Home  »  News Talk   »   ทำไมหมวกกันน็อค 1:1 ถึงไม่ผ่านมาตรฐาน ECE 22.06, มอก.369

ทำไมหมวกกันน็อค 1:1 ถึงไม่ผ่านมาตรฐาน ECE 22.06, มอก.369

หมวก 1:1

“ยี้ 1:1” คือปรากฏการณ์แสนร้อนแรงบนโลกโซเชียลของผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการวิจารณ์ผู้ใช้หมวกกันน็อคงานเทียบที่มีการลอกเลียนแบบหมวกกันน็อคของแท้ทุกจุด ทั้งหน้าตา ลูกเล่น ลวดลาย ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำและนำมาใช้งาน

 

ถึงกระนั้นผู้ที่เลือกใช้หมวกกันน็อค 1:1 ส่วนใหญ่ ก็ยังเลือกที่จะให้เหตุผลว่าแม้พวกเขาจะรับรู้ว่าหมวกกันน็อคที่ใช้อยู่เป็นของเทียบ แต่ด้วยรสนิยมของตน ที่อยากใส่หมวกกันน็อคหล่อๆ สวยๆ มีหน้าตาดูดี แถมด้วยความที่มันได้ถูกสร้างโดยลอกแบบมาจากหมวกแท้ทุกจุด ทำให้คนใช้มองว่าหมวกเทียบเหล่านี้ ก็สามารถใช้สวมใส่ และใช้งานได้เหมือนกัน

 

เมื่อเป็นเช่นนั้น การเลือกหมวกเทียบที่สามารถใช้สวมใส่ได้เหมือนกัน หล่อเหมือนกัน ในราคาที่ถูกกว่ากันหลายเท่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และไม่น่าเดือดร้อนใคร เพราะยังไงสุดท้ายมันก็คือหัวของเขาเอง ทั้งๆที่อันจริง คือ “ไม่ใช่เลย”

กระเป๋าตังค์สะเทือน!! Arai เผยโฉมหมวกกันน็อคสุดลิมิเต็ด RX-7X Isle of Man TT 2018 ฉลอง 10 ปี | MOTOWISH 28

เพราะแม้หมวกเหล่านี้จะมีหน้าตา มีชิลด์หน้า มีสายรัดคาง มีรูปทรงที่เหมือนกับหมวกแท้ แต่มันอาจไม่ได้มีคุณสมบัติในการใช้งานที่แท้จริงของ “การเป็นหมวกกันน็อค” ซึ่งก็คือ “การปกป้องศรีษะของผู้ขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุได้” อยู่เลย

 

โดยสังเกตได้จากการที่หมวกเหล่านี้ไม่มีมาตรฐานการผลิตใดๆรองรับ ไม่ว่าจะทั้ง มอก.369 ของหน่วยงานรัฐในไทย ที่มีไว้เพื่อคุมมาตรฐานของหมวกกันน็อคที่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทย หรือมาตรฐาน ECE ที่ทางหน่วยงานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติในยุโรปใดๆทั้งสิ้น

 

ทั้งๆที่มาตรฐานเหล่านี้ คือสิ่งที่มีไว้ตรวจสอบมาตรฐานการผลิตหมวกกันน็อค ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุณสมบัติการใช้งาน การสวมใส่ และที่สำคัญคือการปกป้องศรีษะของผู้สวมใส่อย่างเข้มงวดภายใต้รูปแบบการทดสอบที่เข้มข้น โดยเฉพาะการทดสอบการรับแรงกระแทกในมุมต่างๆจากแรงกระทำที่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น รูปทรงวัตถุที่หมวกฯต้องปะทะ หรือความเร็ว และความเร่งที่หมวกฯต้องเจอ เพื่อให้มันสามารถมอบความปลอดภัยขณะใช้งานได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จริงๆให้กับผู้สวมใส่

_Alpinestars Supertech R10-1

และการที่หมวก 1:1 ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยใดๆรองรับเลย ก็หมายความว่าตัวหมวกอาจถูกนำไปทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยแต่ไม่ได้ผ่านข้อกำหนดการทดสอบต่างๆที่ควรมี หรือผู้ผลิตไม่คิดที่จะเอามันไปทดสอบเลย เพราะอย่างไรมันก็คงไม่ผ่าน

 

ถึงกระนั้น เชื่อว่าสำหรับคนที่เลือกใช้หมวก 1:1 ก็ยังคงมีข้ออ้างว่า หากเกิดอุบัติเหตุหนักขึ้นมาจริงๆ ต่อให้หมวกจะแพงแค่ไหน สุดท้ายคุณก็ตายอยู่ดี ดังนั้นจะใส่หมวกเทียบต่อไป ก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหา ทั้งๆที่นั่นเป็นการคิดที่ตื้นเขินมากๆ

 

เพราะหากให้ยกตัวอย่างไปที่เงื่อนไขการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยจริงๆอย่างมาตรฐาน ECE 22.06 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุด เราก็จะพบว่ามีหนึ่งในเงื่อนไขการทดสอบที่น่าสนใจ คือการปล่อยลูกบอลเหล็กวิ่งไปกระแทกชิลด์หน้าด้วยความเร็วระดับเกือบ 290 กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้วชิลด์หน้าต้องไม่แตกอยู่ด้วย

ซึ่งหากเป็นการใช้งานจริง ก็คงต้องนึกถึงเหตุการณ์ที่คุณอาจกำลังขี่รถด้วยความเร็วระดับนั้นแล้วเกิดมีหินจากรถคันหน้าดีดพุ่งมาโดนชิลด์หน้าหมวกเทียบของคุณขึ้นมา คุณจะมั่นใจจริงๆหรือว่าหมวก 1:1 ที่ไม่ได้ผ่านมาตรฐานใดๆเหล่านี้เลยจะมีชิลด์ที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกข้างต้นได้ และไม่แตกจนทำให้ใบหน้าคุณได้รับความเสียหายตามมา ทั้งๆที่หมวกกันน็อคของแท้ ซึ่งผ่านมาตรฐานการทดสอบและได้รับการรับรองมาแล้ว สามารถรองรับเหตุการณ์สุดวิสัยลักษณะนี้ได้สบายๆ

 

หรือหากยกตัวอย่างให้ชัดเจนขึ้นไปอีก คือกรณีของหมวกกันน็อค Alpinestar Supertech R10 ที่นอกจากจะผ่านมาตรฐาน มอก.367 และมาตรฐาน ECE 22.06 แล้ว หมวกรุ่นนี้ยังผ่านมาตรฐาน FIM ที่เข้มงวดขึ้นไปอีกขั้นด้วย ซึ่งในหลายครั้งเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เช่นตอนที ฮอร์เก้ มาร์ติน พลาดไฮไซด์ขณะกำลังทดสอบรถ Aprilia RS-GP ตอนต้นปี 2025 แล้วจังหวะลงพื้นดันเป็นการลงด้วยส่วนศรีษะเต็มแรง

 

แต่เปลือกหมวกกันน็อครุ่นนี้กลับยังคงสามารถรักษารูปทรงอยู่ได้ และโฟมด้านในก็ช่วยซับแรงกระแทกให้กับศรีษะของนักบิดได้เป็นอย่างดีและทำให้นักบิดยังมีสติและกลับไปพักรักษาตัวในส่วนอื่นต่อได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการกระทบกระเทือนของสมองมากนัก เป็นต้น

Alpinestars Supertech R10 2023

ซึ่งหากเป็นหมวกงานเทียบคุณจะกล้าการันตีหรือไม่ว่าถ้านักบิดเหล่านี้ใส่แล้ว พวกเขาจะไม่เป็นอะไรหลังการล้มหนักในลักษณะเดียวกันกับที่เรายกตัวอย่างไป ? หรือหากคุณเลือกที่จะยอมรับความเสี่ยงนั้น และยังมองว่าสุดท้ายมันก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร เพราะนั่นคือศรีษะของคุณ

 

เราก็ต้องบอกว่าจริงๆแล้ว มีคนที่เดือดร้อนอยู่ นั่นคือผู้ผลิตหมวกตัวจริง เพราะหมวก 1:1 เหล่านี้คือผลิตภัณฑ์ที่ถูกทำขึ้นมาโดยการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ผลิตตัวจริงอยู่ ทั้งละเมิดการออกแบบ ละเมิดการพัฒนาสินค้า และละเมิดต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ จึงหมายความว่ามันคือสินค้าผิดกฎหมายที่ผู้ผลิตหมวกเทียบ และผู้ขายหมวกเทียบเองก็ต้องได้รับบทลงโทษ

 

โดยแม้ทางภาครัฐจะไม่ได้มีบทลงโทษกรณีผู้ใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่นหมวกกันน็อค 1:1 ก็ถือเป็นการสนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ในท้ายที่สุด และเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกนำมาซื้อ-ขายหรือใช้งานอยู่ดี

 

และสำหรับใครที่สนใจที่จะใช้หมวกกันน็อคแท้ๆผ่านมาตรฐาน มอก. หรือ ECE ในปัจจุบันก็มีหมวกแท้ราคาดีๆหลักพันต้นๆให้เลือกสรรกันมากมาย หรือหากจะจัดเต็มแล้วมั่นใจทั้งความปลอดภัยและคุณภาพ ในตอนนี้แบรนด์ Alpinestars ก็มีหมวกกันน็อคให้เลือกรองรับกับการขี่ใช้งานแทบทุกรูปแบบแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะทางฝุ่น ทางดำ หรือในสนามแข่งขันก็ตาม ซึ่งคุณสามารถสอบถามข้อมูลได้ทางเพจเฟซบุ๊ค Alpinestars Thailand Official หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศกันได้เลย

Source Cr.: Rideapart, TISI

อ่านข่าว News Talk เพิ่มที่นี่

อ่านข่าว Alpinestars เพิ่มที่นี่


 

เรื่องราว ข่าวสองล้อที่สาวกไบค์เกอร์ต้องรู้ที่

Website : motowish.com 

Facebook : facebook.com/motowish



ห้ามคัดลอกบทความหรือเนื้อหาในเว็บ Motowish