่านข่าว Honda เพิ่มที่นี่
เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่
Website : motowish.com
Facebook : facebook.com/motowish
